ถอดยศถาบรรดาศักดิ์

ถอดยศถาบรรดาศักดิ์

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

ยศถาบรรดาศักดิ์มีสองแบบ คือ ติดตัวมาแต่กำเนิด หรือ ได้มาเพราะความรู้ การทำงาน เช่น ยศทหาร ตำรวจ เป็นต้น ยศบรรดาศักดิ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดนั้นมาจากบุคคลนั้นเกิดในครอบครัวผู้มีบรรดาศักดิ์ที่ตกทอดทางสายเลือด จึงไม่มีผู้ใดถอดยศบรรดาศักดิ์ชนิดนี้ได้ แต่ยศที่ให้บุคคลทั่วไปก็ยังแบ่งที่มาด้วยว่า มาจากการศึกษาหาความรู้ตามระเบียบและขั้นตอนของสถาบันรัฐหรือเอกชน หรือ มาจากการทำงานและมีผลงานตามที่กฎระเบียบกำหนดไว้ ถ้าได้ยศมาจากความรู้ถึงระดับนั้นหรือมาจากการทำงานได้ดีได้ชอบ ย่อมไม่อาจถอดยศศักดิ์ของเขาได้ เพราะบุคคลนั้นประดับยศตำแหน่งนั้นเพราะความรู้และการทำงานเพื่อประเทศชาติหรือองค์กรตามระเบียบที่ต้องมอบสิ่งเหล่านั้นให้เขา แม้ต่อมาเขาอาจใช้ชีวิตผิดพลาด องค์กรต้นสังกัดก็ไม่ควรใช้ข้ออ้างว่า สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่องค์กรนั้น เพื่อถอดยศตำแหน่งของเขาอันเกิดจากความขยันหมั่นเพียรหรือสร้างคุณประโยชน์ที่องค์กรเคยรับจากการทำงานของเขา

