2,000 บาทของรัฐบาล กับ 2,000 ล้านบาทของทหาร

สองพันบาท กับ สองพันล้านบาท

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

ปัญหาพิษเศรษฐกิจโลกลุกลามเข้าไทยมาแล้ว บริษัทใหญ่ในไทยประกาศปลดคนงานเช่นเดียวกับต่างประเทศ คนไทยเริ่มต้นการตกงานพร้อมกับศักราชใหม่ รัฐบาลชุดใหม่ซึ่งคัดลอกนโยบายประชานิยมของรัฐบาลก่อนที่เคยประณามหยามเหยียดไว้ แต่เป็นเพียงการนำรูปแบบมาใช้เท่านั้น มิได้นำแนวคิดหรือวิธีการทั้งหมดไปด้วย จึงเห็นวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยด้วยมาตรการกู้เงินต่างประเทศแล้วนำเงินมาแจกคนมีเงินเดือนน้อยด้วยเหตุผลว่า ต้องการกระตุ้นให้คนใช้เงิน สร้างระบบหมุนเวียนเงินประคองเศรษฐกิจไทยไว้ ทั้งที่กลุ่มเดือดร้อนที่สุดในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งโลก คือ คนตกงาน กับ คนจนด้อยโอกาส ส่วนคนมีเงินเดือนที่รัฐบาลแจกเงินสด 2,000 บาทแก่เขาเพียงครั้งเดียว แม้ไม่มีเงินจำนวนนี้พวกเขาก็ยังประคองชีวิตผ่านพ้นไปได้ทุกเดือนตราบใดที่ยังไม่ตกงาน แต่คุณค่าของเงินสองพันบาทสูงยิ่งสำหรับคนตกงานและคนจนด้อยโอกาสที่กระเป๋าแห้งและไม่มีแหล่งรายได้อีกแล้ว เงินดังกล่าวจึงช่วยประคองชีวิตให้อยู่รอดได้ แม้จะไม่ถาวรเพราะรัฐบาลมิได้จ่ายให้ทุกเดือนจนกว่าจะพ้นภาวะวิกฤตทางการเงินหรือพวกเขามีงานทำแล้ว ดังนั้น การจ่ายเงินสองพันบาทแก่กลุ่มคนมีเงินเดือนน้อยจึงมิใช่การช่วยเหลือคนไทยที่เดือดร้อนหนักก่อนตามหลักสากลที่รัฐบาลทุกประเทศปฏิบัติกัน แต่เลือกแจกแก่กลุ่มคนที่เดือดร้อนน้อยกว่าก่อน อีกทั้งยังเป็นการแจกครั้งเดียวเท่านั้นซึ่งมิใช่การเยียวยาที่ถูกต้อง

หากไปดูการแจกเงินของประเทศต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในนั้น จะสังเกตเห็นว่าไต้หวันหรือญี่ปุ่นจะเน้นแจกให้คนที่ไม่มีรายได้ เช่น คนจน คนชรา เป็นต้น เพื่อช่วยประคองให้มีชีวิตผ่านพ้นวิกฤตการเงินของชาติเพราะมั่นใจว่าคนจำพวกนี้ต้องนำเงินไปซื้อของประทังชีวิตอย่างแน่นอน ไม่มีเหลือพอให้เก็บออมแน่ เมื่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศจำต้องกระตุ้นให้มีการหมุนเวียนการค้าขายต่อไป การแจกเงินก็หวังให้มีการจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสินค้า หากนำไปแจกให้คนที่มีเงินเดือนมั่นคง แม้จะน้อย ผู้รับเงินต้องเลือกเก็บออมเงินไว้ในธนาคารเพื่อใช้ยามจำเป็นก่อน และยึดมั่นการประหยัดเป็นหลักเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ พวกเขาจะลดทอนการใช้เงินลงและเก็บเงินแจกของรัฐบาลไว้ มันจึงมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจภายในได้น้อยมาก มันไม่คุ้มค่าที่รัฐบาลต้องไปกู้หนี้ยืมสินด้วยดอกเบี้ยราคาแพงเพื่อนำเงินมาแจกคนไทย ถ้าต้องการแจกเงิน ก็ควรเลือกกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อประทังชีวิตและมิใช่แจกครั้งเดียว เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ในการช่วยเหลือคนไทย อันที่จริงสิ่งที่รัฐบาลควรกระทำในเวลานี้ คือ รวบรวมเงินที่จะแจกกลุ่มคนมีเงินเดือนไว้ใช้หาตลาดการค้าใหม่ๆที่จะซื้อสินค้าหรือบริการของไทย เมื่อธุรกิจการค้าขายดำเนินต่อไปได้ การปลดคนงานต้องลดน้อยลงและอาจมีการจ้างงานเพิ่มในบางภาคธุรกิจ เมื่อคนไทยมีงานทำและธุรกิจดำเนินต่อไปได้ย่อมมีรายได้มาจ่ายภาษีแก่รัฐ มูลค่าที่พวกเขาได้รับมากกว่าเงินสดสองพันบาทที่รัฐแจกอย่างแน่นอนและถือเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่ายิ่ง

