โอบามา กับ อภิสิทธิ์

โอบามา กับ อภิสิทธิ์

เขียนโดย  แก้วมณี

 

ตำแหน่งผู้นำของแต่ละประเทศจะเรียกชื่อแตกต่างกัน ดังเช่น สหรัฐอเมริกาเรียกตำแหน่งผู้นำว่า ประธานาธิบดี ส่วนประเทศไทยผู้นำฝ่ายบริหารเรียกว่า นายกรัฐมนตรี นอกจากนั้น ผู้นำฝ่ายบริหารจักมีระเบียบการเข้าสู่ตำแหน่งแตกต่างกันตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและอยู่ภายใต้หลักประชาธิปไตย คือ ผู้นำต้องมาจากประชาชนโดยการเลือกตั้ง ส่วนวิธีการเลือกตั้งอาจไม่เหมือนกันได้

ปรากฏการณ์ในสังคมการเมืองไทยอย่างหนึ่งที่คนไทยเห็นและได้ยินจนชินชาหูมากเพื่อเพิ่มแรงเชียร์หรือพัฒนาภาพพจน์ของรัฐบาลใหม่ คือ การนำชื่อผู้นำรัฐบาลไทยเปรียบเทียบกับผู้นำของสหรัฐฯว่ามีความเก่งกาจเยี่ยงเดียวกัน จึงได้ตำแหน่งผู้นำปกครองประเทศ อันที่จริงแล้วบุคคลทั้งสองมีที่มาแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน นรกกับสวรรค์  เนื่องจากประธานาธิบดี โอบามา มาจากการเลือกตั้งด้วยการมีเสียงประชาชนสนับสนุนสูงที่สุด เหนือพรรคคู่แข่ง โดยได้รับการยอมรับในชัยชนะจากพรรครีพับลีกันหลังจากประกาศผลอย่างเป็นทางการและอย่างมีน้ำใจนักกีฬา ในทางตรงกันข้าม นายกฯอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคเสียงข้างน้อยที่ประชาชนมิได้เลือกให้เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่แรก แต่อาศัยโอกาสและเวลาช่วงจัดตั้งรัฐบาลในการซื้อตัวส.ส.ที่คนไทยเลือกเพราะเชื่อถือในพรรคเดิมที่เขาสังกัด แต่ต่อมาศาลพิพากษาให้ยุบพรรคนั้น แล้วให้เวลาส.ส.ในสังกัดพรรคนั้นย้ายพรรคได้ ส.ส.จำนวนหนึ่งทรยศต่อเจตนารมณ์ของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกเขาโดยอามิสสินจ้างจำนวนสูงแลกกับตัวส.ส. แล้วรวบรวมส.ส.ให้ได้เสียงข้างมากเพื่อโหวตเลือกผู้นำรัฐบาล ขณะที่อีกพรรคมีเสียงข้างมากที่ประชาชนเลือกไว้ยังอยู่ อันผิดวัฒนธรรมนักการเมืองไทยที่ยึดถือกันมานาน ผู้นำรัฐบาลไทยในวันนี้เป็นเพียงผู้แพ้ที่ต้องการชัยชนะโดยไม่จำกัดวิธีเพื่อพลิกชะตาคนแพ้เป็นคนชนะ มิใช่ผู้ชนะด้วยเสียงส่วนมากของประชาชนตามหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเหมือนที่ประธานาธิบดีโอบามาได้รับจากชาวสหรัฐฯ

