สำนักงานวางทรัพย์

เมื่อเจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้ ?

 

เขียนโดย ลีลา LAW

 

                                เมื่อเป็นหนี้  ก็ต้องชดใช้  ปกติเจ้าหนี้ทุกคนย่อมพอใจมาก  ถ้ามีลูกหนี้นำเงินมาใช้หนี้คืนทั้งหมด  ด้านลูกหนี้นั้นส่วนใหญ่คงไม่อยากคืนเงินนัก แต่กฎหมายบังคับให้ต้องชดใช้ มิฉะนั้นจะถูกฟ้องคดีเป็นเหตุให้เสียชื่อเสียง จึงจำใจต้องชำระหนี้  บางกรณีลูกหนี้มีใจสุจริต แต่เจ้าหนี้กลับบ่ายเบี่ยงไม่อยากรับชำระหนี้ด้วยสาเหตุซ่อนเร้นบางอย่างไว้

                                หลายท่านอาจเคยประสบกับตัวเองหรือได้รับคำบอกเล่ามาว่า  กู้ยืมเงินด้วยการจำนองที่ดินหรือบ้านหลังงามไว้ ตอนนำเงินไปไถ่ถอน  เจ้าหนี้ไม่ยอมรับเงินแล้วพยายามเลี่ยงการพบลูกหนี้ทุกวิถีทาง จนกระทั่งล่วงเลยเวลาตามสัญญาทำให้ท่านต้องสูญเสียทรัพย์สินนั้น  บางกรณีผู้ให้เช่ากับบุคคลภายนอกเป็นคดีความในศาลกันอยู่อันสร้างความสับสนว่า ค่าเช่าควรจ่ายแก่ฝ่ายใด  ถ้าผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่าในเดือนใด ถือเป็นการผิดสัญญาเช่าทันทีเป็นเหตุให้ถูกไล่ออกจากสถานที่เช่า เป็นต้น  ปัญหาเหล่านี้สร้างความหนักใจแก่ลูกหนี้ตามสัญญาเหล่านั้นมากยิ่ง  อันที่จริงกฎหมายได้กำหนดวิธีแก้ไขไว้แล้วเพื่อคลายความทุกข์แก่เหล่าลูกหนี้ผู้สุจริตทั้งหลาย

                                ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดให้มีสำนักงานวางทรัพย์ในสังกัดของกรมบังคับคดีเพื่อทำหน้าที่รับชำระหนี้เสมือนเป็นตัวแทนเจ้าหนี้ ยามที่เกิดปัญหาไม่อาจรับชำระหนี้ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่จะรับชำระหนี้แทนไว้ตามมาตรา 331 ดังนี้คือ

                1. กรณีเจ้าหนี้บอกปัดไม่ยอมรับชำระหนี้

                2. กรณีเจ้าหนี้ไม่สามารถจะรับชำระหนี้ได้

                3. กรณีลูกหนี้ไม่อาจรู้ได้ว่า ใครเป็นเจ้าหนี้แท้จริง  โดยมิใช่ความผิดของตน

                                ถ้าเจ้าหนี้มีพฤติกรรมผิดปกติดังกล่าวข้างต้น  ลูกหนี้ผู้สุจริตทั้งหลายอาจเลือกชำระหนี้ด้วยวิธีนี้ก็ได้  โดยต้องทำภายในกำหนดเวลาชำระหนี้ตามสัญญาเท่านั้น เมื่อท่านวางเงินตามจำนวนหนี้ทั้งหมดไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์  กฎหมายถือว่าท่านหลุดพ้นจากหนี้ดังกล่าวแล้วตามวันที่ซึ่งท่านชำระหนี้นั้น  หากก่อนเจ้าหนี้มารับเงินจำนวนนั้น  ท่านได้ถอนเงินออกไป  กฎหมายจักถือว่า มิได้มีการวางทรัพย์ไว้เลย  หนี้ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

                                สิทธิถอนทรัพย์ของลูกหนี้เป็นอันหมดไปตามกฎหมายมาตรา 334 วรรค 2 กำหนดไว้ เมื่อ

                1. ลูกหนี้แสดงเจตนาว่า ยอมสละสิทธิที่จะถอน

                2. เจ้าหนี้มารับเอาทรัพย์นั้นไป

                3. การวางทรัพย์เป็นไปโดยคำสั่งหรืออนุมัติของศาลและได้บอกกล่าวความนั้นแก่สำนักงานวางทรัพย์

                                หลังจากวางเงินเพื่อชำระหนี้ไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์แล้ว ลูกหนี้จำต้องแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบถึงวิธีการชำระหนี้กรณีนี้โดยพลัน  ส่วนค่าธรรมเนียมต่างๆในการวางทรัพย์นั้น  กฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้รับผิดชอบไปฝ่ายเดียว  ยกเว้นกรณีที่ลูกหนี้ได้ถอนทรัพย์ที่วางเท่านั้น  นั่นเท่ากับว่า การวางทรัพย์เพื่อชำระหนี้ของฝ่ายลูกหนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆเลย  หากเจ้าหนี้ไม่ยอมมารับเงินของลูกหนี้ภายใน 10 ปี นับแต่ได้รับคำบอกกล่าวการวางทรัพย์โดยลูกหนี้หรือโดยสำนักงานวางทรัพย์แล้วแต่กรณี ทำให้สิทธิของเจ้าหนี้ในการรับทรัพย์ดังกล่าวระงับสิ้นไป  ลูกหนี้สามารถถอนทรัพย์กลับคืนไปได้โดยไม่มีภาระหนี้ต่อกันอีก

                                ดังนั้น เมื่อลูกหนี้ผู้สุจริตได้วางเงินชำระหนี้ ณ สำนักงานวางทรัพย์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญาแล้ว  ย่อมไม่สูญเสียทรัพย์สินของท่านซึ่งเอาเป็นประกันหนี้ไว้  เหล่าเจ้าหนี้ผู้มีจิตทุจริตคิดฮุบที่ดินหรือบ้านหลังงามของท่านไม่อาจได้สมดังใจหมายแน่นอน  ส่วนผู้เช่ายังคงอยู่ในสถานที่เช่าได้เช่นเดิม  สิ่งที่พึงระวังให้มากที่สุด คือ ระยะเวลาชำระหนี้ในสัญญา  ส่วนสถานที่ชำระหนี้  กฎหมายได้ช่วยคลี่คลายปัญหาของลูกหนี้แล้ว  ดังคำพูดที่ว่า กฎหมายคุ้มครองผู้สุจริตใจเสมอ

 

******************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s