อารยะขัดขืนของแท้ VS ของเทียมในไทย

อารยะขัดขืน

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

คำพูดยอดฮิตที่ใช้กล่าวอ้างเป็นเหตุผลเมื่อแสดงพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมืองซึ่งบรรดาสาวกกลุ่มพันธมิตรฯที่ยึดทำเนียบรัฐบาลซึ่งมิใช่กรรมสิทธิ์ของตนนิยมใช้อ้างเสมอ แต่พวกเขาไม่เข้าใจความหมายแท้จริงของคำพูดนี้เลย คำว่า อารยะ  หมายถึง ผู้เจริญแล้วทั้งกายและใจ คำว่า อารยะขัดขืน ถูกนำไปใช้ครั้งแรกในอินเดีย โดย มหาตมะคานธี แต่มิได้แสดงกิริยาก้าวร้าวหรือฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมืองอย่างที่กลุ่มพันธมิตรฯกระทำต่อประเทศไทยในเวลานี้

ในเวลานั้นอินเดียเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมอังกฤษซึ่งปกครองมานับร้อยปี กิจการมากมายผูกขาดโดยรัฐบาลและคนอังกฤษเท่านั้น ทรัพยากรมีค่าในอินเดียถูกขนถ่ายและขายให้ประเทศอังกฤษและบังคับให้คนอินเดียต้องซื้อขายสินค้าตามราคาที่อังกฤษกำหนดทั้งที่เป็นทรัพยากรจากแผ่นดินอินเดีย การกดขี่ข่มเหงของเจ้าอาณานิคมสั่งสมกันมานานจนกระทั่งชายอินเดียคนหนึ่งซึ่งมีภูมิความรู้สูงและมาจากวรรณะสูงแล้วยังผ่านการใช้ชีวิตในโลกที่เจริญพัฒนามาแล้วเห็นว่า อินเดียควรเป็นอิสระ ปกครองและกำหนดกฎหมายบังคับใช้กับประชากรเอง พัฒนาและใช้ทรัพยากรมีค่าด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องให้อังกฤษแย่งไปจากคนอินเดียอีกต่อไป เขาเผยแพร่ความรู้และความเห็นให้คนอินเดียตระหนักในคุณค่าของชีวิตและแผ่นดินเกิดจนกระทั่งมีการเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ ด้วยอุปนิสัยและระดับความรู้ของมหาตมะคานธีย่อมทราบดีว่า การใช้อาวุธแย่งชิงอำนาจปกครองจากอังกฤษนั้นไม่มีทางชนะได้อย่างแน่นอน แม้จะมีคนอินเดียมากแค่ไหน แต่ความรู้ของประชาชนยังต่ำและเคยชินกับการอยู่ในปกครองของอังกฤษมานานมาก จึงเลือกวิธีเรียกร้องและต่อต้านโดยสงบ ปราศจากการใช้อาวุธ ท่านเป็นผู้เริ่มต้นใช้วิธีเรียกร้องซึ่งเรียกกันว่า “อารยะขัดขืน” ต่อมาคนอินเดียส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยกับแนวคิดการเป็นเอกราชปกครองตนเองต่างนำไปประพฤติปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แล้วกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อชาวอังกฤษซึ่งปกครองอินเดียขณะนั้น

สิ่งที่มหาตมะคานธีปฏิบัติเพื่อเรียกร้องเอกราชและความเป็นอิสระของประเทศอินเดีย มิใช่การประพฤติฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมืองซึ่งอังกฤษตราไว้ เวลานั้นอังกฤษผูกขาดกิจการค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่คนอินเดียนิยมใช้หรือมีความจำเป็นต้องใช้ไว้ให้พ่อค้าอังกฤษเท่านั้น เช่น การขายเกลือ ขายชา ขายผ้าไหม ขายข้าว และอื่นๆ ท่านรณรงค์ให้คนอินเดียไม่ซื้อเกลือหรือชาจากชาวอังกฤษ ไม่สวมเสื้อสูทของคนตะวันตกหรือผ้าไหมของพ่อค้าอังกฤษ โดยท่านไม่ซื้อเกลือหรือดื่มใบชาและใช้เสื้อผ้าฝ้ายของคนอินเดียเพื่อเป็นตัวอย่างก่อน นอกจากนั้นยังขยายไปถึงสินค้าทุกประเภทที่ชาวอังกฤษผูกขาดไว้ ท่านกล่าวให้คนอินเดียทราบว่า คนอินเดียไม่ใช้อาวุธ ไม่ละเมิดกฎหมาย แต่ใช้สิทธิ์ของตนเพื่อเรียกร้องให้อังกฤษคืนแผ่นดินอินเดียแก่คนอินเดีย ท่านและคนอินเดียจักไม่ซื้อสินค้าของชาวอังกฤษแม้แต่ชิ้นเดียวจนกว่าจะได้เอกราชของแผ่นดินอินเดีย