การเลือกตั้งของสหรัฐฯมีความซับซ้อนและทุกขั้นตอนต้องมีประชาชนเกี่ยวข้องและรับทราบเสมอ ประธานาธิบดีโอบามาต้องหาเสียงเลือกตั้งทุกรัฐเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีก่อน คือ ผู้สมัครในพรรคเดียวกันที่อยากเป็นตัวแทนก็ต้องแข่งกัน  สมาชิกพรรคซึ่งคือชาวสหรัฐฯในทุกรัฐเลือกใครด้วยการลงคะแนนเสียง ถ้าใครได้เสียงสูงสุด จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สมัครชิงประธานาธิบดี หลังจากนั้นผู้สมัครกับพรรคต้องกำหนดนโยบายพรรคและแผนหาเสียงทั่วสหรัฐอีกครั้งหนึ่ง ผู้สมัครคนนั้นต้องนำเสนอนโยบายพรรคต่อชาวสหรัฐทุกรัฐให้ถูกใจและเห็นพ้องในการลงคะแนนเสียงเลือกเขาเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในวันเลือกตั้งใหญ่ ประธานาธิบดีโอบามาเดินทางหาเสียงทั่วประเทศเพื่อนำเสนอนโยบายประชานิยมด้วยการช่วยเหลือคนยากจน คนด้อยโอกาส คนชั้นกลาง กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อช่วยเหลือนักธุรกิจที่เจอพิษแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อชาวสหรัฐเห็นชอบกับนโยบายบริหารบ้านเมืองที่โอบามานำเสนอในที่สาธารณะ จึงเลือกเขาเป็นประธานาธิบดีคนล่าสุดที่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม ปี 2552 หรือ 2009 จากนั้นเขาต้องนำนโยบายประชานิยมที่เสนอต่อชาวสหรัฐไปปฏิบัติให้ได้ผลจริง ถ้าชาวสหรัฐไม่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวอย่างแท้จริง อีกสี่ปีข้างหน้าที่เขาหมดวาระเป็นประธานาธิบดี ชาวสหรัฐจะลงโทษเขาและพรรคเดโมแครตด้วยการไม่เลือกผู้สมัครพรรคนี้อีก อันแตกต่างจากพรรคเสียงข้างน้อยของไทยที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ หลังเลือกตั้งก็ยังใช้สารพัดวิธีเพื่อโค่นล้มผู้ชนะ ทำลายความมั่นคงของพรรคเสียงข้างมากด้วยการโจมตีนโยบาย ปรามาสเจ้าของเสียงเลือกตั้งว่าโง่และเป็นพวกไพร่ไร้ปัญญาที่ไม่เลือกพรรคเสียงข้างน้อย เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งก็ไม่ยอมอยู่อย่างสงบดังเช่นพรรครีพับลีกันที่กระทำเพื่อบ้านเมืองเป็นปึกแผ่นมั่นคงและเคารพกติกาหรือเสียงของประชาชน

ขณะที่การเลือกตั้งในไทยไม่ได้มีความซับซ้อนเท่าสหรัฐ แต่ผู้นำของไทยไม่ได้มาตามขั้นตอนของประชาธิปไตยที่เสียงของประชาชนเป็นใหญ่ แต่อาศัยเดินลัดเลี้ยวจากข้อกฎหมายและผู้มีอิทธิพลนอกรัฐธรรมนูญ ม็อบผู้ก่อการร้ายสากล หรือนายทุนเงินหนา เพื่อขึ้นสู่อำนาจบริหารบ้านเมือง หัวหน้าพรรคเสียงข้างน้อยจากการเลือกตั้งใหญ่ใช้เงินทอง รถเบนซ์ คำข่มขู่โดยผู้มีอิทธิพลและอาวุธกระทำต่อส.ส.เป้าหมาย แล้วบังคับให้ยกมือเลือกเขาเป็นผู้นำรัฐบาลชุดใหม่ ดังนั้น นายกฯอภิสิทธิ์จึงมิได้มาจากฐานเสียงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง แต่ใช้การซื้อส.ส.ที่บิดเบือนหรือหักหลังต่อเจตนารมณ์ของคนไทยที่ลงคะแนนเลือกเขาคนนั้นเมื่อสังกัดพรรคหนึ่ง ต่อมาเพื่อเงินทองก็ไปยกมือเลือกศัตรูการเมืองหรือพรรคฝ่ายตรงข้าม จักเห็นได้ว่า หลักปกครองประชาธิปไตยเสียงประชาชนต้องเป็นใหญ่ในการเลือกผู้นำบริหารบ้านเมือง พรรครัฐบาลใหม่เป็นพวกเสียงข้างน้อยที่ช่วงชิงเสียงส.ส.ในขณะที่พรรคเสียงข้างมากกำลังรวมตัวเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ทั้งที่พรรคของท่านอภิสิทธิ์เป็นผู้วางหลักหรือวัฒนธรรมการเมืองให้พรรคเสียงข้างมากต้องตั้งรัฐบาลก่อน โดยเสียงข้างน้อยไม่ควรแทรกแซงหรือบิดเบือน หากทำไม่ได้ พรรคเสียงข้างน้อยจึงเหมาะสมในการตั้งรัฐบาล เกือบร้อยปีที่ผ่านมานักการเมืองยึดถือแนวทางนี้มาตลอดจึงทำให้การตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหาการยื้อแย่งอันสร้างความไม่สง่างามแก่รัฐบาลไทย ในที่สุดคนทำลายแนวทางหรือหลักนี้ก็คือ พรรคของท่านอภิสิทธิ์ภายใต้คำบงการของเหล่าผู้เฒ่าที่เคยเขียนกติกามารยาทดังกล่าวและเคยทำลายหลักการนี้มาก่อนรวมแล้วสองครั้งและพรรคเดียวกันเป็นผู้กระทำละเมิดกติกามารยาทที่บัญญัติขึ้นโดยหวังให้พรรคการเมืองอื่นยึดถือปฏิบัติไว้

