กลุ่มพันธมิตร VS ผู้แทนราษฎรไทย

กลุ่มพันธมิตรฯ VS ผู้แทนราษฎรทั้งประเทศ

 

เขียนโดย ลูกแก้ว

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยให้ข้อคิดเกี่ยวกับสภาพปั่นป่วนทางสังคมในวันนี้อย่างน่าสนใจว่า มีความตั้งใจจากคนบางกลุ่มให้คนไทยเข้าใจไขว้เขวว่า ต้องแย่งอำนาจบริหารไปจากผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งของคนไทย คือ การใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงเกิดภาพประชาชนเปิดศึกแย่งชิงอำนาจกับนักการเมือง แทนที่จะเป็นการแย่งอำนาจระหว่างนักการเมืองด้วยกันอันเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ตราบใดที่คนไทยกลุ่มนี้ยังเข้าใจผิดในสิทธิของตน จักไม่มีวันที่ประเทศชาติจะหลุดพ้นจากบ่วงมารทั้งเก้าได้

ระบอบประชาธิปไตยมีหลายรูปแบบที่ใช้กันในหลายประเทศซึ่งขึ้นอยู่กับขนบธรรมเนียมหรือประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ โดยมีการเลือกตั้งเป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมอำนาจบริหารประเทศกับประชาชนเข้าด้วยกัน ซึ่งแบ่งเป็นการเลือกตั้งโดยตรงหรือแบบทางอ้อม ดังเช่นที่มีใช้ในสหรัฐอเมริกา จะเป็นการเลือกตั้งผู้นำประเทศโดยตรงจากประชาชน กับ อังกฤษซึ่งเป็นการเลือกผู้แทนจากพรรคการเมืองให้ได้เสียงข้างมาก พรรคนั้นจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศแทนประชาชน แต่ไม่มีประเทศใดยอมให้ประชาชนแต่ละคนเข้าไปเป็นผู้บริหารประเทศโดยตรงด้วยการสลับกันเป็นเลยเพราะเป็นขัดต่อหลักการ ข้อเท็จจริง และเจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตย ส่วนประเทศไทยนับแต่เปลี่ยนระบอบจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปสู่ประชาธิปไตยได้เลือกใช้ระบบตัวแทนประชาชน ด้วยการให้ประชาชนเลือกตัวแทนไปทำหน้าที่เลือกผู้นำบริหารบ้านเมือง  มิใช่การเลือกผู้นำโดยตรงดังเช่นในสหรัฐอเมริกา การเลือกตั้งผู้แทนคือ เจตนารมณ์ของคนไทยทั้งประเทศ พรรคการเมืองที่ได้เสียงเลือกตั้งจากประชาชนเป็นเสียงข้างมากจึงมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลและกำหนดทิศทางของประเทศได้ บรรดาผู้แทนราษฎรจักต้องนำเจตนารมณ์ ความทุกข์ร้อน ของผู้เลือกตั้งไปใช้บริหารบ้านเมืองและคลายความทุกข์ยากของราษฎรเป็นการตอบแทนทุกคะแนนเสียง

การเลือกตั้งผู้แทนราษฎรตามระบอบประชาธิปไตยของไทยนั้น คนไทยที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเป็นผู้เลือกสรรตัวแทนของตนหรือของท้องถิ่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นปากเสียงหรือแสดงเจตนารมณ์ของประชาชนและช่วยกันบริหารบ้านเมือง เนื่องจากประชาชนของประเทศมีหลายล้านคนจึงมิอาจให้ทุกคนเข้าบริหารประเทศได้ จึงใช้การเลือกตั้งเป็นหัวใจสำคัญในการให้ประชาชนมีส่วนบริหารบ้านเมืองทางอ้อม นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญยังเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญอันพึงมีพึงได้ของตนซึ่งอาจถูกผู้แทนบางคนหรือกฎหมายบางฉบับลดทอนหรือทำลายสิทธิเสรีภาพดังกล่าวด้วยตัวเองได้เป็นรายกรณี แต่สังเกตข้อความและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับของไทยได้ว่า ไม่มีมาตราใดยอมให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดแย่งอำนาจบริหารประเทศไปจากผู้แทนราษฎรทั้งประเทศเพื่อปกครองบ้านเมืองด้วยตัวเอง หากไม่พอใจผู้แทนคนหนึ่งคนใดหรือพรรคหนึ่งพรรคใด รัฐธรรมนูญยอมให้เข้าชื่อกันและแสดงเหตุผลเพื่อให้สภาสูงหรือรัฐสภาปลดเขาหรือรอการเลือกตั้งใหม่แล้วแสดงเจตนาในการเลือกตั้งเท่านั้น อีกทั้งรัฐธรรมนูญยืนยันว่า ประเทศไทยต้องปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นองค์ประมุขด้วย ดังนั้น กลุ่มมวลชนใดแสดงเจตนาเปลี่ยนระบอบการปกครองไปจากประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเรียกชื่อสวยหรูเพียงใด จักกระทำมิได้ และถือเป็นการก่อกบฎล้มล้างระบอบปกครองประเทศตามรัฐธรรมนูญและอาจลามไปถึงการทำลายสถาบันกษัตริย์ที่ต้องอยู่เคียงข้างกับประชาธิปไตยเท่านั้น