รัฐบาลจีนถูกพิษเศรษฐกิจโลกกระหน่ำซ้ำเติมด้วยสารพัดข่าวด้านคุณภาพสินค้าต่ำ ภาวะเดือดร้อนถ้วนหน้าเช่นนี้เขามีนโยบายสร้างงานในประเทศอย่างมาก ลดการลงทุนในต่างประเทศ ประธานาธิบดีกับนายกรัฐมนตรีออกเดินทางไปยังประเทศทางแปซิฟิค แอฟริกา และตะวันออกกลางเพื่อหาตลาดสินค้าใหม่ที่จะซื้อสินค้าจีนทดแทนหรือเพิ่มเติมจากตลาดอเมริกาหรือตลาดยุโรปที่กำลังซื้อลดน้อยลง ประเทศจีนมิได้เน้นการมองหาแหล่งเงินกู้เพื่อแจกเงินแก่คนจีนเลย การหาตลาดสินค้าใหม่ของรัฐบาลจีนและการสร้างงานในประเทศถือเป็นวิธีช่วยเหลือเศรษฐกิจของชาติแบบยั่งยืน ดังคำกล่าวของเติ่ง เสี่ยว ผิง ที่ว่า แมวดำ แมวขาว แมวสารพัดลาย ขอเพียงจับหนูได้ ก็นำมาใช้งานได้เช่นเดียวกัน หรือ สอนคนให้จับปลาหรือสอนให้ทำมาหากิน ย่อมยั่งยืนมากกว่าการแจกสิ่งของไปวันๆ ตลาดสินค้าใหม่ที่จีนกำลังตามหาอยู่นั้นจักช่วยทดแทนคำสั่งซื้อสินค้าจีนจากตลาดยุโรปและอเมริกาได้ เท่ากับช่วยลดความเสียหายของประเทศจีน ย่อมดีกว่าการอยู่เฉยหรือฝากความหวังไว้ที่ตลาดเดิมซึ่งกำลังมีปัญหาหนักและเน้นการปกป้องตัวเองให้อยู่รอดก่อน เวลาเดียวกันรัฐบาลไทยคิดมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างมักง่าย คือ การแจกเงินแก่ผู้มีเงินเดือนน้อยคนละ 2,000 บาทเพียงหนึ่งเดือน แจกเงินซื้อชุดนักเรียน เพิ่มเงินเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหนึ่งเท่าตัว ทั้งที่รายได้ประชากรลดลงส่งผลต่อเงินภาษีของรัฐน่าจะไม่มีมากพอแจกจ่ายตามมาตรการของรัฐ แต่ไม่มีมาตรการขยายตลาดการค้าขายสินค้าไทยเพื่อทดแทนความเสียหายจากตลาดยุโรปหรืออเมริกาเยี่ยงเดียวกับที่ประเทศจีนกระทำอยู่ในขณะนี้ ข่าวที่ได้ยินมีเพียงว่ารัฐบาลไทยกำลังเจรจาขอกู้เงินจากแหล่งเงินต่างประเทศเพื่อสนองนโยบายแจกฟรีสารพัดเรื่อง โดยเฉพาะโครงการที่ฝ่ายทหารยื่นเสนอไว้และบีบคั้นมาเป็นระยะ คือ การซื้อฝูงบินใหม่เพิ่มเติมและอาวุธอันมีมูลค่าหลายพันล้านบาท เป็นที่รู้กันดีว่า ที่มาของรัฐบาลชุดนี้กำเนิดได้ด้วยการผลักดันและปกป้องจากฝ่ายทหาร มิใช่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การตอบแทนบุญคุณจึงเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจึงเป็นงบประมาณที่รัฐบาลต้องสนองตอบอย่างแน่นอน คงมองเห็นเจตนารมณ์ซ่อนร้ายของฝ่ายทหารในการยื่นขอเงินซื้อสารพัดอาวุธในเวลาที่ประเทศประสบวิกฤตการเงินและประเทศอยู่ในความสงบ ไร้สงคราม มันมิใช่ผู้มีสามัญสำนึกที่ดีต่อประเทศชาติที่ฝ่ายทหารต้องมีส่วนร่วมในการประคับประคองชีวิตคนไทยในยามลำบากนี้ด้วย แต่กลับซ้ำเติมด้วยการขอเงินซื้ออาวุธหลายพันล้านบาท แม้ไม่ได้จ่ายในงวดเดียว แต่ต้องทำสัญญากู้เงินพร้อมดอกเบี้ยผูกพันไว้และคนไทยต้องตามใช้หนี้มหาศาลก้อนนี้ เป็นที่ทราบกันมานานในวงการค้าอาวุธแล้วว่า ผู้สั่งซื้ออาวุธจะได้รับเปอร์เซนต์พิเศษสำหรับทุกใบสั่งหรือราคาอาวุธที่ขายให้ไทยสูงพิเศษ ส่วนต่างระหว่างราคาจริงและราคาเสนอ คือ ผลประโยชน์ของผู้ออกใบสั่งซื้อ มันจึงเป็นเป้าหมายหลักที่ฝ่ายทหารมักซื้ออาวุธทุกครั้งภายหลังทำปฏิวัติหรือเป็นผู้อิทธิพลมืดต่อรัฐบาลในขณะนั้น