ความสง่างามในฐานะผู้นำประเทศตามหลักกฎหมายในระบอบประชาธิปไตยนั้น ประธานาธิบดีโอบามามีมากกว่านายกฯอภิสิทธิ์ของไทยอย่างเทียบกันไม่ได้ ชาวสหรัฐฯทราบดีว่าเลือกประธานาธิบดีคนนี้แล้วประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร แต่การเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯคนใหม่ของไทยมิได้มาจากการหาเสียงเลือกตั้ง คนไทยจึงไม่ทราบว่า จะได้รับประโยชน์ใดจากการบริหารประเทศของกลุ่มนี้ แม้แต่นโยบายบริหารประเทศที่ต้องแถลงต่อรัฐสภาก็มิได้จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ปกตินโยบายบริหารชาติต้องนำมาจากนโยบายที่นำเสนอประชาชนในเวลาหาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากนายกฯคนนี้มิได้ผ่านการเลือกสรรของคนไทยให้เข้าบริหารประเทศเพราะอยู่ในสังกัดพรรคเสียงข้างน้อยที่ไม่มีสิทธิ์ตั้งรัฐบาลมาแต่แรก ในที่สุดการเขียนนโยบายแสดงต่อรัฐสภาจึงต้องคัดลอก ดัดแปลง จากนโยบายรัฐบาลเดิมหรือของพรรคเสียงข้างมาก แล้วอ้างเป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ โดยไม่ให้เกียรติต่อเจ้าของผลงานแท้จริง อันถือเป็นความไม่สง่างามของลูกผู้ชายหรือคนเก่งแท้จริง แม้แต่นโยบายที่ตนเคยประณามหยามเหยียดไว้ก็นำมาอ้างเป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ นอกจากนั้นเมื่อพบคำถามว่า งบประมาณจำนวนมากที่บอกว่าจะนำไปใช้ในนโยบายดังกล่าวหามาจากที่ไหน คำตอบที่ได้ คือ เงินกู้จากองค์กรต่างประเทศเป็นหลัก มันยิ่งแสดงศักยภาพค่อนข้างต่ำของทีมบริหารประเทศชุดนี้ที่ไม่มีปัญญาทำมาหากินเพื่อหาเงินเข้าประเทศ แต่คิดมักง่ายไปกู้เงินอย่างเดียวโดยให้คนไทยเป็นลูกหนี้ชั่วลูกชั่วหลาน มันจึงมิใช่ความหวังของคนไทยและน่าสลดใจกับผู้นำไทยที่ไร้ประสิทธิภาพหรือไร้ปัญญาอย่างแท้จริง มันช่างแตกต่างจากความหวังของชาวสหรัฐต่อนโยบายประชานิยมที่ประธานาธิบดีโอบามาเสนอไว้ ชาวสหรัฐต่างรอคอยให้เขามีอำนาจเต็มบริหารชาติและช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นวิกฤตไปได้ตามที่เขาพูดเมื่อวันหาเสียงเลือกตั้ง วันได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ วันแห่งความหวังในชีวิตใหม่ที่น่าจะสดใสกว่าวันนี้ แต่วันที่รู้ตัวนายกฯไทยคนใหม่เป็นวันสลดหดหู่ที่ต้องมาแบกหนี้ท่วมหัวและศักยภาพอ่อนแอของผู้บริหารประเทศที่อยู่ใต้อำนาจและการบังคับบัญชาของผู้มีอิทธิพลหลายกลุ่มหรือการตอบแทนบุญคุณอย่างใหญ่หลวงแก่ม็อบโกเต๊กซ์ที่ทำลายประเทศชาติ ดังเช่น มือที่มองเห็นถนัดตา บริษัทห้างร้านที่จ่ายเงินสนับสนุนล้มล้างรัฐบาลและม็อบ กลุ่มม็อบโกเต๊กซ์ กลุ่มทหารที่รองบซื้ออาวุธ เป็นต้น คนไทยไม่ควรลืมว่า การกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างชาติทุกครั้งต้องจ่ายค่าหัวคิวแก่ผู้อนุมัติเลือกสถาบันในการกู้ การซื้ออาวุธไม่ว่าแบบรัฐต่อรัฐหรือผ่านเอกชนผู้อนุมัติเลือกบริษัทเจ้าของอาวุธจักได้รับเงินพิเศษจำนวนมหาศาล บางครั้งอาวุธที่จัดส่งให้ก็มีมาตรฐานต่ำกว่าเงินที่ใช้ซื้อมันด้วย คนไทยคือผู้ต้องรับใช้หนี้โดยตรง ทำให้นักการเมืองหรือทหารไม่คำนึงถึงผลเสียหายต่อชาติ เพราะเขาไม่ต้องรับใช้หนี้คนเดียว แต่ได้มีชีวิตร่ำรวยเพียงครอบครัวเดียวหรือคนเดียวในพริบตา มันเป็นเรื่องที่คนไทยทราบดีมาตลอดและรัฐบาลน้อยรายมากที่กล้าแก้ไขหรือยุติพฤติกรรมดังกล่าว จึงกลายเป็นปัญหาหมักหมม เมื่อรัฐบาลนายกฯทักษิณจัดระเบียบการก่อหนี้ใหม่ด้วยการเน้นความจำเป็นเท่านั้น การก่อหนี้ในสมัยดังกล่าวจึงมีน้อย เน้นการค้าขายสินค้าหาเงินเข้าประเทศเป็นหลักจนมีศักยภาพปล่อยเงินกู้ในฐานะเจ้าหนี้แก่เพื่อนบ้านได้ การจัดซื้ออาวุธทำเท่าที่จำเป็นเพราะชาติมิได้อยู่ในภาวะสงครามแล้ว เมื่อมีเงินออมมาก ค่อยจัดซื้ออาวุธทันสมัยไปเลย ไม่เน้นซื้ออาวุธมือสอง ทำให้ทหารบางกลุ่มไม่พอใจกับผลประโยชน์ประจำปีที่ขาดหายไป นักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้ประโยชน์จากเงินพิเศษเมื่อมีการกู้เงิน จึงรวมตัวกันโค่นล้มทำลายล้างรัฐบาลดังกล่าว บัดนี้ รัฐบาลใหม่เริ่มต้นนโยบายกู้เงินต่างชาติและโครงการซื้ออาวุธของทหารและสร้างหน่วยทหารใหม่เพิ่มจากเดิมทั้งที่มิใช่ภาวะสงครามหรือมีสงครามใกล้บ้านเกิดขึ้น มันบ่งบอกให้ประชาชนทราบล่วงหน้าแล้วว่า จะต้องเตรียมตัวรับภาระหนี้เพิ่มมากขึ้นทั้งส่วนตัวและของรัฐยัดเยียดให้ไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ทหาร จักเปลี่ยนสภานภาพครอบครัวจากชาวบ้านทั่วไป ข้าราชการกินเงินเดือนธรรมดา ไปเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ในชั่วพริบตาเดียวจากสารพัดโครงงานที่นำเสนอต่อรัฐบาล นายกฯคนใหม่ต้องตอบแทนบุญคุณที่พวกเขาช่วยเหลือให้ครองอำนาจในบ้านเมือง มิใช่ทำงานเพื่อประชาชน เพื่อบ้านเมือง อย่างแท้จริง

