วุฒิภาวะของสมาชิกวุฒิสภา

วุฒิสมาชิก กับ วุฒิภาวะ

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

การอภิปรายของวุฒิสมาชิกหญิงท่านหนึ่งชี้แจงเกี่ยวกับการนำสามีเข้าไปในห้องประชุมสภาว่า สามีอยู่ในฐานะผู้ติดตามและนำเข้าห้องประชุมไม่บ่อยครั้ง ท่านยอมรับว่าในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เกิดอาการสติแตก จึงปฏิบัติตนหลายอย่างไม่เหมาะสม เช่น เข้าห้องประชุมโดยไม่เซ็นชื่อ ท่านจงใจอยู่ในสถานที่อีกแห่งใกล้รัฐสภาโดยไม่เข้าร่วมประชุมตามหน้าที่ นำสามีเข้าห้องประชุม คัดค้านและรบกวนการแถลงนโยบายของรัฐบาล เป็นต้น มันเป็นการยอมรับว่านำบุคคลภายนอกที่มิใช่สมาชิกรัฐสภาเข้าห้องประชุมโดยมิได้รับอนุญาตตามระเบียบ ข้ออ้างแก้ตัวของวุฒิสมาชิกหญิงบ่งบอกวุฒิภาวะที่บกพร่องเมื่อเทียบกับอายุและระดับการศึกษาของคนวัยนี้ โดยเฉพาะมิอาจปฏิเสธว่า ไม่รู้กฎระเบียบที่ห้ามนำคนนอกหรือคนติดตามเข้าห้องประชุมสภาอย่างเด็ดขาด อีกทั้งในภาพข่าวที่เสนอตามหน้าหนังสือพิมพ์โดยผู้ติดตามนั่งอยู่หน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง จึงมิได้เป็นไปตามคำอ้างภายหลังที่ว่าเขาเข้าไปปกป้องภรรยาในห้องประชุม แต่มีลักษณะนั่งฟังอยู่สักพักใหญ่แล้ว ภรรยาก็เกิดอาการสติแตกคัดค้านบ่อยครั้งเพื่อขัดขวางมิให้นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายครบถ้วน จนกระทั่งประธานสภาฯจำเป็นต้องเตือนหลายครั้ง ในที่สุดจึงต้องเชิญตัวออกจากห้องประชุมเพื่อความสงบเรียบร้อยในห้องประชุมดังรายละเอียดข่าวที่รับทราบกันมาแล้ว

ปกติแล้วรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติของวุฒิสมาชิกให้สูงกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยเหตุผลที่ต้องการให้เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาของรัฐสภา รวมทั้งตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล จึงต้องการผู้มีวุฒิภาวะสูงและมีประสบการณ์ในการคัดกรองกฎหมายหรือคัดเลือกคณะกรรมการบริหารองค์กรอิสระด้วย วุฒิสมาชิกมีสองแบบ คือ เลือกตั้ง และ แต่งตั้ง แต่ให้เรียกเหมารวมว่าตัวแทนประชาชน ส่วนที่มาจากการเลือกตั้งก็ให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกในอัตราส่วน 1 จังหวัด ต่อ 1 วุฒิสมาชิกโดยไม่คำนึงถึงจำนวนประชากรของแต่ละจังหวัด ส่วนการแต่งตั้งนั้นรัฐบาลในสมัยปฏิวัติเป็นผู้ตั้งคณะกรรมการสรรหาแล้วให้พวกเขาไปคัดเลือกจากบุคคลที่หน่วยงานหรือองค์กรหรือบริษัทเอกชนเสนอชื่อให้ได้จำนวนครึ่งหนึ่งของสภา ดังนั้น วุฒิสภาจึงมีสมาชิกสองแบบที่ไม่เป็นไปตามแนวคิดระบอบประชาธิปไตยที่ต้องให้ประชาชนคัดเลือกโดยตรง แต่ถูกตัดแบ่งครึ่งให้มาจากการแต่งตั้ง แต่มีอำนาจคัดกรองกฎหมายและแต่งตั้งหรือถอดถอนรัฐบาลหรือคณะบริหารองค์กรอิสระได้เท่าเทียมกับพวกที่มาจากการเลือกตั้งและมีอำนาจสูงกว่าตัวแทนประชาชนด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปีพ.ศ.2540แล้ว จักเห็นชัดว่า วุฒิสมาชิกครึ่งหนึ่งมิได้มาจากความต้องการของประชาชน อีกทั้งการแต่งตั้งครั้งนี้จะมองเห็นบุคคลที่ถูกคัดเลือกไว้ล้วนมีที่มาใกล้ชิดกับคณะปฏิวัติอย่างมาก ภาพของพวกเขาจึงเป็นตัวแทนของคณะปฏิวัติ บางคนเป็นญาติสนิทของผู้ปฏิวัติ บ้างเป็นนักวิชาการที่แสดงตนว่าเป็นผู้สนับสนุนการปฏิวัติ ทำให้สภาสูงมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกอย่างชัดเจนจากที่มาของพวกเขา ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในสภาสูง คือ ความพยายามผลักดันให้ตนเป็นกลุ่มผู้ชี้นำการลงคะแนนเสียงหรือตัวแทนวุฒิสภาในการแสดงความเห็นต่อสังคมต่อต้านการทำงานของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง อันมิใช่จุดประสงค์ให้มีวุฒิสภาในระบอบประชาธิปไตยอย่างเห็นได้ชัด

