ประวัติศาสตร์ขันทีครองเมือง

ขันทีครองเมือง

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

เวลานี้สภากาแฟในสังคมไทยมีการเรียกขานผู้บงการที่ครอบงำอำนาจหลักทั้งสาม คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ซึ่งอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้งของคนไทยเมื่อปีพ.ศ. 2549 และยึดครองอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยเป็นสมบัติส่วนตัวแล้วใช้กำจัดศัตรูการเมืองและหัวใจของเขาจนสร้างความวุ่นวายและแตกแยกในสังคมไทยอย่างมากด้วยสารพัดคำทั้งแบบใหม่หรือแบบโบราณอันเป็นที่รู้กันว่าหมายถึงผู้ใด ตัวอย่างเช่น มือที่มองไม่เห็น ผู้มากบารมี กะเทยสารพัดพิษ ขันทีเฒ่า และอื่นๆ จึงทำให้คิดย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของจีนซึ่งเป็นต้นกำเนิดและสร้างชื่อเสียงให้แก่บางคำเรียกที่คนไทยใช้เปรียบเปรยเชิงเสียดสีบุคคลที่ทำลายความสงบในสังคมไทยเพื่อสนองกิเลสตัณหาส่วนตัวโดยใช้ชีวิตคนไทยเป็นเครื่องเซ่นสังเวย

ประวัติศาสตร์จีนมีมานานนับพันปีและหลักฐานบันทึกไว้ให้ชนรุ่นหลังศึกษาด้วยความทึ่งใจ ประเทศจีนเริ่มต้นเป็นปึกแผ่นมั่นคงโดยความรักและภักดีต่อกษัตริย์ทุกราชวงศ์ แต่ละราชวงศ์ต่างมีหน้าประวัติศาสตร์ที่ควรสรรเสริญและสาปแช่งซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในแทบทุกประเทศที่ปกครองโดยระบอบกษัตริย์ในโลกใบนี้ เรื่องหนึ่งซึ่งสร้างความทึ่งใจและสมเพชในโลกอดีตของจีนอันเกี่ยวพันถึงเกียรติยศของจักรพรรดิจีนบางราชวงศ์ คือ ขันที คนรับใช้ของจักรพรรดิที่มีอิทธิพลครองเมืองได้เยี่ยงเดียวกับผู้เป็นเจ้านายโดยไม่ต้องดำรงตำแหน่งสูงสุดนั้น

ขันทีเป็นผู้ชายที่ถูกตัดอวัยวะเพศจนไม่สามารถทำหน้าที่ทางธรรมชาติได้อีกตลอดชีวิตและทำงานรับใช้จักรพรรดินีหรือพระสนมของจักรพรรดิในเขตวังในรวมไปถึงงานรับใช้ใกล้ชิดจักรพรรดิจีน อันที่จริงแล้วขันทีมิได้มีเพียงในราชสำนักจีนเท่านั้น แต่มีในราชสำนักของพวกอาหรับหรือในประเทศสยามก็มีบันทึกว่ามีขันทีทำงานในวังสยามตั้งแต่ยุคอยุธยาตามหลักฐานด้านอักษรที่ปรากฏให้ค้นหาได้ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน แต่นักวิชาการบางคนเชื่อว่าการปกครองด้วยระบบกษัตริย์มายาวนานและมีความเชื่อโบราณเกี่ยวกับวังในซึ่งเป็นสถานที่พักอาศัยของผู้หญิงของพระเจ้าแผ่นดินและนางรับใช้ซึ่งไม่แตกต่างจากราชสำนักจีน จึงน่าจะมีขันทีคอยรับใช้งานในวังสยามตั้งแต่ยุคสุโขทัยก็เป็นไปได้

