ไขปัญหาพระคิดดอกเบี้ยเงินกู้

พระปล่อยกู้   คิดดอกเบี้ยได้รึ?      

 

                                                                                                        เขียนโดย  ลีลา LAW 

 

 

                สถานะของแต่ละบุคคลมีส่วนกำหนดบทบาทของเขาในสังคมได้  แต่กฎหมายให้ความรับรองทุกคนมีสิทธิตามกำหนดไว้เท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงว่า เขาจักมีฐานะหรือบทบาทเช่นไร ขอเพียงมีองค์ประกอบครบตามกำหนดในกฎหมาย เขาจะได้รับความยุติธรรมเสมอกัน หลายท่านอาจเคยเห็น เคยได้ยิน หรือประสบด้วยตนเองว่า มีพระภิกษุให้เงินกู้ยืมแก่ผู้ขัดสนเงินทองด้วยการคิดดอกเบี้ยด้วย นอกเหนือจากหน้าที่เผยแพร่พุทธศาสนาแก่ชาวบ้านแล้ว คำถามที่ตามมาคือ พระภิกษุสามารถเป็นเจ้าหนี้ปล่อยกู้เยี่ยงเดียวกับบุคคลทั่วไปได้หรือไม่  เหมาะสมกับความเป็นภิกษุผู้น่าศรัทธาเพียงใด

                มีกรณีศึกษาที่เกิดคำถามข้องใจข้างต้น แล้วแสวงหาคำตอบให้ชัดเจนได้โดยผ่านกระบวนการทางศาล ดังนี้คือ วันหนึ่ง นายบอน เกิดภาวะขัดสนทางการเงินอย่างหนัก และด้วยความที่มีศรัทธาต่อวัดใกล้บ้านสม่ำเสมอ จึงนำเรื่องไปปรึกษากับ ภิกษุกว้าง ซึ่งคุ้นเคยกันมานาน และมีคำปลอบใจให้ต่อสู้ชีวิตอย่างเข้มแข็ง พร้อมทั้งเสนอจะให้กู้ยืมเงินจำนวนหนึ่ง โดยคิดดอกเบี้ยไม่แพงในฐานะคนรู้จักกัน เวลานั้นเขาซาบซึ้งน้ำใจและทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวทันที จึงทำให้คลี่คลายปัญหาด้านการเงินได้อย่างสบายใจ เวลาผ่านไปหลายเดือน เขาขาดส่งดอกเบี้ยบ่อยครั้งมาก ภิกษุกว้างจึงทวงถามขอให้จ่ายคืนเงินกู้ทั้งหมด เขาจึงอ้างว่าพระภิกษุไม่มีสิทธิปล่อยเงินกู้แล้วคิดดอกเบี้ย การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน การให้กู้เงินแก่นายบอนเป็นโมฆะ และไม่ต้องชดใช้หนี้ใดๆ ในที่สุดภิกษุกว้างได้ฟ้องคดีต่อศาลซึ่งได้ตอบคำถามข้องใจตามที่นายบอนอ้าง ดังคำพิพากษาฎีกาที่ 3773/2538 ซึ่งศาลได้พิจารณาคำฟ้องและคำให้การของคู่กรณีทั้งสองแล้ว เห็นว่า ไม่มีกฎหมายใดห้ามพระภิกษุนำเงินส่วนตัวของตนออกให้บุคคลอื่นกู้ยืมโดยคิดดอกเบี้ย พระภิกษะเป็นบุคคล ย่อมมีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย เมื่อมิได้มีการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ถือว่าขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด พระภิกษุย่อมมีสิทธิเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยคืนได้ ด้วยคำพิพากษาดังนี้ทำให้นายบอนจำต้องชดใช้หนี้เงินแก่ภิกษุกว้าง ผู้เป็นเจ้าหนี้ในที่สุด มิอาจบิดพลิ้วเล่นลิ้นหมายจะเบี้ยวหนี้ได้อีกต่อไป

                บุคคลตามกฎหมาย ย่อมได้รับการคุ้มครองเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด สำหรับผู้เป็นพระภิกษุซึ่งมีสถานะทางสังคมที่สูง และ ความรู้สึกของประชาชนต่างให้ความศรัทธา ย่อมต้องมีสติพิจารณามากกว่าคนทั่วไปว่า สมควรกระทำสิ่งนั้นหรือไม่ แม้กฎหมายจะยอมให้ทำได้ก็ตาม การกระทำของภิกษุแต่ละรูป ย่อมสร้างเสริม หรือ ทำลาย ภาพพจน์และสถานะน่าศรัทธาในสังคมโดยรวมซึ่งอาจกระทบถึงพระภิกษุทั้งหมดได้ ถ้าประชาชนหมดศรัทธา พุทธศาสนาย่อมอ่อนแอ วินัยสงฆ์เป็นกฎเข้มแข็งในการดูแลพระภิกษุให้ประพฤติในสิ่งที่ดี ที่ชอบ กอปรกับจิตสำนึกของความเป็นพระภิกษุที่ดีของพุทธศาสนา ย่อมทำให้ตระหนักแก่ใจได้ว่า สมควรปล่อยเงินกู้ คิดดอกเบี้ยในขณะที่ครองจีวรเป็นพระภิกษุหรือไม่

*********************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s