เหตุไฉนวุฒิสมาชิกบางคนจึงคัดค้านการทำงานของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะส่วนที่มาจากการแต่งตั้ง แล้วยังผลักดันเชิดให้วุฒิสมาชิกเลือกตั้งที่ฝักใฝ่ระบอบเผด็จการเป็นผู้นำและตัวแทนวุฒิสภาอย่างมาก คำตอบ คือ หากมองให้ลึกซึ้งจะเห็นที่มาของวุฒิสมาชิกเลือกตั้งหญิงคนหนึ่งถูกเชิดให้เป็นผู้นำของสมาชิกวุฒิสภา ขณะที่บางคนรวมตัวกันต่อต้านภาพผู้นำของวุฒิสมาชิกคนนั้นโดยชี้แจงว่าตนและเพื่อนซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้งมีวิจารณญาณเป็นอิสระและไม่ขึ้นต่อวุฒิสมาชิกหญิงคนดังกล่าว อันเป็นการบอกกล่าวต่อสังคมว่าเธอผู้นั้นมิใช่ตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา เบื้องหลังและการเคลื่อนไหวในอดีตของวุฒิสมาชิกหญิงคนนี้เป็นนักต่อต้านรัฐบาลเลือกตั้งมาตั้งแต่เริ่มชีวิตนักการเมืองและเป็นสาวกของกลุ่มพันธมิตรฯ ทุกครั้งที่ประท้วงขับไล่รัฐบาลเลือกตั้ง ท่านผู้นี้จักเป็นผู้อภิปรายปลุกปั่นให้ร้ายรัฐบาลเลือกตั้งเสมอ ยกเว้นให้กับรัฐบาลเผด็จการ แล้วยังแสดงความเห็นหรือกระทำการทุกอย่างเพื่อยึดรัฐวิสาหกิจเป็นของรัฐโดยไม่สนใจต่อภาวะการขาดทุนและการบริหารที่ล้มเหลวหรือความไม่สะดวกของประชาชน อีกทั้งขัดต่อนโยบายให้รัฐบาลเป็นผู้คุมนโยบายขององค์กรเป็นหลัก เพื่อให้องค์กรมีขนาดเล็กและคล่องตัวในการทำงานหรือขยายตัวมากขึ้น ประชาชนมีทางเลือกเพิ่มขึ้น เธอเน้นให้มีการผูกขาดกิจการไว้ซึ่งเคยเป็นบ่อเกิดการคอรัปชั่นมโหฬารในอดีตที่ทำให้ราคาโทรศัพท์เครื่องละหนึ่งแสนบาทเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เธอจึงมีแนวคิดแบบสังคมนิยมสุดโต่งอย่างมากและเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตยของไทยที่เน้นเสรีภาพทางการค้า รัฐผูกขาดให้น้อยที่สุดและทำเท่าที่จำเป็น เมื่อประกาศเลือกตั้งวุฒิสมาชิกตามรัฐธรรมนูญใหม่ ท่านก็เข้าสู่สนามเลือกตั้งและได้รับการคัดเลือกเป็นวุฒิสมาชิกด้วยคะแนนสูงจากการเน้นบทบาทปลุกปั่นถึงใจชาวบ้านในเวลานั้น โดยคณะกรรมการเลือกตั้งไม่คัดค้านดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกเมื่อปีพ.ศ.2549 ซึ่งถูกยกเลิกไปโดยคณะปฏิวัติ อีกเหตุผลหนึ่งคือ วุฒิสมาชิกจะทำงานจนครบวาระโดยไม่มีผู้ใดมีอำนาจยุบได้ อันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทำให้วุฒิสมาชิกกลุ่มนี้มักยุแยงให้รัฐบาลยุบสภาเป็นหลัก เนื่องจากตนไม่กระทบหรือเสียหายกับการตัดสินใจเช่นนี้