ด้วยความมุ่งมั่นต่อการปฏิบัติแบบอารยะขัดขืนของท่านมหาตมะคานธีและคนอินเดียเกือบทั้งประเทศสร้างแรงกดดันแก่เจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษมากเพราะ พวกเขามิได้กระทำผิดกฎหมายใดที่อังกฤษกำหนดไว้ จึงไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อจับกุมคุมขังหรือประหารชีวิตท่านคานธีและผู้ร่วมปฏิบัติอารยะขัดขืนได้เลย ยิ่งล่วงเวลานานขึ้นคนอินเดียปฏิบัติตนสนับสนุนแนวคิดของท่านคานธีหนักขึ้นจนส่งผลกระทบต่อพ่อค้าชาวอังกฤษกอปรกับมีสงครามโลกครั้งที่สองทำให้เจ้าอาณานิคมจำเป็นต้องยอมปล่อยให้อินเดียเป็นเอกราชตามคำเรียกร้องของท่านคานธีและคนอินเดีย การประท้วงแบบอารยะขัดขืนจึงเป็นที่รู้จักของชาวโลกนับแต่บัดนั้น

กลุ่มพันธมิตรฯนำคำว่า อารยะขัดขืน ไปกล่าวอ้างตามสื่อต่างๆเพื่อสนับสนุนพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น การประท้วงด้วยการติดอาวุธ การบุกรุกทำเนียบรัฐบาล การยึดหน่วยราชการ การทำลายสถานีทีวีของรัฐ การรณรงค์ให้คนไทยไม่จ่ายภาษีหรือค่าน้ำค่าไฟ การด่าหรือใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อบุคคลในรัฐบาลในที่สาธารณะ และอื่นๆ พวกเขาทำลายความสง่างามของวิธีเรียกร้องด้วยความสงบและปราศจากอาวุธของท่านคานธีและคนอินเดียด้วยการบิดเบือนความหมายแท้จริงไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่สำคัญและถูกมองข้ามไปจากสายตาของคนไทยส่วนใหญ่ คือ เขาเรียกร้องให้คนไทยไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายทั้งสิ้น เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือปฏิบัติตามคำสั่งของผู้นำกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ผู้นำทั้งหลายยังคงจ่ายค่าภาษีบุคคลธรรมดา ค่าน้ำ ค่าไฟ ในบ้านของตนอย่างครบถ้วน โดยสังเกตได้ว่า กฎหมายจะลงโทษผู้ไม่ยอมจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าภาษีด้วยการตัดน้ำ ตัดไฟ และยึดทรัพย์ของผู้เสียภาษี แต่ยังไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับบรรดาผู้นำกลุ่มฯแล้วยังมีประกาศจากรัฐบาลว่า ปีนี้สามารถเก็บภาษีเพิ่มขึ้นด้วย มันบ่งบอกว่าคำเชื้อเชิญให้คนไทยละเมิดกฎหมายของรัฐไม่ประสบผลสำเร็จเพราะแม้แต่ผู้นำกลุ่มฯยังไม่กล้าทำเป็นตัวอย่างเลย

