เสรีภาพแสดงความคิดเห็นกับละเมิดอำนาจศาล

ละเมิดอำนาจศาล กับ เสรีภาพแสดงความคิดเห็น

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

ประเทศในระบอบประชาธิปไตยนั้นมีการกำหนดขอบเขตชัดเพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างคดีละเมิดอำนาจศาลกับการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาคดีเพื่อให้เข้ากับหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนหรือนักวิชาการ จึงเห็นคดีในต่างประเทศถูกนำมาแสดงความคิดเห็นในรายการทีวีหรือสร้างเป็นภาพยนตร์ให้ผู้คนดูหรือฟังอย่างเปิดกว้าง ไม่มีศาลใดฟ้องประชาชนในข้อหาละเมิดอำนาจศาลเพราะการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีความที่อาจไม่ตรงกับคำวินิจฉัยของศาล อันเนื่องจากเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องเคารพสิทธิและหน้าที่ของแต่ละคน เมื่อศาลมีหน้าที่วินิจฉัยคดีความและมีคำตัดสินอย่างไร ทุกคนต้องให้ความเคารพต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเขา ขณะเดียวกันประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโต้แย้งหรือไม่เห็นชอบด้วยโดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ คำพิพากษาก็ต้องเป็นไปตามการวินิจฉัยของศาล มิได้เปลี่ยนแปลงตามความเห็นของประชาชน ศาลยังคงมีอิสระในการทำงานตามหน้าที่โดยสมบูรณ์ ประชาชนก็มีเสรีภาพในการวิจารณ์ความเห็นดังกล่าวได้อันเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ต่างคน ต่างทำหน้าที่ของตน แม้ไม่เห็นชอบด้วย ก็ต้องยอมรับคำตัดสินของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย มันเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ประเทศในโลกตะวันตกและชาติเอเชียที่เจริญแล้วจักจำกัดขอบเขตของการละเมิดอำนาจศาลว่า ต้องทำเพื่อขัดขวางหรือถ่วงเวลาการทำงานของศาลหรือส่งผลร้ายต่อการให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี ไม่ว่าด้วยวาจาหรือการกระทำก็ตาม เขาเน้นว่าต้องส่งผลกระทบร้ายแรงต่อกระบวนการยุติธรรมหรือการทำงานของศาล ทั้งนี้ต้องไม่ลิดรอนเสรีภาพของประชาชนด้วย เราจึงไม่ค่อยเห็นคดีละเมิดอำนาจศาลบ่อยนักในต่างประเทศ