การปฏิบัติงานในฐานะวุฒิสมาชิกหญิงตั้งแต่เริ่มมีรัฐบาลเลือกตั้ง ท่านจะมีการโต้แย้ง คัดค้าน ขัดขวางการทำงานของรัฐบาลเลือกตั้งด้วยจิตอคติเสมอ บางรัฐบาลยังไม่ได้เริ่มทำงาน แค่ทำกระบวนการแต่งตั้งตามกฎหมายเสร็จ ท่านก็ออกมาไล่รัฐบาลด้วยข้ออ้างว่า ฉ้อราษฎร์ โกงชาติ ใส่ร้ายป้ายสีการทำงานของรัฐบาลเลือกตั้งเสมอ การกระทำของวุฒิสมาชิกแต่งตั้งกับเลือกตั้งบางส่วนทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อตัวแทนราษฎรอย่างชัดเจน อันขัดต่อเจตนารมณ์ที่ให้มีวุฒิสภาในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยังมีแนวคิดต่อต้านการปกครองระบอบนี้ด้วย เนื่องจากพยายามยัดเยียดและสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรควรแต่งตั้งมากกว่าให้ประชาชนทั้งประเทศเลือกสรรกันเองโดยอ้างเหตุผลว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้น้อย ไม่เท่าทันเล่ห์กลของนักการเมือง จึงควรให้คนบางกลุ่มที่มีการศึกษาดีเป็นผู้คัดเลือกคนแล้วสวมเสื้อตัวแทนราษฎร โดยไม่คำนึงว่า การเลือกตั้งคือ หัวใจของประชาธิปไตยซึ่งเป็นที่ยอมรับกันของชาวโลก เหตุผลที่คนกลุ่มนี้ชื่นชอบการแต่งตั้งเนื่องจาก สามารถผลักดันให้พรรคพวกหรือเพื่อนหรือพี่น้องเข้าสวมเสื้อประชาชนและใช้สิทธิ์แทนคนไทยได้ง่ายกว่าการต้องลงพื้นที่หาเสียงให้ประชาชนนับแสนคนชื่นชอบแล้วเลือกเขาหรือเธอเข้าสภา การแต่งตั้งแค่วิ่งเต้นกราบไหว้หรือจ่ายเงินให้ไม่กี่คนก็เป็นตัวแทนในรัฐสภาได้แล้ว ดังเช่นที่คณะปฏิวัติกระทำกับวุฒิสมาชิกแต่งตั้งรุ่นแรกของรัฐธรรมนูญปีพ.ศ.2550 จักสังเกตเห็นว่า บริษัทเอกชนเจ้าของอาคารพักอาศัยเสนอชื่อชายคนหนึ่งเข้ารับการสรรหาเป็นวุฒิสมาชิก และก็ได้รับคัดเลือก เมื่อมองไปยังอดีตของเขาและคณะกรรมการสรรหาที่มีจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับประชาชนนับแสนนับล้านที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้แทนหรือวุฒิสมาชิกเมื่อปีพ.ศ.2549  จักพบว่า เขาเคยทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการฯคนหนึ่ง นอกจากนั้น บุคคลที่เข้ารับการสรรหาหลายคนมีชื่อเสียงและคุณสมบัติดีกว่าเขามาก แต่ไม่ได้รับการคัดเลือกซึ่งส่วนหนึ่งต้องมาจากผู้นั้นอาจไม่รับฟังคำสั่งหรือไม่ชื่นชอบเผด็จการ จึงถูกคัดทิ้งในที่สุด เบื้องหลังของเขาคนนั้นทำให้สันนิษฐานได้ว่า การเป็นวุฒิสมาชิกน่าจะมีการผลักดันจากกรรมการที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา ตัวอย่างที่ยกให้เห็นจักพบว่า กระบวนการคัดเลือกวุฒิสมาชิกแต่งตั้งก็น่าเคลือบแคลงมาก ณ วันนี้เขาคนนั้นทำงานสนองเจตนารมณ์ของผู้แต่งตั้งได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะคัดค้าน ขัดขวาง ทำลาย รัฐบาลเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ถือว่า สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก โดยไม่ต้องทำงานประจำของวุฒิสมาชิกด้านกฎหมายเลย เน้นทำลายล้างรัฐบาลหรือบุคคลในรัฐบาลเป็นหลัก

