ใต้เงาบาป1.1

เฉพาะอ่านออนไลน์
 
ใต้เงาบาป 1.1
 
บทประพันธ์ของ "ช่อมณี"
 

พระอาทิตย์เพิ่งพ้นขอบฟ้าได้ไม่นานบริเวณสนามบินดอนเมืองในวันอาทิตย์ยังไม่มีผู้โดยสารมากนัก  อาจเนื่องจากพิษของเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกก็ได้  โดยเฉพาะประเทศใหญ่ในเอเชียต่างมีปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก  จึงทำให้กำลังเงินในการท่องเที่ยวลดลงมากเช่นนี้  สาววัยรุ่นร่างสันทัด  ผิวคล้ำ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสุภาพ เดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เข้ามาในอาคารผู้โดยสาร  ดวงตาทอดมองไปยังจุดตรวจของศุลกากรที่กำลังทำงานอยู่กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศซึ่งยืนเรียงแถวอยู่

นึกว่าทำใจได้แล้วนะ ! “  สาววัยรุ่นพึมพำ  ท่าทางลังเลใจ

 

ชายหนุ่มร่างใหญ่สองคนซึ่งยืนมองสาววัยรุ่นคนนั้นมีท่าทางหงุดหงิด  เมื่อเห็นหล่อนเดินเลี่ยงไปหยุดอยู่ข้างตู้โทรศัพท์สาธารณะ  ไม่มีทีท่าจะเข้าไปในจุดตรวจฯตามที่ตกลงกันไว้

แกเข้าไปกระตุ้นมันหน่อย   เดี๋ยวเขาจะเปลี่ยนเวรแล้ว   ลูกพี่หนุ่มร่างใหญ่บอกเสียงห้าว  ผู้เป็นลูกน้องพยักหน้ารับคำ  แล้วเดินแยกตัวไป

 

สาววัยรุ่นรู้สึกร้อนรุ่มในใจเหงื่อผุดตามใบหน้า  ทั้งที่อากาศภายในอาคารเย็นฉ่ำ  หล่อนทรุดนั่งบนกระเป๋าเดินทางของตัวเอง  หัวใจเต้นรัวดวงตาเบิ่งกว้างเมื่อเห็นหนุ่มร่างสันทัดที่หล่อนเคยพบกันตอนเจรจาเรื่องงานที่ต้องทำในครั้งนี้กำลังเดินเข้ามาหา  สีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย

พี่…….. “

หนุ่มร่างสันทัดกล่าวขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า   มีอะไรให้ช่วยไหม  ผมเห็นท่าทางของคุณจะไม่สบาย

สาววัยรุ่นมีท่าทีอึกอัก  อีกฝ่ายบอกต่อไปว่า  เจ้าหน้าที่กำลังจะเปลี่ยนเวร  หากคุณไม่รีบไปเข้าแถว  จะต้องรอนานนะครับ

ค่ะ   หล่อนตอบรับ  พลางชำเลืองมองไปรอบกาย  จึงเห็นชายคนหนึ่งยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ห่างนัก

 

โชคดีของสาววัยรุ่นที่มีคนอยู่ใกล้ๆ  ทำให้ลูกน้องหนุ่มร่างสันทัดไม่อาจทำอะไรได้มาก  นอกจากพูดเตือนเท่านั้น  เขาก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินจากไป  หล่อนรู้สึกเสียววาบกับดวงตาแข็งกร้าวแกมดุดันของเขาที่จ้องมองเมื่อครู่นี้มาก

เอาไงเอากัน ! “  หล่อนลุกขึ้นยืน  พลางสูดหายใจเต็มปอดเพื่อลดความตื่นเต้น  แล้วกระชับกระเป๋าเดินทางในมือ  จากนั้นเดินตัวตรงไปยังจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามที่ได้รับคำสั่งมาก่อนหน้านี้

เชิญเปิดกระเป๋าหน่อยครับ   เจ้าหน้าที่หนุ่มใหญ่บอก  ขณะอ่านเอกสารที่หล่อนยื่นให้

 

สาววัยรุ่นเปิดกระเป๋าเดินทางซึ่งมีเสื้อผ้าจัดเรียงอย่างเรียบร้อย  หัวใจเต้นรัวเมื่อเจ้าหน้าที่หนุ่มใหญ่ชำเลืองมองหล่อนนิดหนึ่ง  ก่อนจะใช้มือพลิกดูเสื้อผ้าบางชุดในกระเป๋าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว

คุณคงไม่ค่อยได้ไปต่างประเทศสินะ

ค่ะ   หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่บังคับไม่ให้สั่นโดยไม่กล้าสบนัยน์ตากับอีกฝ่าย

