เลือกตั้งซ่อม กับ เลือกผู้ว่ากทม.

เลือกตั้งซ่อม กับ เลือกผู้ว่ากทม.

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

วันเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2552 ที่มาของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ คำสั่งยุบ 3 พรรคการเมืองด้วยการพิจารณาฉุกละหุกสุดขีดอันต้องจารึกในประวัติศาสตร์โลกที่ใช้เวลาพิจารณาพิพากษาโดยไม่ให้โอกาสจำเลยพิสูจน์ข้อกล่าวหาใดๆด้วยเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงและคำพิพากษาที่เขียนล่วงหน้าอย่างผิดพลาดเป็นระยะก็ยุบพรรคการเมืองไทยได้ วันเลือกตั้งซ่อมจึงเป็นโอกาสมีค่าที่คนไทยจะบอกเจตนาและความรู้สึกต่อนักการเมืองขายตัว พรรครัฐบาลใหม่ที่ใช้เล่ห์กลหรือเงินตราซื้อตัวส.ส.ที่คนไทยเคยเลือกไว้ด้วยเจตนาหนึ่งแต่ทรยศต่อความต้องการของคนไทยไปกระทำอีกอย่างหนึ่งเพราะเห็นแก่เงิน พรรครัฐบาลที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬาคือ ไม่รู้จักแพ้ ไม่ยอมรับคนชนะ พรรครัฐบาลที่มีพวกอำมาตย์แก่หลงยุค ม็อบโกเต๊กซ์ทำลายชาติยึดสนามบิน ทำเนียบรัฐบาล บริษัทห้างร้านเอกชนบางส่วนที่หวังผลประโยชน์ตอบแทน กลุ่มคนเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในรัฐบาลใหม่ที่เป็นการตอบแทนประโยชน์ที่ช่วยล้มรัฐบาลเสียงข้างมากด้วยการจ่ายเงินซื้อส.ส. ค่าเลี้ยงดูม็อบโกเต๊กซ์ให้ทำลายฐานะการเงินของชาติ ถ้าปล่อยให้มีส.ส.เพิ่มขึ้น จักเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจมาจากปวงชนชาวไทย เพราะผู้สนับสนุนทั้งหลายต่างแจ้งเจตนาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่า คนไทยยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอจะใช้สิทธิเสรีภาพด้วยตัวเอง จึงต้องนำระบอบใหม่มาปกครองประเทศไทย โดยให้คนกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแต่งตั้งผู้บริหารและส.ส.หรือส.ว. ในสภาทั้งหมด และประเทศไทยมิสมควรปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอีกต่อไป เมื่อพรรครัฐบาลใหม่ซึ่งตัวแทนของพวกเขาได้อำนาจบริหารและรอคอยเสียงส.ส.ให้มากพอจะเปลี่ยนเนื้อหาในรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับระบอบใหม่ที่ม็อบโกเต๊กซ์และพวกอำมาตย์แก่หลงยุคต้องการโดยเร็ว จึงต้องมีเสียงส.ส.ของตัวเองให้มากที่สุด การเลือกตั้งซ่อมเป็นคำตอบจากคนไทยที่ปฏิเสธระบอบใหม่อย่างเด็ดขาดด้วยการ ไม่เลือกพรรคหุ่นเชิดหรือตัวแทนอำมาตย์แก่หลงยุคกับม็อบโกเต๊กซ์ อย่างเด็ดขาด

ระบอบประชาธิปไตยนั้นคนไทยมีสนามแสดงเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ คือ สนามเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้งใหญ่หรือเล็ก ในทางกลับกันระบอบใหม่หรือที่เรียกกันฟังไพเราะ คือ ระบอบอำมาตยาธิปไตยนั้น คนไทยจะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่คนกลุ่มหนึ่งจะเป็นผู้แต่งตั้งคนแล้วอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชนไปอาศัยในสภาต่างๆ หากคนไทยต้องการรักษาอำนาจให้เป็นของปวงชนชาวไทยต่อไป จึงต้องใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเต็มที่ด้วยการ เลือกพรรคการเมืองที่ฝักใฝ่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มิใช่แค่ร่างทรงเพื่อนำระบอบใหม่มาบังคับให้คนไทยต้องยอมรับด้วยกฎหมายที่เขาเขียนขึ้นใหม่เพื่อยึดสิทธิเสรีภาพแต่กำเนิดของคนไทย คนไทยต้องเลือกพรรคดังกล่าวไปปกป้องอำนาจของคนไทยไว้ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทย ส.ส.จากพรรคนี้จะทุ่มกำลังกายและใจเพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพของคนไทยอันเป็นรากฐานประชาธิปไตยและมอบความเป็นตัวแทนแก่เขา ผลประโยชน์ทางประชาธิปไตยจึงมีร่วมกันระหว่างเจ้าของเสียงเลือกตั้งกับส.ส.ที่ถูกเลือก งานเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงควรพิจารณาให้ถ่องแท้เพื่อเลือกว่า จะรักษาหรือยอมมอบสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยให้แก่พรรคฝักใฝ่ประชาธิปไตยหรือพรรคตัวแทนอำมาตย์แก่หลงยุคที่จ้องล้มล้างระบอบนี้อยู่