ส่วนใหญ่เด็กชายที่ครอบครัวขายให้ราชสำนักเพื่อเป็นขันทีรับใช้งานในวังมักมาจากความยากจนเป็นหลัก ผู้เต็มใจเป็นขันทีหาได้น้อยมาก อดีตขันทียุคสุดท้ายของราชวงศ์ชิงเขียนหนังสือบอกเล่าชีวิตในวังของเหล่าขันทีว่ามิได้มีความสุขกาย สุขใจ อย่างที่หลายคนวาดภาพไว้ แวดวงขันทีมีการแก่งแย่งชิงเด่นกันตลอดเวลา พวกใครพวกมัน บางวันอิ่มท้อง บางวันไม่อิ่มท้อง แต่ไม่อดอยากจนต้องตาย แต่ละคนจะมีนิสัยทะเยอทะยานแตกต่างกันและมีวิถีทางสู่อำนาจโดยอาศัยความใกล้ชิดและเอาใจผู้เป็นเจ้านายอย่างเดียวกัน ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับขันทีอำนาจสูงที่รับใช้พระนางซูสีไทเฮาจนเลื่องชื่อถึงอิทธิพลที่ฆ่าคน ให้คุณแก่คน ได้อย่างแทบไม่น่าเชื่อ เขาเป็นรองแค่พระนางซูสีไทเฮาเท่านั้น อิทธิพลของขันทีมาจากการส่งเสริมของเจ้านาย มิใช่อำนาจโดยตรง เนื่องจากผู้เป็นเจ้านายฝ่ายหญิงมักไม่เคยมีประสบการณ์จากโลกภายนอก ความรู้ค่อนข้างต่ำ นับแต่ถือกำเนิดมาในวังหรือหลังเข้าวังแล้วจักได้ยินคำบอกเล่า การพูดคุย และใกล้ชิดกับเหล่าขันทีมากกว่ามนุษย์อื่น หากต้องการสิ่งใดที่แปลกใหม่จากของในวัง จึงต้องอาศัยขันทีช่วยเหลือจัดการเสมอ จึงมีการตอบแทนน้ำใจของขันทีด้วยทรัพย์สินหรือทำตามคำขอร้องของพวกเขา เมื่อได้ทุกสิ่งที่ต้องการทำให้ขันทีเริ่มมีอิทธิพลต่อเหล่าขุนนางหรือชาวบ้านที่ต้องการผลประโยชน์จากวัง

ในสายตาของจักรพรรดิจีนนั้นมองชีวิตขันทีเป็นเพียงไพร่ข้าทาสบริวารที่ไร้ค่า แต่หลายช่วงประวัติศาสตร์จีนมีคำจารึกคุณความดี ความซื่อสัตย์ ของขันทีซึ่งอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องหรือช่วยเหลือชีวิตหรืองานสำคัญของจักรพรรดิไว้มากมาย โดยเฉพาะที่มีบันทึกยกย่องความยิ่งใหญ่ของขันทีจีนนามว่า เจิ้งเหอ ผู้บุกเบิกเส้นทางเดินเรือแก่กองทัพเรือของจีนให้ประเทศยุโรปต้องยอมรับในความเก่งกาจและความมานะพยายามของเขาในฐานะนักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่เทียบเท่าโคลัมบัส นักเดินเรือของสเปน แวดวงขันทีนั้นย่อมมีทั้งคนดีและคนชั่วอยู่ปะปนกันอันเป็นเรื่องธรรมดาของสังคม แต่บทเรียนประวัติศาสตร์บอกให้ชนรุ่นหลังทราบว่า สถานภาพขันทีนั้นต่ำต้อยในราชสำนัก แต่มีอิทธิพลสูงได้เพราะความอ่อนแอของผู้เป็นเจ้านายหรือจักรพรรดินั่นเอง ด้วยงานรับใช้ใกล้ชิดทำให้ขันทีรู้จักผู้เป็นเจ้านายลึกซึ้งเพียงพอที่จะรู้วิธีจูงใจหรือบังคับผู้เป็นนายให้เชื่อฟังคำพูดของเขาได้ง่ายขึ้น ขันทีชั่วร้ายและทะเยอทะยานหรือหลงใหลในอำนาจของผู้เป็นเจ้านายจึงใช้อำนาจนั้นแทนเจ้านายบริหารบ้านเมืองในนามของจักรพรรดิ อำนาจ อิทธิพล และบารมีที่ได้จากจักรพรรดิอ่อนแอทำให้ขันทีมีอำนาจบงการทุกชีวิตภายใต้พระนามของจักรพรรดิ แม้เขาจะไม่มีวันครองตำแหน่งสูงสุดนั้นได้ แต่มีอำนาจเทียบเท่าจักรพรรดิ มันก็เป็นความพอใจสูงยิ่งของขันทีคนหนึ่งซึ่งเคยมีชีวิตยากลำเค็ญและไต่เต้าแย่งชิงโอกาสจากขันทีหลายหมื่นคนก้าวขึ้นสู่ผู้ใช้อำนาจของจักรพรรดิ เมื่อขันทีได้ใช้อำนาจเยี่ยงพระราชาก็มักหลงเหลิงในอำนาจแล้วก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองตามอำเภอใจ ประชาชนจึงเอือมระอาและพาลเกลียดชังบรรดาขันทีชั่วช้าเหล่านั้น แต่มิอาจแสดงออกให้ประจักษ์ในสังคมได้ จึงมักใช้คำพูดเปรียบเปรยเสียดสีเชิงประชดว่า ขันทีครองเมือง