เจ้าหน้าที่หนุ่มใหญ่เผยอยิ้มเล็กน้อย  พลางใช้มือปิดกระเป๋าใบนั้น  แล้วผลักคืนให้สาววัยรุ่น

ขอบคุณครับ   เขาบอก  แล้วยื่นส่งหนังสือเดินทางกับเอกสารอีกแผ่นให้

เจ้าหน้าที่อีกคนเดินมาสะกิดเพื่อนว่า  ได้เวลาเปลี่ยนเวรแล้ว  เพื่อน

แขกคนสุดท้ายพอดี ! “  เขาตอบ  แววตาโล่งใจเมื่อเห็นสาววัยรุ่นเดินห่างออกไปแล้ว

 

สาววัยรุ่นยืนรออยู่หน้าบริเวณอาคารผู้โดยสารสักครู่  รถตู้สีเงินแล่นมาเทียบใกล้ๆ  ประตูเปิดออกหล่อนจึงผลุบเข้าไปโดยเร็ว  จากนั้นรถคันนั้นก็แล่นออกไปทันที

คุณเกือบทำให้เสียงานแล้วนะ   ลูกพี่ร่างใหญ่  ผิวคล้ำซึ่งทำหน้าที่คนขับ หันมากล่าวกับสาววัยรุ่นขณะรถจอดติดไฟแดงที่สี่แยกแห่งหนึ่ง

สาวน้อยผิวคล้ำยิ้มแหย   ฉันกลัวนี่คะ

คุณก็รู้วิธีการก่อนที่จะรับปากทำงานให้เราแล้วนะ   ลูกพี่กระชากเสียงห้วน 

ลูกน้องใบหน้าเรียบเฉยซึ่งเป็นคนเดินไปพูดกระตุ้นเด็กสาวเอ่ยขึ้นว่า

คนไม่เคยทำมาก่อน  มักเป็นแบบนี้แหละ

ถ้าไม่ใช่คำสั่งของเจ้านาย  ฉันไม่ใช้คนหน้าใหม่หรอก

สาววัยรุ่นนั่งฟังการโต้ตอบของทั้งสองด้วยใจเต้นรัว  ขณะที่ลูกน้องร่างเล็กแย้มยิ้มเล็กน้อย  มือเปิดกระเป๋าเดินทางของสาวน้อยเพื่อตรวจสอบสิ่งของภายในนั้น

ตอนนี้ตำรวจเข้มงวดกับการขนของเถื่อนมาก  โดยเฉพาะเงินดอลล์   เจ้านายจึงไม่อยากให้งานผิดพลาดล่ะมัง

ลูกพี่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของอีกฝ่าย  พลางถามขึ้นมาว่า  ของครบไหม  พัน

ผู้เป็นลูกน้องตรวจนับธนบัตรดอลลาร์ของสหรัฐฯซึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นกระเป๋าเดินทางของสาววัยรุ่นอย่างละเอียด  แล้วพยักหน้านิดหนึ่ง

ครบแล้ว  ลูกพี่

นพเคลื่อนรถมาจอดอยู่ข้างทาง  พลางหันมาจ้องสาววัยรุ่น  โชคดีนะที่คุณรีบเข้าไปตรวจกับเจ้าหน้าที่คนนั้นก่อนที่เขาเปลี่ยนเวร  มิฉะนั้นคุณจะเดือดร้อนกว่านี้  นอกจากไม่ได้ค่าจ้างงวดสุดท้าย  ยังต้องติดคุกอีกด้วย

สาววัยรุ่นเอื้อมมือไปรับซองเงินค่าจ้างที่นพยื่นมาให้  สีหน้าโล่งใจบ้าง  น้ำเสียงขลาดกลัวขณะถามไปว่า  เขาเป็นพวกเดียวกับคุณหรือคะ? “

พันส่งกระเป๋าเดินทางอีกใบซึ่งใส่เสื้อผ้าของหญิงสาวที่ย้ายจากกระเป๋าใบใหญ่ให้เจ้าของคำถาม

พันบอกเสียงเรียบว่า  คุณรู้เท่าที่เราบอกไว้  ก็พอแล้ว

พันเปิดประตูรถให้สาววัยรุ่น  ขณะที่นพผู้เป็นลูกพี่กล่าวว่า  หวังว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกนะ

สาววัยรุ่นยิ้มแหย  ก่อนจะก้าวลงจากรถตู้คันนั้น  นพจึงเคลื่อนรถออกไปอย่างเร็วเมื่อทำงานเสร็จสิ้น