อีกข่าวหนึ่งที่ฮือฮาในสังคมไทยมากเมื่อฝ่ายทหารอนุมัติเงินสองพันล้านบาทเพื่อใช้สอนให้ประชาชนเข้าใจหลักประชาธิปไตยตามรูปแบบของเขาซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าภารกิจจริงมิได้เป็นไปตามชื่อที่ตั้งไว้ แต่เป็นการใช้เงินเพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลซึ่งยังเป็นที่นิยมของประชาชนทั้งประเทศด้วยผลงานที่เคยทำไว้สมัยที่บริหารประเทศและก่อนถูกปฏิวัติเมื่อปีพ.ศ. 2549 ความนิยมดังกล่าวฝ่ายทหารและกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลเห็นว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของรัฐบาล ข่าวลือหนาหูว่าเป็นคำสั่งของผู้นำกลุ่มสนับสนุนการปฏิวัติครั้งล่าสุดที่หวาดระแวงศัตรูการเมืองจะฟื้นชีพอีก จึงต้องกำจัดให้สิ้นซากด้วยเงินของฝ่ายทหาร ณ เวลานี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในวิกฤตการเงินที่ทั้งโลกเดือดร้อนอย่างเท่าเทียมกัน แม้แต่ประเทศมหาอำนาจของโลกก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เงินทุกบาทในไทยจึงมีคุณค่าอย่างยิ่งที่ควรนำมาใช้สอยเพื่อความผาสุกของคนไทย มิใช่เพื่อกำจัดคู่อริกัน อีกอย่างหนึ่งทหารนับแสนคนของไทยมีฐานะการเงินด้อยกว่าผู้บังคับบัญชาซึ่งมีแหล่งหาประโยชน์ได้มากกว่าทหารชั้นประทวน จึงควรนำเงินจำนวนดังกล่าวไปช่วยเหลือทหารเหล่านั้นและครอบครัวให้มีความสุขขึ้น หากมีน้ำใจต่อคนไทยที่ต้องจ่ายภาษีเพื่อซื้ออาวุธและจ่ายเงินเดือนแก่ทหารทั้งหมด ฝ่ายทหารอาจยกเงินสองพันล้านบาทซึ่งมาจากงบประมาณแผ่นดินและเงินภาษีของคนไทยแก่รัฐบาลเพื่อนำเงินจำนวนนี้ไปช่วยเหลือประคองคนไทยและเศรษฐกิจของประเทศให้อยู่รอด น่าจะให้ประโยชน์มากกว่าการไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ต่อสาธารณชนว่าจะสอนให้คนไทยเข้าใจประชาธิปไตย