ระบบกษัตริย์ยุคโบราณนั้นผู้ครองเมืองคือ พระราชาหรือจักรพรรดิ ซึ่งถือว่าเป็นทายาทสวรรค์ที่ส่งลงมาครองเมือง ดูแลประชาชน การที่ชาวบ้านพูดประชดเสียดสีว่า ขันทีครองเมืองนั้น ทำให้มองเห็นสถานภาพตกต่ำของผู้ครองเมืองที่กลายเป็นขันทีต่ำต้อยขั้นไพร่มาปกครองบ้านเมืองแทนพระราชา บุตรแห่งสวรรค์ บ้านเมืองจึงต้องย่อยยับอัปรีย์ ชาวบ้านอยู่ด้วยความหวาดกลัวและยากแค้นขึ้นเพราะพระราชาไม่อุทิศตนเพื่อความผาสุกของปวงชน แต่ปล่อยให้ขันทีบริหารบ้านเมืองแทนพระองค์ หลี่ซื่อหมิน ต้นราชวงศ์ฮั่นตระหนักถึงภัยร้ายทำลายบ้านเมืองจากอิทธิพลของขันทีเมื่อชิงอำนาจและตั้งราชวงศ์ฮั่นสำเร็จจึงประกาศข้อห้ามขันทียุ่งเกี่ยวกับงานบ้านเมืองอย่างเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษประหารชีวิตสถานเดียว เพื่อปกป้องภาพพจน์ของราชสำนักและป้องกันภัยของบ้านเมืองที่เคยเกิดขึ้นในราชวงศ์อื่นมาแล้ว นอกจากนั้นพระองค์ยังออกกฎห้ามหญิงฝ่ายในทุกระดับชั้นก้าวก่ายงานบ้านเมืองไม่ว่าจะเรียนหนังสือมากน้อยเพียงใดโดยเด็ดขาดและให้มีโทษประหารชีวิตเช่นเดียวกับขันทีเพื่อป้องปรามมิให้ผู้หญิงยุ่งเกี่ยวกับการเมืองซึ่งในเวลานั้นถือว่าเป็นงานของผู้ชาย กฎห้ามขันทีและนางในสืบทอดใช้กันมาจนถึงราชวงศ์ชิง เมื่อเกิดความหย่อนยานในการบังคับใช้อย่างจริงจังโดยจักรพรรดิองค์ใด มักเกิดภัยร้ายต่อพระองค์หรือสูญเสียราชบัลลังก์จนมีความเชื่อกันว่า ขันทีมักใหญ่กับนางในที่ไม่รู้จักหน้าที่ของตน ถือเป็นสิ่งอัปมงคลของจักรพรรดิและราชสำนักจีน