ท่านมหาตมะคานธีใช้วิธีประท้วงแบบอารยะขัดขืนโดยไม่ทำละเมิดกฎหมายบ้านเมืองในเวลานั้นและยังไม่เคยใช้หญิง เด็ก คนชรา เป็นโล่กำบังป้องกันมิให้รัฐบาลเข้าจับกุมหรือขัดขวางการปฏิบัติตนของท่าน ขณะที่ผู้นำกลุ่มพันธมิตรฯเรียกร้องให้คนในรัฐบาลหรือศัตรูการเมืองของตนอยู่ภายใต้กฎหมายบ้านเมือง เมื่อพวกเขาถูกออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายกลับขัดขืนไม่กระทำตามด้วยข้ออ้างว่ากำลังทำอารยะขัดขืนซึ่งเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์แท้จริงของวิธีนี้ แล้วยังใช้เด็ก หญิง คนชรา เป็นโล่กำบังภัยจากหมายจับให้แก่พวกตนด้วยความไม่ละอายใจ ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง จักเห็นชัดว่า กลุ่มพันธมิตรฯเพียงใช้คำว่า อารยะขัดขืน เป็นเสื้อผ้าปกปิดความล่อนจ้อนของตนไว้เท่านั้น แต่มิได้กระทำตามเจตนารมณ์และวิธีปฏิบัติของอารยะขัดขืนที่ท่านมหาตมะคานธีกำหนดไว้ ดังนั้น คนไทยต้องตั้งสติคิดพิจารณาให้รอบคอบ มีไหวพริบเท่าทัน ข้อเสนอเรื่องรูปแบบการปกครองใหม่ที่ออกมาทีละวัน ความต้องการที่แสดงไม่ซ้ำเรื่อง บอกให้ทราบว่าพวกเขามิได้มีอุดมการณ์แน่วแน่เพื่อพัฒนาบ้านเมือง แต่มุ่งแก้แค้นส่วนบุคคล โดยอาศัยมวลชนกลุ่มใหญ่ แล้วค่อยคิดข้อแก้ตัวหรือสาเหตุที่ไม่เลิกชุมนุมทีละเรื่องเปรียบเสมือนหยิบเสื้อหรือกางเกงใส่ให้ตัวเองทีละชิ้นจนกว่าจะครบการเป็นเสื้อผ้าปกปิดมิให้อุจาดตาเท่านั้น มันผิดแผกแตกต่างจากความตั้งใจแน่วแน่ตั้งแต่แรกของมหาตมะคานธีซึ่งเป็นต้นฉบับของอารยะขัดขืนที่แสดงชัดว่า ตั้งแต่เริ่มต้นท่านต้องการให้อินเดียเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษด้วยวิธีสงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ ไม่ขัดต่อกฎหมาย และไม่ก่อสงครามใดๆ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯแสดงท่าทีท้าทายและชักนำทุกวิถีทางให้เกิดสงครามกลางเมืองเพื่อฉกฉวยชัยชนะจากความสูญเสียของบ้านเมืองผลักดันตนไปสู่อำนาจปกครองบ้านเมืองซึ่งเป็นวิถีทางน่าอัปยศและน่าละอายใจอย่างมาก คนไทยต้องมองให้ลึกซึ้งจักเห็นเจตนาซ่อนแฝงของกลุ่มพันธมิตรฯที่มุ่งทำลายความสงบสุขของสังคมไทยอย่างต่อเนื่องจนกว่าพวกเขาจะได้สมบัติส่วนตัวสมปรารถนา คนไทยที่ชาญฉลาดและเท่าทันต้องเป็นผู้ยุติความฝันน่าสมเพชของกลุ่มนี้ก่อนที่จะทำลายบ้านเมืองมากขึ้นจนยากจะแก้ไขได้ด้วยการใช้กฎหมายและการลงโทษทางสังคมแบบอารยชนพึงกระทำต่อผู้เป็นอนารยชนหรือคนป่าเถื่อนกลุ่มนี้ให้สำนึกต่อพฤติกรรมไร้ขอบเขตและไม่เข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงว่า ประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยกษัตริย์เป็นองค์ประมุข มิใช่ปกครองด้วยกลุ่มพันธมิตรฯหรือเจ้าสำนักสันติอโศก

 

******************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s