วุฒิภาวะของวุฒิสมาชิกซึ่งล้วนต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีและต้องมีการศึกษาระดับปริญญาตรี น่าจะไม่อาจใช้ข้ออ้างว่า พาสามีนอกกฎหมายเข้าไปในห้องประชุมรัฐสภาเพราะอาการสติแตก ทั้งที่วันนั้นเป็นเพียงการแถลงนโยบายของรัฐบาลและการประท้วงด้านนอกในเวลานั้นยังไม่มีใครบาดเจ็บหรือล้มตายสักคน คนตายและการระเบิดล้วนเกิดขึ้นภายหลังการประชุมสภาเสร็จสิ้นแล้ว มิใช่ช่วงเริ่มต้นของการแถลงโดยรัฐบาลเลย วุฒิสมาชิกหญิงรู้กฎระเบียบดีว่า นำคนนอกเข้าห้องประชุมไม่ได้ ผู้ติดตามหรือสามีนอกกฎหมายก็ไม่ใช่บุคคลที่รับอนุญาตให้เข้าห้องดังกล่าวได้ จักอ้างว่าไม่รับทราบหรือเผลอพลั้งพลาดให้เข้าไปก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่รับฟังได้เลย การยอมรับว่านำสามีเข้าห้องประชุมบ่อยครั้งหรือไม่มากครั้งหรือน้อยครั้ง มันบอกชัดว่าท่านมีสติทุกครั้งที่ทำละเมิดกฎ แสดงว่าเจตนาหรือจงใจนำผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องประชุมรัฐสภา ทั้งที่ควรจะรออยู่นอกห้องหรืออยู่ชั้นบนเพื่อดูการประชุมก็ได้ ขณะที่ท่านคาดคั้นหรือตอกย้ำให้รัฐบาลต้องไม่ทำละเมิดกฎหมายบ้านเมืองหรือรับผิดชอบต่อสิ่งที่กระทำไป แต่วุฒิสมาชิกหญิงซึ่งนำสามีนอกกฎหมายเข้าไปในห้องประชุมรัฐสภาจนกระทั่งสมาชิกท่านอื่นพบเห็นแล้วแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบและเชิญออกจากห้องโดยมีหลักฐานภาพส่อแสดงชัดเจนว่าทำละเมิดกฎระเบียบ แล้วอ้างว่าทำไปเพราะสติแตกทั้งที่มีการศึกษาดี ประสบการณ์ชีวิตยาวนาน จักไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเลย มันเป็นความยุติธรรมที่ท่านเรียกร้องจากรัฐบาลเสมอหรือ ? ท่านละเมิดกฎในวุฒิสภาได้อย่างไม่ละอายใจ ถ้าสืบสวนกลับไปยังชีวิตในอดีตทั้งการทำงานหรือส่วนตัว อาจพบเห็นการกระทำผิดอื่นที่ใหญ่โตมากกว่านี้ก็ได้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสังเวชใจของวุฒิสมาชิกไทยยุครัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2550 ที่แขวนป้ายวุฒิสภาจากระบอบประชาธิปไตย แต่กระทำตนขัดขวางหรือล้มล้างระบอบนี้เพื่อนำเผด็จการมาครองเมืองไทยให้สำเร็จ โดยไม่คำนึงว่าชาติพัฒนารุ่งเรืองไม่ได้ด้วยอำนาจของผู้นำเผด็จการซึ่งผ่านการพิสูจน์บนแผ่นดินนี้มานานหลายสิบปีและรัฐบาลเผด็จการหลายรุ่นแล้ว แต่เขาหรือเธอกลุ่มนี้ยังงมงายหรือหลงใหลกับอำนาจที่ฉาบไว้ และดิ้นรนรักษามันไว้กับตนจนกว่าจะตาย น่าอนาถใจที่ประเทศไทยต้องมีวุฒิสมาชิกที่อ้างตนเป็นตัวแทนคนไทย แต่ดูแคลนและทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยและคนไทยเจ้าของประเทศ เนื่องจากพวกเขาต้องการเป็นเจ้าของประเทศเพียงคณะเดียวเท่านั้นด้วยข้ออ้างว่า ประเทศไทยควรกำหนดทิศทางและปกครองโดยชนชั้นที่มีการศึกษาดี ฐานะการเงินดี ที่อาจเรียกด้วยศัพท์ง่ายๆว่า ชนชั้นสูง เท่านั้น มิใช่ให้คนไทยทุกชนชั้นเป็นผู้กำหนดชะตาให้กับประเทศไทยด้วยการส่งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ผู้ปกครองบ้านเมือง

 

**********************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s