ตั้งแต่ประเทศไทยก่อตั้งและอยู่ในเวทีโลกผู้มียศถาบรรดาศักดิ์หรือยศตำแหน่งในองค์กรต่างๆ เช่น ทหาร ตำรวจ นักการเมือง ครูบาอาจารย์ เป็นต้น บ้างก็ได้รับเพราะทำงานเพื่อองค์กร บ้างได้รับเพราะมีความรู้ในระดับที่รัฐกำหนดไว้ แม้ต่อมาบางคนจักกระทำละเมิดกฎหมายและอยู่ในระหว่างการลงโทษ ถูกใส่ร้ายว่าทำผิดกฎหมาย ทำปฏิวัติและทำร้ายประชาชน ดังเช่น จอมพลถนอม จอมพลประภาส พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ และอื่นๆ พวกท่านเหล่านั้นอยู่ในสังกัดทหารหรือตำรวจซึ่งได้ยศตำแหน่งเพราะการทำงานสร้างคุณประโยชน์เมื่อวันที่ทำหน้าที่ทหารหรือตำรวจ ต่อมาเกิดความเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของพวกท่านทำให้กลายสภาพเป็นผู้กระทำละเมิดกฎหมายซึ่งบ้างถูกประณาม บ้างต้องรับโทษจำคุก แต่องค์กรต้นสังกัดยังไม่เคยเสนอเรื่องเพื่อถอดยศของพวกท่านเหล่านั้น ทั้งที่บางคนฆ่าประชาชนที่เห็นคาทีวี บ้างก็เป็นผู้บงการฆ่าคนหรือรับจ้างฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยม บ้างก็เป็นนักการเมืองฉ้อโกงรัฐ แต่ยุคไซเบอร์ที่คนไทยส่วนใหญ่มีความรู้และปัญญาสูงกว่าอดีตมากมาย บางองค์กรกลับต้องการถอดยศตำแหน่งของอดีตผู้นำไทยที่พ่ายแพ้จากการปฏิวัติปี พ.ศ. 2549 ด้วยข้ออ้างว่ากระทำตนเสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรเพราะต้องคำพิพากษาว่า ให้ความยินยอมแก่ภรรยาไปซื้อที่ดินรัชดาซึ่งประมูลจากกรมบังคับคดี ที่ตุลาการเรียกอย่างสวยงามว่า ผิดจริยธรรม และมิใช่เหตุการฉ้อโกงเงินแผ่นดินเลย มันบ่งบอกว่าการเสนอถอดยศจากองค์กรรัฐและการสนับสนุนของรัฐบาลที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกลุ่มสนับสนุนการปฏิวัติ 2549 กระทำสองมาตรฐานอย่างชัดเจน เพราะสามารถยกตัวอย่างได้ว่า พล.ต.ท. ชลอ เกิดเทศ ต้องคำพิพากษาให้จำคุกด้วยข้อหาฉกรรจ์กระทำต่อชีวิตคน แต่หน่วยงานต้นสังกัดไม่เคยคิดจะเสนอถอดยศตำรวจนอกแถวคนนี้สักครั้ง ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ แค่ไปเซ็นยินยอมให้ภรรยาซื้อที่ดินซึ่งศาลยอมรับว่า การซื้อกระทำถูกต้องตามกฎหมายและรัฐมิได้รับความเสียหายใดๆ กลับถือเป็นเรื่องสร้างความเสื่อมเสียแก่องค์กรที่ตนเคยสังกัด อีกอย่างหนึ่งยศตำแหน่งของท่านชลอและท่านทักษิณนั้นล้วนมาจากการทำงานให้คุณประโยชน์แก่ชาติที่รับไปโดยตรงแล้ว วันเวลาที่ผ่านไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตจักถือเป็นความผิดใหญ่หลวงที่ต้องถอดยศตำแหน่งในอดีตจักเป็นความยุติธรรมแก่ท่านทักษิณหรือท่านชลอแล้วหรือ ? หากต้องการถอดยศตำแหน่งของท่านทักษิณให้ได้ด้วยข้ออ้างสร้างความเสื่อมเสีย ก็ต้องพิจารณาถึงยศของท่านชลอที่กระทำผิดต่อชีวิตของผู้หญิงและเด็กเล็กและรับโทษจำคุกด้วย การละเลยไม่ถอดยศท่านชลอน่าจะเรียกว่า เป็นการละเว้นการทำหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัด อีกอย่างหนึ่งเวลาที่ผ่านมานั้นมีนายตำรวจหรือนายทหารนับร้อยคนกระทำผิดอาญาแผ่นดินต่อชีวิตประชาชน ต่อทรัพย์สิน กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือกองทัพแห่งชาติจักต้องถอดยศของพวกเขาด้วยเพราะสร้างความเสื่อมเสียต่อหน่วยงาน ทุจริตต่อหน้าที่หรือตำแหน่ง ทำร้ายประชาชน แต่ละความผิดล้วนมีคำพิพากษาของศาลกำกับอยู่แล้ว เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์เป็นเกียรติที่มหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชนมอบแก่บุคคลที่เห็นว่าสร้างความดีความชอบแก่สังคมซึ่งถือเป็นความเห็นส่วนบุคคลของสถาบันนั้น มิได้เกิดจากการศึกษาเล่าเรียนตามระยะเวลาหรือตามหลักสูตรของสถาบัน เป็นช่องทางหนึ่งให้ได้เกียรติประวัติหรือใช้คำนำหน้าว่า ดร. (ด็อกเตอร์) มีสิทธิเทียบเท่าผู้ศึกษาจบปริญญาเอก มันจึงเป็นช่องทางพิเศษสำหรับคนมีเงินในการซื้อเกียรติบัตรนี้ติดตัวเพื่อยกระดับทางสังคม บางคนก็ได้รับจากผลงานที่กระทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ปรากฏในสังคมวันนี้ คือ บางคนกระทำตนให้เสื่อมเสียอย่างมากด้วยการบิดเบือนความรู้หรือความเห็นตามหลักการอันชอบด้วยกฎหมายหรือทำละเมิดกฎหมายด้วยความกร่างหรือละเมิดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งประชาชนได้พบเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือเป็นที่รู้กันดีในสังคม แต่สถาบันเหล่านั้นเงียบเฉย ไม่เคยตรวจสอบหรือพิจารณาเพิกถอนเกียรติบัตรของเขา บางคนใช้วิชาความรู้ในทางบิดเบือนและสร้างความเสียหายแก่รัฐหรือสร้างความแตกแยกแก่สังคมไทย บ้างเป็นหัวหน้าม็อบโกเต๊กซ์ยึดสนามบินและเป็นผู้ก่อการร้ายสากล บุคคลเหล่านั้นก็ยังเดินเฉิดฉายในสังคมและสั่งสอนคนให้กระทำละเมิดกฎหมายเยี่ยงเดียวกับตนอีก บางสถาบันของคนเหล่านั้นยังสนับสนุนให้องค์กรถอดยศของบางคนตามอำเภอใจอันเป็นการทำลายหลักการมอบปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์อันทรงเกียรติที่คนไทยเชื่อถือมานานปีแล้ว บัดนี้ สถาบันความรู้อยากมอบให้ใครก็ได้ แม้แต่หัวหน้าผู้ก่อการร้ายสากลก็ยังได้รับปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ ทั้งที่ทำลายประเทศ ละเมิดกฎหมาย และสร้างความเสียหายนับแสนล้านบาทแก่คนไทย คนไทยยังสามารถเชื่อถือมาตรฐานความรู้ของสถาบันดังกล่าวได้อีกหรือ ? หากสถาบันความรู้ใดอยากให้ถอดยศตำแหน่งอันเกิดจากความรู้ของพวกเขาที่หมั่นเพียรเรียนสอบให้สำเร็จ ก็ต้องพิจารณาคนที่ได้รับปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ที่ตนเคยมอบไว้ว่า คนเหล่านั้นยังดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบอันควร ภายใต้กฎหมายไทยหรือไม่ จึงมีสิทธิ์เพิกถอนปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์หรือไปเรียกร้องให้องค์กรอื่นถอดยศตำแหน่งของบุคคลในสังกัดนั้นได้