 

ภายในห้องสูทของโรงแรมดังแห่งหนึ่งย่านพัทยาหนุ่มใหญ่ร่างท้วมในชุดเสื้อคลุมนอนสีน้ำเงินเข้มกำลังยืนฟังรายงานของลูกน้องทางโทรศัพท์ด้วยสีหน้าพึงพอใจ  เมื่อเขาวางสายจึงเห็นหญิงสาวร่างสูง  ใบหน้ากลม  ผิวคล้ำเนียน  ซึ่งสวมชุดนอนสีหวานยืนอยู่ห่างไปเล็กน้อยกำลังมองเขาอยู่

ใครโทร.มาคะ วัฒน์ 

นพ ! “  ชายหนุ่มตอบ  พลางทรุดนั่งที่โซฟายาวอันอ่อนนุ่ม

ปาลิตานั่งคลอเคลีย  ท่าทางกังวลเล็กน้อยยามเอ่ยว่า  หากพ่อทราบว่าคุณใช้คนของท่านลักลอบนำดอลลาร์เข้าประเทศ  แล้วนำไปขายในตลาดมืด  พ่อต้องเล่นงานหนักแน่

เขาก็เคยทำงานประเภทนี้นะ   วัฒน์ตอบอย่างไม่ยี่หระ

พ่อเลิกทำมานานแล้ว   ปาลิตากล่าวเสียงแผ่ว  ทั้งยังกำชับไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานผิดกฎหมายอีก

ท่านไม่มีทางรู้หรอก….. “  เขาบอกให้อีกฝ่ายสบายใจ  นพกับพันไม่พูด  เขาจะรู้ได้อย่างไร   หรือว่าคุณจะบอกเขาล่ะ

ฉันจะทำเพื่ออะไรกันคะ

วัฒน์หัวเราะในลำคอเมื่อเห็นอาการค้อนของลูกสาวนายขัมน์ อัครชัย  พลางสวมกอดหญิงสาวด้วยท่าทางเอาใจ

คุณไม่มีวันทำแบบนั้นเพราะความรักสินะ

รู้ก็ดีแล้ว ! “  หล่อนตอบ พลางซุกกายอยู่ในอ้อมแขนของเขา

วัฒน์นึกบางอย่างได้  จึงเอ่ยถามว่า  ระยะหลังนี้คุณสังเกตเห็นความผิดปกติของพ่อคุณบ้างไหม  ลิตา

ทำไมถามแบบนี้คะ? “

หลายวันก่อนเลขาของเขาบ่นให้ผมฟังว่า  หมู่นี้ท่านหลงลืมคำสั่งที่ให้ไว้เสมอ  เธอจึงน้อยใจที่ถูกดุโดยไร้เหตุผล  แล้วบอกว่าจะลาออกเพราะทนไม่ไหว

ปาลิตาขมวดคิ้วเล็กน้อย  วัฒน์เอ่ยอีกว่า  ผมต้องกล่อมเธอตั้งนาน  จึงยอมเปลี่ยนใจอยู่ต่อไป

เมื่อวานนี้ฉันเห็นว่าท่านตื่นสาย  จึงเข้าไปดูท่านในห้อง…… “  หล่อนพูดเว้นระยะนิดหนึ่ง  ขณะหวนนึกถึงภาพในวันนั้น  พ่อยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเตียง  สีหน้าไม่ดีเลย

วัฒน์นิ่งฟังด้วยใจครุ่นคิด  ปาลิตาเล่าต่อไปว่า  พ่อบอกว่าขยับตัวไม่ได้  พอฉันเข้าไปประคอง  ท่านก็ก้าวเท้าออกไปได้ราวกับไม่ได้เป็นอะไร  ทุกอย่างดูเป็นปกติดี  สงสัยท่านจะคิดมากไปมั้ง

คุณคิดว่าเขาเป็นโรคประสาทรึ ! “

ปาลิตายิ้มเจื่อน  พ่อเป็นโรคความดันโลหิตสูงเท่านั้น  จู่ๆไม่ยอมเดิน  คุณจะให้คิดอย่างไรล่ะคะ

วัฒน์นิ่งไป  หญิงสาวกล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า  ฉันหวังว่าจะคิดผิด  ถึงอย่างไรก็อยากให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง  เพื่อเป็นเสาหลักให้กับกิจการของเรา

อันที่จริงเขามีอายุ 60 ปีแล้ว  น่าจะพักผ่อน   วัฒน์บอกเสียงเรียบ   เขาควรวางมือจากงานเสียที  ยิ่งถ้าเขาเป็นโรคประสาทจริง  ก็ควรหาคนสืบทอดโดยเร็ว