การช่วยให้คนไทยอิ่มท้องในภาวะยากไร้ช่วงนี้น่าจะดีกว่าเพราะคนไทยรู้จักการเลือกตั้งมากกว่า 70 ปีแล้ว โดยเฉพาะคนไทยยุคนี้มีความรู้และสติปัญญาสูงขึ้นย่อมเข้าใจหลักประชาธิปไตยได้ถ่องแท้กว่าฝ่ายทหารซึ่งเคยชินกับระบอบเผด็จการที่ใช้บริหารกองทัพไทยมาช้านานและไม่เคยปรับปรุงแนวคิดให้เข้ากับหลักประชาธิปไตยที่ปกครองประเทศไทยมากว่า 70 ปีแล้ว ถ้าฝ่ายทหารยอมสละเงินสองพันล้านบาทเพื่อปากท้องของคนไทย จักช่วยให้รัฐบาลที่ยึดมั่นในการแจกเงินคนละสองพันบาท สามารถช่วยคนไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนและกองทัพไทยจะได้ยินคำสรรเสริญมากขึ้นหลังจากคนไทยประณามและพูดส่อเสียดจากการทำปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลเลือกตั้งกับแย่งอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน

ศึกแย่งชิงอำนาจระหว่างพวกนิยมระบอบอำมาตย์หรือข้าหลวงเป็นใหญ่กับประชาชนนั้นอยู่ท่ามกลางวิกฤตการเงินของโลกที่ไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก กอปรกับรัฐบาลมีความสามารถน้อย ผู้นำประเทศขาดประสบการณ์ชีวิตและการทำงานอย่างแท้จริงเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจเลือกวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยท่ามกลางการแย่งชิงตลาดการค้าเพื่อความอยู่รอดของแต่ละประเทศ คนไทยจึงมองเห็นความสามารถแท้จริงของผู้นำประเทศในวันนี้ว่ามีมากน้อยแค่ไหนจากนโยบายของรัฐบาล เงินทุกบาทสมควรนำไปใช้ก่อประโยชน์สูงสุดแก่คนไทยอย่างเหมาะสมและยั่งยืน แต่สิ่งที่คนไทยพบคือ การแจกเงินให้ใช้ฟรีคนละ 2,000 บาท เพียง 1 เดือน วันเวลาที่เหลือก็กระเสือกกระสนช่วยตัวเองไป ฝ่ายทหารตั้งงบสอนประชาธิปไตยทั่วประเทศให้ทหารไปสอนคนไทย ทั้งที่ผู้ทำลายหลักประชาธิปไตยด้วยการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลเลือกตั้งของประชาชน คือ กองทัพไทย ถ้ายืนยันการตั้งงบนี้ก็ควรใช้เงินนี้อบรมทหารทุกคนให้รู้จักและเข้าใจระบอบปกครองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยเฉพาะความเข้าใจที่ต้องเน้นเข้มข้นให้ถูกต้อง คือ เมื่อประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย กองทัพทหารต้องเป็นของประชาชน มิใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือของบุคคลเดียวดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ น่าจะก่อประโยชน์แก่ประเทศในวันข้างหน้าและลูกหลานไทยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากกองทัพไทยที่ปฏิเสธอำนาจอธิปไตยของประชาชนและไม่ยอมรับบทบาทหน้าที่ของฝ่ายทหารที่ต้องปกป้องอาณาเขตและขับไล่อริราชศัตรู มิใช่ผู้บริหารประเทศด้วยอาวุธ โดยควรทำความเข้าใจภารกิจหน้าที่ของฝ่ายทหารที่ถูกต้องจากกองทัพในโลกตะวันตกซึ่งเป็นต้นแบบของหลักประชาธิปไตยเพื่อปฏิรูปให้เป็นกองทัพไทยรุ่นใหม่ที่ยอมรับอำนาจอธิปไตยของประชาชน

