เกริ่นนำที่มาคำสอนขงเบ้ง

เกริ่นนำ

 

 

ประวัติศาสตร์จีนอันยาวนานนับพันปีและคนจีนเป็นคนชอบเขียนบันทึกอันส่งผลให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษาความเป็นไปในยุคโบราณและความนึกคิดของปรมาจารย์ในอดีต นักปราชญ์โบราณหลายท่านยังเป็นที่ยกย่องของชนทั่วโลกมาจนทุกวันนี้ ดังเช่น ขงจื้อ เม่งจื้อ ซุนวู ขงเบ้ง เป็นต้น นักปราชญ์ นักคิด ของจีนมีความลุ่มลึกในแนวคิดซึ่งเป็นพื้นฐานและมีอิทธิพลต่อสังคมเอเชียมาช้านานแล้ว ความยิ่งใหญ่ของนักปราชญ์จีนจึงไม่ด้อยกว่านักปราชญ์ชาติตะวันตกอย่างเพลโตเลย

นักคิดอย่างซุนวูซึ่งเป็นแม่ทัพในอดีตที่เลื่องลือในการรบทัพจับศึกตลอดชีวิตและเป็นที่เกรงขามแก่ศัตรูอย่างมากในด้านความฉลาด รอบคอบ มีไหวพริบ ในการนำทัพไปสู่ชัยชนะ แล้วยังบันทึกตำราพิชัยสงครามอันลือชื่อไว้ในแผ่นดินให้ชนรุ่นหลังศึกษาและนำไปใช้ในยุคต่อมาอีกด้วย แต่ยังมีนักคิดและนักวางแผนรุ่นหลังอีกคนที่สร้างตำนานแห่งชัยชนะให้โลกต้องจดจำเขาไว้แสนนาน คือ ขงเบ้ง (ภาษาแต้จิ๋ว) หรือ จูกัดเหลียง (ภาษาจีนกลาง) ซึ่งมีชีวิตในยุคสามก๊กของจีน นักปราชญ์ผู้นี้มีความเก่งกาจทางบุ๋น และมีบารมีสูงในการคุมกองทัพสร้างชาติและขยายแผ่นดินให้พระเจ้าเล่าปี่เป็นกษัตริย์ที่มีดินแดนเป็นของตนเยี่ยงเดียวกับกษัตริย์ของก๊กอื่นๆได้

ขงเบ้ง เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของเล่าปี่ในการวางแผน แก้ไขปัญหาต่างๆให้กองทัพของเล่าปี่ประสบชัยชนะและชี้นำทิศทางการสร้างแผ่นดินใหม่ให้ผู้เป็นเจ้านาย อีกทั้งยังได้ชื่อว่า ซื่อสัตย์ภักดีต่อเล่าปี่จนลมหายใจสุดท้าย สิ่งที่หลายคนมองข้ามแผ่นดินเสฉวนอันกว้างใหญ่ของเล่าปี่ไม่ได้คือ ความเป็นนายกับบ่าว เพื่อนและมิตรสหาย ระหว่างเล่าปี่และขงเบ้ง มีส่วนสำคัญอย่างมากในชัยชนะของขงเบ้ง เนื่องจากทั้งสองมีความไว้วางใจกันอย่างสนิทใจ ตลอดทั้งชีวิตเล่าปี่ที่เป็นกษัตริย์แล้ว ก็ไม่เคยมีวันใดที่หวาดระแวงใจว่าขงเบ้งจะทรยศยึดบัลลังก์ไปทั้งที่ขงเบ้งมีความชาญฉลาดและมากด้วยบารมียิ่งกว่าผู้เป็นเจ้านาย ขงเบ้งรู้จักพอใจต่อสถานภาพของตน แม้เล่าปี่ตาย ก็ยังเป็นผู้ผลักดันให้รัชทายาทของเล่าปี่สืบทอดอำนาจและช่วยดูแลแผ่นดินให้สงบสุข ตลอดทั้งชีวิตของขงเบ้งช่วยขับไล่อริราชศัตรูจนเป็นที่เกรงขามของแผ่นดินข้างเคียง คัดเลือกบุคคลรับราชการที่ซื่อสัตย์เพื่อเชิดชูลูกหลานของเล่าปี่และช่วยให้แผ่นดินที่เล่าปี่สร้างไว้สงบสุขต่อเนื่อง แม้เขาจะตายไปก็ตาม สิ่งที่เขาวางไว้เพื่ออนาคตของแผ่นดินเล่าปี่ด้วยความคิดก้าวหน้าและลึกซึ้งทำให้เสฉวนเป็นปึกแผ่นมั่นคงต่อเนื่องกันจนกระทั่งบุคลากรที่ขงเบ้งเลือกสรรไว้ตายหรือเกษียณไป  เสฉวนจึงถูกยึดครองโดยศัตรูจากก๊กอื่นอย่างง่ายดาย