กลุ่มพันธมิตรฯสร้างความเข้าใจผิดแก่คนไทยกลุ่มหนึ่งให้หลงใหลว่าจะเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบใหม่ด้วยให้เชื่อว่า ประชาชนสามารถแย่งอำนาจปกครองบ้านเมืองและทำลายระบอบประชาธิปไตยได้แลกกับชีวิตสุขสบายใหม่หรือมีสิทธิบริหารประเทศด้วยตัวเองได้ภายใต้ร่มเงาระบอบใหม่ที่คนไทยเลือกตั้งน้อยลงและให้สิทธิ์คนกลุ่มหนึ่งแต่งตั้งและให้ชื่อว่าเป็นตัวแทนประชาชนเพื่อกำหนดทิศทางประเทศ เจตนารมณ์ของการเสนอระบอบใหม่และพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้ว การแต่งตั้งผู้บริหารประเทศและผู้นำองค์กรต่างๆล้วนมิใช่หัวใจหลักของประชาธิปไตยอย่างแน่นอน เพราะมิได้มาจากตัวแทนประชาชนที่เลือกตั้ง อีกทั้งข้ออ้างว่าผู้แทนจากการเลือกตั้งเป็นคนเลวทรามต่ำช้า ส่วนคนแต่งตั้งจักเป็นผู้ทรงคุณธรรมสูงส่ง รักประชาชนเยี่ยงชีวิตของตน ล้วนเป็นคำสวยหรูเท่านั้น หากมองพิจารณาให้ถ่องแท้บุคลากรที่รับการแต่งตั้งในหลายองค์กรมีความประพฤติผิดประเวณี ผิดกฎหมาย ฉ้อโกง ก็มีกันได้ แม้แต่ผู้นำด้านเอกชนยังมีการฉ้อโกงบริษัทของตัวเอง ประเภทตัวเองล้มละลายแต่ลูกหลานรวยล้นฟ้า ก็เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มผู้นำพันธมิตรฯที่นำเสนอระบอบใหม่ซึ่งมาจากการแต่งตั้งเป็นหลักและกล่อมให้เชื่อว่า ผู้มาจากการแต่งตั้งคือ ผู้มีคุณธรรมเท่านั้น อันที่จริงแล้วไม่มีผู้ใดรับประกันว่าคนแต่งตั้งจะทำผิดศีลธรรม ผิดกฎหมายไม่ได้ ผู้มาจากการเลือกตั้งย่อมมีคนดี คนไม่ดี อยู่ปะปนกัน แต่รัฐธรรมนูญให้สิทธิแก่ประชาชนในการตรวจสอบพวกเขาได้ตามระบอบประชาธิปไตย

เมื่อระบอบใหม่ที่ผู้นำพันธมิตรฯพยายามเสนอให้ประเทศไทยเปลี่ยนการปกครองไปจากประชาธิปไตยไม่อาจรับประกันคนดีมีศีลธรรมจะต้องเป็นผู้นำเท่านั้น หรือ คนที่แต่งตั้งจักเป็นคนดีเหนือฟ้าได้ เหตุไฉนคนไทยจึงหลงใหลกับการเลือกสรรหาคนโดยคณะบุคคลที่มาจากกลุ่มพันธมิตรฯเท่านั้น แทนที่จะเลือกตั้งหาคนด้วยวิจารณญาณของตนเองซึ่งเป็นเสรีภาพติดตัวมาแต่กำเนิดเป็นคนไทยดังที่ปฏิบัติกันมากว่า 60 ปีแล้ว การเลือกหาคนไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี อย่างน้อยก็ทำด้วยมือของตน มิใช่คนอื่นยัดเยียดให้คนไทย อีกอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงคือ ระบอบใหม่ต้องพยายามรักษาอำนาจของผู้ได้รับการแต่งตั้งไว้โดยมิให้มีการตรวจสอบหรือถอดถอนได้ง่าย เพื่อให้คุ้มค่ากับความเหนื่อยยากของคณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง อันแตกต่างจากการเลือกตั้งและถอดถอนผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยที่สามารถทำได้ทั้งในวุฒิสภา รัฐสภา และประชาชนจำนวนที่กำหนดไว้ มันจึงไม่ต่างจากการปกครองแบบเผด็จการที่เห็นกันในหลายประเทศ เช่น เวเนซูเอล่า รัสเซีย บางประเทศในแอฟริกา เป็นต้น เพียงแต่ระบอบใหม่ของกลุ่มพันธมิตรฯเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สวยหรูน่าฝันหวาน แท้จริงก็คือระบอบเผด็จการยุคใหม่ คนไทยยุคนี้ไม่ควรยอมสูญเสียสิทธิเลือกตั้งของตนไปทั้งที่บรรพชนได้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อให้ได้ระบอบประชาธิปไตยมามอบให้คนไทยรุ่นหลังใช้ปกครองบ้านเมืองในวันนี้ หวังว่าสติปัญญาและประวัติศาสตร์ของชาติจะช่วยเตือนสติของคนไทยส่วนใหญ่ให้ลุกขึ้นมาปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นองค์ประมุขให้คงอยู่ถาวร มิให้สั่นคลอน เพราะความเพ้อฝันของคนบางกลุ่มที่ต้องการสร้างโลกใหม่ในประเทศไทยตามที่นั่งสมาธิฝันเห็นผีสางให้กำลังใจกับสิ่งที่พวกเขากระทำกันอยู่