คดีละเมิดอำนาจศาลในไทยมีโทษจำคุก 6 เดือนและโทษปรับเงินด้วย ถือเป็นคดีพิเศษที่ศาลตัดสินโทษได้ทันทีโดยไม่ต้องมีขั้นตอนไต่สวนหรือสืบพยานประกอบการพิจารณาคดีก็ได้  การละเมิดอำนาจศาล คือ การแสดงด้วยวาจาหรือการกระทำใดๆขัดขวางการพิจารณาคดี ประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาล หรือลดความน่าเชื่อถือของผู้พิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาล ตัวอย่างเช่น การเอ่ยถึงคำพิพากษาของศาลในเชิงไม่เห็นด้วยให้คนทั่วไปรับรู้ ศาลย่อมตัดสินลงโทษจำคุกแก่ผู้พูดได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมทั่วไป คือ ผู้ใดพูดว่าไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ก็อาจติดคุกในวันเดียวกับที่พูดได้ แม้จะต้องการพิสูจน์เจตนาสุจริตใจก็เป็นอำนาจเด็ดขาดของศาลที่จะไม่ให้มีขั้นตอนนั้นก็ได้ เป็นต้น ข้อบัญญัติและการตีความในอดีตมิได้ให้ความสำคัญต่อหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย แต่เน้นสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนเพื่อให้คำพิพาษาหรือสถานภาพของอำนาจตุลาการมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น โดยมิได้ใช้ศรัทธาต่อการทำงานอย่างยุติธรรมหรือผลงานทำให้ประชาชนเชื่อถือและให้ความเชื่อมั่นต่อการทำงานของตุลาการ ข้อกฎหมายละเมิดอำนาจศาลจึงมีประสิทธิภาพในการปิดปากประชาชนมิให้กล่าวอ้างถึงตัวบุคคลหรือการทำงานของบุคคลด้วยเกรงอาญาแผ่นดินซึ่งเป็นการสืบทอดความน่ากลัวนี้มาตั้งแต่ระบอบเดิมที่ปกครองบ้านเมืองมานานหลายร้อยปี แต่ในระบอบประชาธิปไตยนั้นกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ข้ออ้างว่า การกล่าวพาดพิงในทางตรงข้ามกับคำพิพากษาของศาลเป็นการไม่เคารพเชื่อฟังซึ่งประชาชนไม่สมควรกระทำอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล จึงต้องลงโทษผู้กระทำการดังกล่าว ทั้งที่การทำหน้าที่ของศาลยังคงเป็นอิสระ ประชาชนไม่อาจแทรกแซงเพราะกฎหมายมิได้ให้อำนาจไว้ แต่เป็นการใช้เสรีภาพแสดงความเห็นเกี่ยวพันกับคดีที่ตัดสินไปแล้วหรืออยู่ในการพิจารณาคดีที่มิได้เป็นการแทรกแซงจนทำลายความยุติธรรมหรือขัดขวางหน้าที่ของศาล ดังนั้น ข้อกฎหมายละเมิดอำนาจศาลจึงควรปรับปรุงใหม่หรือกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับรับรองไว้ แต่ฝ่ายตุลาการมิได้ให้ความสำคัญมานานแล้ว เพราะการละเมิดอำนาจศาลคล้ายกับเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคลในสถานภาพนี้ การพูดพาดพิงในทางเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อบุคคล ก็ต้องไปฟ้องร้องคดีความในฐานะบุคคลทั่วไป หากเป็นการแสดงความคิดเห็นต่อกระบวนการยุติธรรมหรือคำวินิจฉัยคดีของศาลต้องมิถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาลเพราะเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ทั้งนี้ ตามอำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ชัดว่า การตัดสินคดีความเป็นดุลพินิจของศาลเท่านั้น การจะให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความหรือไม่ ล้วนเกิดขึ้นโดยดุลพินิจของศาลอย่างอิสระ ความเห็นของประชาชนต่อคำวินิจฉัยคดีนั้นมิอาจเปลี่ยนแปลงความเห็นของศาลได้แน่นอน ประชาชนต้องเคารพคำพิพากษาของศาล แต่ต้องไม่ลดทอนสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงความเห็นไม่ตรงกับคำวินิจฉัยนั้นได้อย่างเปิดเผยเยี่ยงเดียวกับคำพิพากษาของศาล สถานการณ์ในไทยนั้นเมื่อมีคำวินิจฉัยคดีของศาลแล้วผู้ใดจะแสดงความเห็นขัดแย้งต่อคำพิพากษาไม่ได้ทั้งในที่รโหฐานหรือสาธารณสถานก็ตาม จักต้องถูกลงโทษสถานหนักทันที มันจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่กระบวนการยุติธรรมของไทยไม่พัฒนาให้อยู่ภายใต้หลักประชาธิปไตยสากล แต่สถานภาพของตุลาการและคำพิพากษามีความแปลกแยกพิเศษเหนือกว่าหลักประชาธิปไตยซึ่งห้ามประชาชนใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแตกต่างมิได้เด็ดขาดแม้จะเป็นเรื่องของหลักวิชาการก็ตาม

การตีความหมายของหลักละเมิดอำนาจศาลในไทยนั้นขยายกว้างขึ้นทุกปี  การแสดงความเห็นแตกต่างในที่สาธารณสถานทำไม่ได้ แม้แต่การพูดคุยในวงสนทนาแล้วถูกนำไปบอกเล่าเข้าหูของศาล ก็ต้องติดคุกทันทีเพราะความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล บัดนี้ ความผิดชนิดนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างศัตรูการเมืองและปิดปากของประชาชนด้วยการตีความขยายกว้างไปควบคุมการใช้เสรีภาพแสดงความเห็นทางวิชาการของประชาชนด้วย ซึ่งไม่น่าจะสอดคล้องกับการปกครองประเทศด้วยหลักประชาธิปไตยที่คนไทยมีสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็นแตกต่างกันได้ในทุกเรื่องราวของสังคม รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมทุกระดับของประเทศ กฎหมายให้อำนาจศาลในการตัดสินคดีเด็ดขาดอยู่แล้ว จึงไม่ควรไปควบคุมการแสดงความเห็นของประชาชนที่อาจแตกต่างจากคำวินิจฉัยคดีก็ได้ ซึ่งน่าจะถือเป็นการทำละเมิดรัฐธรรมนูญไทย