เงินสองพันบาทของรัฐบาลและเงินสองพันล้านบาทของฝ่ายทหาร ต่างอ้างว่าทำเพื่อช่วยเหลือคนไทย เมื่อกองทัพไทยมีเงินเดือน สวัสดิการ และมีอาวุธใช้งานได้ เพราะภาษีของประชาชน วันที่คนไทยกำลังเดือดร้อน ฝ่ายทหารควรแสดงจิตสำนึกในบุญคุณของคนไทยด้วยการเสียสละเงินสองพันล้านบาทเพื่อช่วยประคองคนไทยให้อยู่รอดเพิ่มขึ้นโดยส่งมอบเงินก้อนนี้แก่รัฐบาลเพื่อสนองนโยบายแจกเงิน อย่าใช้กับโครงการที่ไม่มีประโยชน์ต่อคนไทยในเวลาวิกฤตทางการเงินหรือใช้กำจัดศัตรูการเมืองสนองคำสั่งของผู้หนึ่งผู้ใด ถ้าปล่อยให้คนไทยทุกข์ยากหนัก มันจักเป็นแรงกดดันให้ลุกขึ้นกำจัดสิ่งชั่วร้ายในสังคมด้วยมือของคนไทยเองเพราะหมดความอดทนต่อความเห็นแก่ตัวของผู้มีอำนาจมืดทั้งหลายไม่ว่าจะมีเครื่องแบบหรือไม่ก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลควรพิจารณาคือ คนไทยมีสติปัญญามากกว่าในอดีต การแจกเงินมิอาจซื้อความชื่นชมของคนไทยหรือลบล้างความรู้สึกดีๆที่มีต่อรัฐบาลก่อนได้ แต่มันเป็นการยืนยันจิตใจชั่วร้ายของผู้ฝักใฝ่พวกหลงยุคที่ชื่นชมระบอบอำมาตยาธิปไตยก่อนปีพ.ศ. 2475 ว่า รัฐบาลชุดนี้จักแย่งชิงสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคในระบอบประชาธิปไตยไปจากประชาชน และเห็นวัตถุประสงค์แท้จริงของพรรคร่างทรงที่แจกเงินชัดเจนขึ้นว่า พรรคนี้มิได้ศรัทธาต่อหลักประชาธิปไตยตามที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้โดยไม่มีข้อสงสัยหรือคลุมเครืออีกต่อไป เงินมีไว้ใช้ แต่ต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน จึงถือว่าเป็นคนฉลาดใช้เงิน การแจกเงินมิใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง หากจะให้คนมีชีวิตต่อไปอย่างยั่งยืน ต้องสอนให้เขารู้จักวิธีจับปลา มิใช่แจกปลาตามนโยบายของรัฐบาลเด็กทารกที่ใช้ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจในวันนี้

*******************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s