คุณหมายถึง…….. “

วัฒน์ยิ้มเย็น  คุณกับผมดูแลกิจการของเขามานาน  น่าจะมอบความไว้วางใจให้กับพวกเรานะ  ลิตา

ปาลิตาครุ่นคิดตามคำพูดของเขา  พลางกล่าวว่า  เราไม่ควรลืมว่าพี่ปรานต์ยังอยู่อีกคน

ปรานต์รึ! “  เขาลืมนึกถึงลูกชายคนโตของนายขัมน์ อัครชัย  เสียสนิท

 

ปรานต์ อัครชัย  หนุ่มใหญ่วัย 35 ปีเป็นลูกชายคนเดียวของนายขัมน์ผู้เป็นเจ้านายของเขา  อีกทั้งยังเป็นพี่ชายของปาลิตาด้วย  นายขัมน์รักลูกทั้งสองที่เกิดกับภรรยาชาวพม่านี้มากเป็นพิเศษ  เมื่อยี่สิบปีก่อนประเทศพม่าเกิดความวุ่นวายด้วยอำนาจเผด็จการครองเมืองทำให้ชาวพม่าหลายครอบครัวต้องเดือดร้อนจากน้ำมือของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ลุแก่อำนาจ  ขณะที่ขัมน์กลับเมืองไทยเพื่อติดต่อธุรกิจและไม่อาจกลับไปรับครอบครัวได้เพราะพม่าสั่งปิดประเทศ  ทำให้มารดาของปรานต์กับปาลิตาต้องพากันหนีอำนาจเถื่อนในเมืองหลวงไปอยู่ในชนบทห่างไกลโดยไม่อาจติดต่อกับผู้เป็นสามีได้

 

ด้านนายขัมน์พยายามสืบหาที่อยู่ของครอบครัวในพม่าอย่างเต็มที่  ห้าปีต่อมาจึงทราบว่าภรรยาชาวพม่ากับลูกทั้งสองพักอยู่กับญาติที่จังหวัดชายแดนติดกับไทย  เขาพยายามวิ่งเต้นเพื่อนำครอบครัวกลับเมืองไทย  แต่ไม่สำเร็จ  สุดท้ายจึงไปขอความช่วยเหลือจากนายสรพศ  พิตรพิบูล ซึ่งนับถือเป็นพี่ชายร่วมสาบานกันมาตั้งแต่ครั้งเดินทางจากประเทศจีนมาเผชิญชะตากรรมที่แผ่นดินไทยนี้จนกระทั่งมีฐานะมั่งคั่งในปัจจุบัน  นายสรพศซึ่งมีเพื่อนในวงการค้ามากจึงใช้อิทธิพลของเขาช่วยนำครอบครัวของนายขัมน์กลับเมืองไทยอย่างปลอดภัย  ทำให้เขาซาบซึ้งใจมาก  ดังนั้นเมื่อนายสรพศขอปรานต์ไปเลี้ยงดูและหวังจะให้สืบทอดดูแลกิจการ  นายขัมน์จึงไม่อาจปฏิเสธได้  ตั้งแต่นั้นมาปรานต์จึงอาศัยอยู่กับนายสรพศ  พิตรพิบูล เป็นส่วนใหญ่  นานครั้งจึงมาพักที่บ้านของผู้เป็นบิดา  ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองยังเป็นไปด้วยดี  ปรานต์ไม่ค่อยยุ่งกับกิจการของบิดานัก  ชายหนุ่มจึงไม่เป็นที่สนใจของวัฒน์

ปรานต์คงไม่มายุ่งกับกิจการของพ่อหรอก   วัฒน์บอกอย่างไม่ใส่ใจนัก  เขาไม่เคยเหลียวมองมาตั้งหลายปีแล้วนี่นา

พี่ปรานต์มีหุ้นในบริษัทนี้มากทีเดียว  หากเขาหันมาสนใจทวงสิทธิ์  พวกเราคงไม่ได้อย่างที่คิดแน่

คำพูดของปาลิตาทำให้ชายหนุ่มเริ่มคิดระแวงลูกชายคนโตของนายขัมน์ อัครชัย  บางทีเขาอาจต้องคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวเสียแล้ว  กิจการเทรดดิ้งและรับขนส่งสินค้าซึ่งเขาทุ่มเทดูแลมาหลายปี  จะปล่อยให้ปรานต์เข้ามายึดครองไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร  วัฒน์คิดด้วยความขุ่นเคืองใจ

                                                                ****************** โปรดติดตามตอน 1.2 *******************

สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s