ความแตกต่างระหว่างที่มาของตำแหน่งผู้นำบ้านเมือง นโยบายบริหารประเทศ อนาคตทางการเมือง ระหว่างโอบามา กับ อภิสิทธิ์ จึงไม่มีวันเปรียบเทียบกันได้เลย แม้จะมีบางคนพยายามจับมาเทียบเคียงกัน ชาวสหรัฐฯเลือกตั้งและได้ผู้นำตามที่ปรารถนาแล้ว แต่คนไทยต้องมีนายกฯใหม่ที่มิได้ปรารถนาเลย จึงค่อนข้างเคว้งคว้างและหวาดกลัวว่าต้องพบหายนะเบื้องหน้าที่รอคอยอยู่ภายใต้ผู้นำที่ไร้ความสามารถ ไร้คุณภาพ และยังต้องอยู่ใต้อำนาจบงการของบุคคลหลายกลุ่มที่ต้องการชี้นำทิศทางประเทศและประชาชน โดยเฉพาะมุ่งทำลายความเป็นประชาธิปไตยในบ้านเมือง คนไทยส่วนใหญ่จึงน่าสงสารยิ่ง แต่จะกำหนดชะตาบ้านเมืองใหม่ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคนไทยหัวใจประชาธิปไตยจักร่วมมือร่วมใจกันใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมายในระบอบประชาธิปไตยที่ยังเหลืออยู่ ก่อนที่รัฐบาลใหม่จะริดรอนหรือยึดสิ่งเหล่านั้นกลับไปเพื่อสร้างระบอบใหม่ตามที่ให้สัญญาไว้กับมือที่มองเห็นและม็อบโกเต๊กซ์ คนไทยจึงต้องป้องกันตัวเองด้วยการใช้สิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญให้เต็มที่และอย่างชาญฉลาด ไม่มีใครช่วยคนไทยได้ นอกจากคนไทยหัวใจประชาธิปไตยเท่านั้น

 

*********************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s