นอกจากนั้น การเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ซึ่งพรรครัฐบาลใหม่ที่เป็นเสียงข้างน้อย แต่ทุ่มเงินทองซื้อส.ส.จนได้ปกครองประเทศ ถือเป็นร่างทรงของระบอบอำมาตยาธิปไตยที่รอการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอยู่ ส่ง คนสมัครเป็นผู้ว่ากทม. อีกครั้ง ทั้งที่การเลือกตั้งเพิ่งผ่านมาแค่เดือนกว่าและทราบดีว่าอดีตผู้ว่าฯที่ชนะจะต้องเกี่ยวพันคดีความ ทำให้ต้องเสียเงินเลือกตั้งใหม่นับหลายร้อยล้านบาท อันสร้างความเสียหายแก่เงินภาษีของชาวกทม. ถือเป็นพรรคที่ขาดคุณธรรม เมื่อคิดทบทวนพฤติกรรมของพรรคการเมืองนี้ในการตั้งรัฐบาลใหม่ด้วย คนกทม.จึงควรพิจารณาความประพฤติในอดีตและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่า ควรเลือกตัวแทนจากพรรคนี้ต่อไปอีกหรือ ? ทั้งที่ทำลายเงินของคนกทม.อย่างไม่เสียดายและทำลายวัฒนธรรมทางการเมืองหรือน้ำใจนักกีฬาที่พึงมีในระบอบประชาธิปไตยอย่างไม่ละอายใจทั้งที่อายุพรรคยาวนานมากที่สุด การเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เป็นการแสดงเจตนาหรือความรู้สึกของคนกทม.ว่า เข้าใจลึกซึ้งกับระบอบประชาธิปไตยมากพอหรือส่งเสริมพรรคที่ทำลายชาติเพราะไปสนับสนุนม็อบโกเต๊กซ์ให้ทำลายระบบเศรษฐกิจของกทม.ด้วยการยึดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาล ทำลายความเคารพนับถือต่อพระบรมรูปทรงม้าด้วยการเอาผ้าอนามัยใช้แล้วไปถูให้เปรอะเปื้อนเพื่อแก้อาถรรพ์ตามที่แกนนำม็อบประกาศเชิญชวน ม็อบนี้ต้องมีเงินหนุนจึงทำลายกทม.ได้ยาวนานและมากเพียงนี้ คนกทม.ควรแสดงความรู้สึกผ่านการเลือกผู้ว่ากทม.มิให้พรรคที่สนับสนุนม็อบโกเต๊กซ์ปกครองคนกทม.และเมืองศิวิไลซ์ที่ต้องรับผลกระทบอย่างหนักเพราะพฤติกรรมของม็อบและพรรคเก่าแก่ที่ไม่รู้จักแพ้ในการเลือกตั้งและไม่คิดจะรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ แต่กลับฝักใฝ่พวกอำมาตย์แก่หลงยุคเพื่อหวังชิงตำแหน่งสูงสุดในบ้านเมือง คนกทม.ซึ่งมีความรู้ ภูมิปัญญา จึงควรคิดวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งถึงความเป็นมาของพรรคที่ส่งตัวแทนเข้าสนามเลือกตั้งว่ามีพฤติกรรมเช่นใด การทำงานประสานกับส.ก.หรือส.ข.ในสภากทม. โดยเฉพาะต้องเน้นความรักและยึดมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก ดังนั้น การทำงานในกทม.สมัยนี้ในระบอบประชาธิปไตยควรมาจากพรรคการเมือง มีความรู้ ประสบการณ์ชีวิตหรือการงานมากพอ ยึดมั่นประชาธิปไตย ทำงานประสานงานกับทุกฝ่ายได้ซึ่งผู้สมัครอิสระจะขาดสิ่งนี้อย่างมาก บางส่วนของผู้สมัครมีสถานภาพสังคมสูงจากชาติกำเนิดของครอบครัว คนกทม.ต้องคิดให้ลึกซึ้งจากวิถีชีวิตของคนประเภทนี้ว่า พวกเขามีการศึกษาดีเพราะมีเงินทองใช้สอยไม่ขาดมือ ไม่ต้องทำงานตลอดชีวิต ไม่รู้จักการใช้ชีวิตแท้จริงของคนกทม. แม้แต่การหาเสียงเลือกตั้งบางคนยังต้องมีคนรับใช้สารพัดงานเดินติดตามไป บางคนไม่เคยทำงานจริงจังหรือตรงกับความรู้ของเขา ผู้สมัครสถานภาพสังคมสูงจึงไม่มีวันทำงานรับใช้ชาวกทม.ได้อย่างแน่นอนเพราะเขาเคยชินกับการมีคนรับใช้มาตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนแก่ ช่วงหาเสียงที่พวกเขามีภาพใกล้ชิดกับประชาชนก็เป็นเพียงการแสดงละครเรื่องหนึ่ง ไม่นานก็จบเรื่องแล้ว เพื่อชัยชนะและสมัครใจเป็นดาราในสนามแข่งขัน ก็ต้องแสดงสุดฝีมือเพื่อคว้าชัยชนะ คนกทม.จึงต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าจะมอบสิทธิเลือกตั้งแก่ผู้สมัครพรรคหุ่นเชิดของพวกอำมาตย์กับม็อบโกเต๊กซ์ที่ไม่ชื่นชมต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดเจนหรือผู้สมัครชาติกำเนิดสูงลิบมีคนรับใช้ช่วยเหลือมาตลอดชีวิต แล้วอาสาจะทำงานรับใช้คนกทม.ในครั้งนี้ เราต้องไม่ลืมว่า ผู้ว่ากทม.เปรียบเสมือนแม่บ้านเมืองหลวงของประเทศไทยซึ่งทำงานจิปาถะตั้งแต่ล้างท่อขนขยะจนถึงงานรับแขกเมือง รับใช้คนกทม.เป็นงานประจำวัน ดังนั้น คนกทม.ควรใช้วิจารณญาณเลือกผู้ว่าฯสังกัดพรรคที่เชื่อมั่นในประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและชัดเจน มีความรู้ดี มีความสามารถในการทำงานและเข้าใจงานกทม.อย่างลึกซึ้ง ตั้งใจทำงานเพื่อคนกทม. สิ่งที่สำคัญสำหรับยุคสมัยนี้คือ ผู้ว่ากทม.ควรสังกัดพรรคการเมืองเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ระบอบประชาธิปไตยและตรวจสอบได้เพิ่มขึ้น คือ พรรคและคนกทม.สามารถตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯได้เพื่อการดูแลอย่างรอบคอบที่สุด