ขงเบ้งมีแนวคิดเน้นการพัฒนาบุคคลก่อน โดยเชื่อว่า การศึกสงครามนั้นจะไม่มีวันชนะ ถ้าคนทำศึกไม่พร้อมทั้งความรู้และพละกำลัง เขาจึงเน้นการสร้างคนหรือแก้ไขให้คนมีความสมบูรณ์ก่อน ขงเบ้งคัดเลือกนักรบเพื่อไปฝึกเป็นขุนพลหรือแม่ทัพนำกองทหารทำสงคราม โดยเขาเป็นผู้สั่งสอนด้วยตัวเอง ดังนั้น สงครามทุกครั้งเขาจึงคัดเลือกแม่ทัพไปทำศึกได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นที่เลื่องลือว่า ขงเบ้งเป็นคนที่รู้จักเลือกและใช้คนอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ หนังสือประกอบการสอนที่ขงเบ้งเขียนขึ้นเพื่อให้นักรบได้เรียนรู้ ชื่อว่า ยอดขุนพล จึงเป็นงานเขียนรวบรวมความรู้ ประสบการณ์ มุมมอง ของเขาที่ผ่านเวลากลั่นกรองยาวนาน อันบ่งบอกถึงความชาญฉลาดและช่างสังเกต หากนักรบคนใดเข้าใจลึกซึ้งและนำไปประพฤติปฏิบัติได้ครบถ้วน จักเป็นยอดขุนพลสมดังชื่อหนังสือเล่มนั้นอย่างแน่นอน

หลักการเป็นยอดขุนพลที่ขงเบ้งเขียนไว้ถือเป็นศาสตร์และเคล็ดลับแห่งชัยชนะในศึกสงคราม อันประกอบไปด้วยการคัดเลือกทหาร ดูชัยภูมิ เข้าใจศัตรูคู่แข่ง การประพฤติตนของแม่ทัพเพื่อให้ลูกน้องไว้วางใจและยอมทุ่มเทเพื่อกองทัพ หลักการคุมกองทัพให้เป็นระเบียบ เวลาให้คุณให้โทษ กลยุทธ์การต่อสู้และวิธีใช้มัน แม้จะบันทึกไว้นับพันปีมาแล้ว แต่กองทัพจีนยังใช้เป็นบทเรียนสอนนายทหารเพื่อให้รู้จักการเป็นนายทหารที่ดีและน่าเคารพ คัดเลือกและปรับแนวคิดของขงเบ้งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนั้นต่างประเทศยังนำมุมมองต่อบุคคลของขงเบ้งที่มิได้ล้าสมัยไปสอนในสถาบันทหารอีกด้วย หากศึกษาแนวคิดจากความเจ้าปัญญาของขงเบ้งแล้ว จักทราบดีว่า คำสอนในหนังสือ ยอดขุนพล ใช้ปรับกับยุคสมัยนี้ได้ไม่ยาก เพราะหลายอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะมนุษย์ เช่น ทหารไม่ฝึกซ้อมให้มีพละกำลังและเข้าใจกลยุทธ์ เมื่อเจอสงคราม ย่อมพ่ายแพ้เสมอเพราะขาดระเบียบและไม่เข้าใจคำสั่ง หากนำไปปรับใช้กับภาคเอกชน ก็หมายถึงการเตรียมพร้อมในข้อมูลและรู้จักวางแผนล่วงหน้า อาจไม่ต้องสูญเสียลูกค้าหรือได้ลูกค้าง่ายขึ้นก็ได้