การปรับปรุงโทษละเมิดอำนาจศาลเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเสรีภาพแสดงความเห็นของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยจึงควรทำให้เร็วที่สุดเพราะแนวคิดเดิมถ่วงความเจริญของกระบวนการยุติธรรมไทยมาช้านานเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางสังคมและสารสนเทศที่รวดเร็ว  การทำงานของศาลย่อมมีจุดบกพร่องกันได้ ถ้าประชาชนมองเห็นจุดด่างพร้อยหรือปัญหาที่ควรแก้ไขในกระบวนการยุติธรรมหรือคำวินิจฉัยคดีแล้วบอกกล่าวด้วยเหตุผลสมควร จึงไม่ควรถือเป็นโทษผิดอาญาพราะพวกเขาใช้เสรีภาพการแสดงความเห็นที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้อย่างสุจริตใจ การแสดงความเห็นจักช่วยพัฒนาระบบศาลยุติธรรมให้แข็งแกร่งและช่วยตรวจสอบการทำงานโดยภาคประชาชน สร้างความใกล้ชิดระหว่างประชาชนกับอำนาจตุลาการ มิใช่ยกสถานภาพนี้เป็นรูปปั้นเทพเจ้าให้คนกราบไหว้ตามที่ถูกบังคับให้เชื่อเช่นนั้น แต่ขาดศรัทธาต่ออำนาจตุลาการ เราต้องไม่ลืมว่า ศาลยุติธรรมเป็นองค์กรที่ต้องได้รับการอุปถัมภ์ด้านการเงินและสวัสดิการจากเงินภาษีและการทำมาหากินของประชาชน จึงไม่อาจอยู่เหนือประชาชนได้และเป็นอำนาจของประชาชนในการตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์งานของศาลยุติธรรมได้ แม้จะเป็นความเห็นขัดแย้งกัน ก็ไม่ควรถูกลงโทษเพราะการใช้เสรีภาพนั้น ส่วนโทษละเมิดอำนาจศาลควรกำหนดขอบเขตเพียงการแสดงออกด้วยวาจาหรือกิริยาที่ส่งผลต่อการพิจารณาคดีซึ่งอาจสร้างไม่เป็นธรรมต่อคู่ความได้ โดยศึกษาโทษละเมิดอำนาจศาลในประเทศที่ใช้ระบบบริหารแบบประชาธิปไตยว่าเขาทำอย่างไรให้โทษละเมิดอำนาจศาลไม่ก้าวก่ายหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชน แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสังคมไทยโดยยืนบนพื้นฐานความเสมอภาคและเคารพประชาชนด้วย คนไทยถูกโทษละเมิดอำนาจศาลปิดปากมานานมากแล้ว ทั้งที่มองเห็นความอยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคมจากการใช้สถานภาพพิเศษนี้ทำลายศัตรูให้เพื่อนพ้องเดียวกัน ถ้าไม่แก้ไขปรับปรุงหลักกฎหมายนี้ อำนาจตุลาการจักไม่พัฒนาให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้องและไม่เคารพอำนาจของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริง อำนาจตุลาการจึงไม่อาจเป็นที่พึ่งของคนไทยได้ตามวัตถุประสงค์อันงดงามของมัน แต่จะกลายเป็นเครื่องมือยึดครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยคนไทยไม่สามารถต่อต้านได้เพราะกฎหมายปิดปากไว้จนกระทั่งกลายเป็นแรงกดดันที่ประชาชนถูกความอยุติธรรมครอบงำจนทนไม่ไหว จึงระเบิดออกแสดงพลังมหาศาลผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบศาลยุติธรรมอย่างก้าวร้าว แทนที่จะเกิดด้วยความสงบหรือจิตสำนึกของอำนาจตุลาการเอง เหตุไฉนจึงไม่เริ่มต้นปรับปรุงกระบวนการที่เอาเปรียบประชาชนและขัดต่อหลักประชาธิปไตยจากฝ่ายตุลาการก่อน ?

 

**************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s