ถ้ายศตำแหน่งที่บุคคลได้รับเพราะการศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตร การทำงานในวิชาชีพที่สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมหรือองค์กรโดยตรง ถือเป็นงานหรือความรู้ติดตัวของแต่ละบุคคล องค์กรในสังกัดไม่ควรใช้อำนาจถอดยศของพวกเขาเพราะตนเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับการทำงานหรือความรู้ของเขาไปแล้ว การประพฤติผิดพลาดในชีวิตของบุคคลอาจเกิดขึ้นได้  องค์กรหรือสถาบันที่เคยเป็นต้นสังกัดจึงไม่สมควรมีสิทธิ์ถอดยศตามอำเภอใจ เนื่องจากยศตำแหน่งมิใช่เสื้อผ้าที่ถอดหรือใส่กันง่ายๆ บางอย่างต้องใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนสร้างประสบการณ์ด้วยความอดทน บ้างต้องเสี่ยงชีวิตสร้างผลงานเป็นหรือตายเท่ากัน เมื่อองค์กรได้รับประโยชน์หรือชื่อเสียงจากการทำงานของพวกเขาแล้ว ไม่สมควรเป็นผู้ทำลายบุคลากรของตนดังเช่นคนอกตัญญู ซึ่งถือเป็นคนไม่ดีตามหลักพุทธศาสนาที่พึงไม่คบหาสมาคมด้วย แหล่งที่มาของยศตำแหน่งจึงเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาว่า องค์กรสมควรถอดยศของบุคคลใด มิฉะนั้น ยศตำแหน่งในวันข้างหน้าจะกลายเป็นของไม่มีค่า ไม่มีราคา ที่ควรจดจำหรือเก็บไว้ให้ลูกหลานภูมิใจ เพราะวันใดก็อาจถูกยึดกลับไปได้ตามอำเภอใจขององค์กรนั้นหรือของรัฐบาลก็ได้ ยังส่งผลให้ข้าราชการหรือบุคคลไม่ใส่ใจจะพัฒนาตนหรือหน่วยงานเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตการงานเพราะความไม่แน่นอนของผู้นำองค์กรหรือผู้นำรัฐบาล อันทำให้ชาติไม่พัฒนาไปข้างหน้า แต่ย่ำอยู่กับที่แบบเช้าชามเย็นชาม ไม่ทำก็ได้หนึ่งขั้น ทำก็เสี่ยงหรือกลัวเจ้านายอิจฉาแล้วสั่งยึดเกียรติบัตรที่ตนมีอยู่ จึงเลือกนั่งเฉยดีกว่า คนไทยจึงต้องรับผลกรรมจากแนวคิดทำลายสังคมไทยเพียงฝ่ายเดียว

 

********************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s