ขงเบ้งมีความเชื่อว่า คุณธรรม ความซื่อสัตย์ เป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดของผู้นำกองทัพ ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว เขาจักไม่เลือกให้ทำงานสำคัญ ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ตัดขาดคนที่มีคุณธรรมน้อย โดยให้ใช้งานเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้คนประเภทนี้ รู้จักแยกแยะคนดีคนชั่วออกจากกัน เปิดใจรับฟังความเห็นของผู้น้อยเพื่อประกอบการพิจารณาเสมอ เขาสอนให้ยอมรับว่าโลกนี้มีคนดีหลายระดับให้ใช้ทำงาน คนชั่วควรหลีกห่าง เราสามารถนำหลักคิดและประสบการณ์ที่ขงเบ้งเขียนหนังสือไว้สอนแม่ทัพนายกองของเขาเพื่อเฟ้นหายอดขุนพลไปประกอบการฝึกตนให้เป็นผู้นำองค์กรหรือหน่วยงานทั้งของรัฐและเอกชนได้ด้วย

การเป็นผู้นำองค์กรรัฐหรือเอกชนนั้นต้องเริ่มฝึกฝนตนเองก่อนให้มีลักษณะความเป็นผู้นำที่มีความสามารถและน่านับถือ การมีความรู้สูงมิได้บ่งบอกว่าจักเป็นผู้นำที่ดีได้ คนเรียนปริญญาเอกอาจเหมาะสมเป็นคนทำงานมากกว่าจะเป็นผู้นำก็ได้ ดังเช่น จูหยวนจาง ปฐมฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่รู้จักใช้คนมีความสามารถในการสร้างแผ่นดิน ทั้งที่พระองค์เป็นชาวบ้านที่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น มิใช่บัณฑิต แต่ด้วยบุคลิกภาพความเป็นผู้นำและอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้มีความรู้ความสามารถ จึงรวบรวมคนเก่งให้ช่วยสร้างราชวงศ์หมิงอันแข่งแกร่งขึ้นได้ เป็นต้น ขงเบ้งเขียนหนังสือเรื่อง ยอดขุนพล เพื่อใช้ฝึกนักรบของเขาให้เป็นผู้นำกองทหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เราอาจนำแนวคิดนี้ปรับใช้กับการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้รู้จักการมองคนและใช้คนให้เหมาะสมกับงาน รวมทั้งวางแผนการตลาดซึ่งเปรียบเสมือนสนามรบในยุคอดีตของขงเบ้ง ดังเช่นที่นักธุรกิจหลายคนปรับใช้กลยุทธ์ของซุนวูกับแผนการตลาดของเขาจนประสบความสำเร็จมาแล้ว บทเรียนของขงเบ้งนั้นใช้เพื่อสร้างผู้นำองค์กรให้มีคุณสมบัติเพียบพร้อมในการต่อสู้ในสนามการค้าและบริหารบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความนี้จักนำเสนอเนื้อหาจากข้อคิดและประสบการณ์ของขงเบ้งที่ใช้สอนนักรบในยุคสามก๊กจากตำรา “ยอดขุนพล” มาให้อ่านกันอย่างกระชับ เข้าใจง่าย หวังว่าผู้อ่านจะนำไปปรับใช้กับชีวิตหรือการทำงานของแต่ละคน ขอเสริมเล็กน้อยว่า สิ่งที่ขงเบ้งเขียนไว้นั้นเป็นสถานการณ์นานนับพันปี ย่อมมีบางอย่างที่แตกต่างจากยุคปัจจุบัน จึงควรหยิบแนวคิดและมุมมองที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบันไปใช้ในการทำงาน อันเป็นวิธีชาญฉลาดที่เลือกสรรประสบการณ์ของคนโบราณไปปรับใช้กับตน มิใช่การนำไปใช้โดยไม่ขัดเกลาให้เหมาะสมกับตนก่อน “ยอดขุนพล” งานเขียนของ ขงเบ้ง จะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่นักอ่านถ้าเข้าใจอย่างลึกซึ้งและปรับใช้กับตนได้ จักช่วยขัดเกลาความเป็นผู้นำที่มีในแต่ละคน ทุกคนย่อมเป็นผู้นำได้ ถ้ารู้จักจุดอ่อนจุดเด่นของตนและฝึกฝนแก้ไขสิ่งเหล่านั้น

 

***********************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s