ขันทีในราชสำนักจีนมีทั้งดีและไม่ดีด้านอุปนิสัยใจคอส่วนตัวหรือความทะยานอยากใฝ่สูง แต่ผลของการก้าวก่ายงานบริหารบ้านเมืองโดยใช้อำนาจของจักรพรรดิจีนที่อ่อนแอได้ทำลายประเทศชาติให้ย่อยยับ งานราชการปั่นป่วน ประชาชนตกทุกข์ได้ยากจากการใช้อำนาจตามอำเภอใจของขันทีชั่วทรามและทะเยอทะยานในลาภยศเกินขอบเขต ทำให้สังคมจีนประณามและเดียดฉันท์เหล่าขันทีและใช้เป็นคำเปรียบเปรยเชิงดูแคลนเพื่อเตือนใจชนรุ่นหลังให้ระวังคนรับใช้ใกล้ชิดที่อาจปองร้ายทำลายผู้เป็นเจ้านายที่อ่อนแอและขาดสติปัญญาเท่าทันพวกเขา วันใดที่จักรพรรดิหรือพระราชาอยู่ใต้คำบัญชาของขันที มันคือความหายนะของบ้านเมือง เนื่องจากจักรพรรดิได้รับการสอนสั่งจากบรรพชนในสรรพวิชาปกครองบ้านเมืองและแผ่จิตเมตตาต่อประชาชน ขณะที่ขันทีถูกสอนให้รู้จักการรับใช้เจ้านายให้พึงพอใจ เมื่อวันที่ตนได้อำนาจ ย่อมอยากให้คนอื่นมารับใช้ตนและขาดความรู้ในการบริหารบ้านเมืองอย่างแท้จริง ความทุกข์ยากย่อมเกิดแก่ชาวบ้าน เมื่อความกดดันทวีขึ้น ชาวบ้านรับความทุกข์ต่อไปไม่ไหว จักเกิดการต่อต้านและแสดงพลังทำลายล้างเจ้านายและขันทีไปพร้อมกันดังที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์จีนมาแล้วนับพันปี

คำเรียกขานเชิงเปรียบเปรยบางบุคคลว่า “ขันทีครองเมือง ขันทีเฒ่าสารพัดพิษ” จึงเป็นการเตือนให้ทราบว่า บ้านเมืองกำลังอยู่ในวิกฤตเมื่อผู้เป็นเจ้านายที่มีภูมิปัญญาอยู่ใต้การครอบงำของขันทีไพร่ มิได้ทำงานตามหน้าที่ของตน อันกำลังนำภัยร้ายไปสู่บ้านเมืองและประชาชน มันจึงเป็นคำเรียกที่มีความหมายไม่ดีและเตือนให้สังคมตระหนักถึงระดับความไม่พอใจของชาวบ้านที่มีต่อบุคคลซึ่งเป็นที่รู้กันดีในพฤติกรรมทำลายประเทศและผู้บริหารบ้านเมืองในการครอบงำของเขาผ่านสภากาแฟอันเป็นที่รวมของชาวบ้านทุกชนชั้นที่สนทนาปราศรัยแลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองและสังคมอย่างเปิดเผย ถ้าบุคคลนั้นซึ่งเป็นที่รู้กันดีในบ้านเมืองไม่หยุดพฤติกรรมทำลายชาติและสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน ชะตากรรมของเขาจักได้รับคำตอบจากนรกในเร็ววันนี้ เพราะสิ่งที่เขากระทำไว้ในแผ่นดิน แม้ไม่มีหลักฐานให้ประชาชนจับต้องได้ แต่ดวงตาสวรรค์มองเห็นทุกการกระทำของเขาและเป็นผู้ตัดสินสุดท้ายที่จะให้คำตอบที่ปฏิเสธไม่ได้แก่ผู้กระทำเสมอ ดังคำที่ว่า “อาญาของมนุษย์ลงโทษไม่ได้ แต่ไม่มีผู้ใดหลีกหนีพ้นอาญานรกได้”

 

********************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s