คนไทยเจ้าของสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหลายและผู้แทนราษฎรจักต้องร่วมแรงและให้กำลังใจกันมิยอมให้กลุ่มพันธมิตรฯแย่งสิทธิ์เสรีภาพในรัฐธรรมนูญไปจากคนไทยด้วยการแสดงเจตนารมณ์ในทุกรูปแบบตามความสามารถของแต่ละคนเพื่อสนับสนุนให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายแก่กลุ่มพันธมิตรฯให้อยู่ในกรอบขอบเขตที่ถูกต้อง โดยเฉพาะนักวิชาการควรมีจรรยาบรรณและปราศจากจิตอคติในการให้ความรู้ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญแก่คนกลุ่มนั้นเพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อความเพ้อฝันและร่วมก่อกบฎทำลายล้างชาติ ณ วันนี้รัฐบาลจากการเลือกตั้งของคนไทยทั้งประเทศมีหน้าที่รักษากฎหมายและควบคุมมิให้ผู้ใดทำละเมิดกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎร คนไทย นักวิชาการ ผู้นำสามองค์กรหลักในรัฐธรรมนูญ ต้องปกป้องระบอบประชาธิปไตยและสถาบันกษัตริย์มิให้กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเหยียบย่ำทำลายล้างให้สิ้นไปจากสังคมไทย ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจโดยมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเป็นผู้นำยุติการละเมิดกฎหมายของกลุ่มพันธมิตรฯและนำพวกเขาเข้าสู่ระบบกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความผิดตามกระบวนการอย่างเท่าเทียมกับคนไทยทั่วไป มิควรปล่อยให้พวกเขาทำละเมิดกฎหมายต่อหน้าต่อตาอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้โดยมีปัญญาชนหรือนักวิชาการปัญญาเพี้ยนกลุ่มหนึ่งหลงใหลใฝ่ฝันกับระบอบใหม่ที่จะนำมาใช้กับประเทศไทยในฐานะโลกใหม่ทางอุดมคติ คนไทยส่วนใหญ่ต้องชี้นำให้พวกเขากลับมาสู่ความเป็นจริงทางสังคมที่สัมผัสได้และระบอบใหม่ที่ดีจริงมิควรเกิดจากผีสางบอกกล่าวให้กระทำละเมิดกฎหมายและทำลายล้างถิ่นกำเนิดของตน รัฐบาลก็เปรียบเสมือนประเทศชาติที่มีหลายคนอยู่ร่วมกัน แผ่นดินกว้างใหญ่ ย่อมมีคนหลากหลายอยู่ปะปนกัน หากตรวจสอบพบว่าผู้ใดทำไม่ดี ก็ควรใช้อำนาจในรัฐธรรมนูญลงโทษเขาตามความผิด มิใช่ใช้กฎหมู่ทำร้ายทำลายคนด้วยการเผาบ้านเพื่อกำจัดหนูตัวเดียว

คนไทยช่วยกันคิดไตร่ตรองให้ดีว่า ประเทศนี้ควรอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิเลือกตั้ง หรือ จะถูกบังคับให้มอบสิทธิเลือกตั้งไปให้คนกลุ่มหนึ่งใช้แทนตนตามระบอบใหม่ที่เยินยอนักหนาว่าจะได้คนดีเลิศที่สุดในจักรวาลนี้ และตระหนักแก่ใจดีว่า ไม่มีใครรับประกันว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งทั้งหลาย คือ คนดีเลิศที่ควรเป็นตัวแทนของคนไทยและแน่ใจว่าเขาจะไม่มีวันทำละเมิดกฎหมาย มันเป็นทางที่คนไทยต้องเลือกเพื่อตัวเอง เพื่อประเทศชาติ เพื่อคนไทยรุ่นต่อไป

 

*********************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s