การเลือกตั้งซ่อมเป็นหน้าที่ของคนไทยเฉพาะถิ่นที่ต้องใช้วิจารณญาณคิดวิเคราะห์เลือกตัวแทนไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรโดยต้องแสดงให้พรรคเก่าแก่ที่กำลังเป็นรัฐบาลใหม่และกลุ่มสนับสนุนการเมืองใหม่ว่า พวกเขาเคยดูแคลนคนต่างจังหวัดว่ามีภูมิความรู้ต่ำ ไม่ควรมีสิทธิเลือกตั้ง และไม่เหมาะสมจะมีอำนาจบริหารบ้านเมืองตามรัฐธรรมนูญ อำนาจจากปวงชนชาวไทยไม่สมควรมาจากคนต่างจังหวัดหรือคนเรียนน้อย มันจึงเป็นโอกาสที่คนไทยในท้องถิ่นที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมต้องแสดงศักยภาพและภูมิปัญญาในการกำจัดผู้สมัครที่ดูหมิ่นเจ้าของเสียงเลือกตั้ง บอกให้ผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลใหม่หรือระบอบใหม่ว่าจักรักษาระบอบประชาธิปไตยหรืออำนาจตามรัฐธรรมนูญไว้ด้วยชีวิต  ส่วนคนกทม.ก็ควรคิดวิเคราะห์แยกแยะผู้สมัครที่เหมาะสมจะรับใช้คนกทม.อย่างแท้จริงอันเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายเลือกตั้งกทม. มิใช่เลือกให้มาเป็นอำมาตย์บังคับกดข่มคนกทม. สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยของคนไทยหรือคนกทม.จะยังคงอยู่ในมือของคนไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปากกาที่จะกากบาทเลือกคนประเภทใดไปอยู่ในสภาผู้แทนฯหรือรับใช้คนกทม. คนไทยต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือทำลายล้างประชาธิปไตยไปจากแผ่นดินไทยด้วยความเขลา รู้ไม่เท่าทันพวกอำมาตย์แก่หลงยุคที่กำลังบงการการเมืองไทยวันนี้ วันเลือกตั้งซ่อมและวันเลือกผู้ว่ากทม.จะบอกให้สังคมไทยทราบว่า ประชาธิปไตยควรอยู่กับคนไทยต่อไปหรือไม่ ?

 

*******************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s