กบฎมาแล้ว

กบฏ คือ ศัตรูต่อชาติ

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

ประเทศไทยมีรัฐประหาร ปฏิวัติ เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ทุกครั้งจะกระทำโดยกลุ่มทหารถืออาวุธที่ขับไล่รัฐบาลเลือกตั้งมิให้บริหารประเทศ แล้วใช้อำนาจเผด็จการปกครองบ้านเมืองและคนไทย อันที่จริงแล้วการกระทำของกลุ่มทหารติดอาวุธถือเป็นการก่อกบฏตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งมีโทษสูงสุดคือ ประหารชีวิต ทุกครั้งที่การปฏิวัติประสบความสำเร็จมักจะออกคำสั่งหรือกฎหมายนิรโทษกรรมสิ่งที่ได้กระทำไป เป็นเหตุให้ความผิดฐานกบฏสูญสลายไปด้วย น้อยครั้งที่การปฏิวัติล้มเหลวซึ่งทำให้ผู้นำต้องถูกประหารชีวิตโดยรัฐบาลฝ่ายชนะ มันเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการเมืองไทยที่ไม่มีวันลืมเลือนและไม่อาจรับรองว่า จักไม่เกิดขึ้นอีกในภายหน้า

ณ วันที่กลุ่มพันธมิตรฯซึ่งประกาศว่าจะยึดสถานที่ราชการสำคัญของชาติเพื่อข่มขู่ บีบบังคับ ให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญไทยซึ่งพวกเขาเป็นคนเชียร์ให้รับรองใช้บังคับในประเทศไทย แต่กลับไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง แม้เขาประกาศว่าจะไม่ทำลายสถานที่ สิ่งของที่เป็นของราชการ แต่การบุกเข้ากระทรวง ทบวง กรม หรือ ทำเนียบรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ เช่น สถานีโทรทัศน์ nbt เป็นต้น ต้องใช้กำลังฝ่าเครื่องกีดขวางและแสดงอำนาจขับไล่เจ้าหน้าที่รัฐอย่างอหังการ ภาพที่ปรากฏทางทีวีซึ่งคนกลุ่มใหญ่คลุมใบหน้าประกาศตนว่า เป็นนักรบศรีวิชัย ถือเป็นกองกำลังติดอาวุธ (ไม้ มีด ดาบ) ของกลุ่มพันธมิตรฯเดินกร่างเข้าไปตรวจตราในอาคารและขับไล่เจ้าหน้าที่รัฐ จากนั้นพยายามดัดแปลงหรือปรับปรุงอุปกรณ์ของรัฐให้รับคลื่นกระจายเสียงจากสถานีดาวเทียม astv ซึ่งกลุ่มนี้เป็นเจ้าของและได้รับการคุ้มครองจากอำนาจศาลให้ออกอากาศอย่างเป็นอิสระและโจมตีขับไล่รัฐบาลมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนจนถึงชุดของนายสมัครซึ่งมาจากการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ เพื่อต้องการแพร่ภาพแพร่เสียงปลุกปั่นจากกลุ่มพันธมิตรด้วยย่ามใจ อีกทั้งยังไม่ทำตามคำพูดที่ประกาศไว้ว่า จะชุมนุมอย่างสันติ ไม่ใช้กำลัง ไม่ทำประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือต่อบุคคล แต่ภาพแสดงว่าพวกเขาบุกฝ่าแนวกั้นของตำรวจ ทำลายสิ่งกีดขวางเข้าไปในอาคารรัฐ โดยกลุ่มนักรบคลุมหน้าซึ่งมิควรใช้คำเรียกนี้เลย เนื่องจากนักรบจักใช้กับบุคคลที่ต่อสู้ปกป้องชาติหรืออุดมการณ์ของตนอย่างกล้าหาญ มิใช่ปกปิดคลุมหน้า อันเป็นสิ่งที่ผู้ก่อการร้ายนิยมใช้เพื่อหลีกหนีความผิดหรือหลบหน้าประชาชนที่อาจรู้จักตน เนื่องจากรู้ดีว่าสิ่งที่ทำไปคือความผิดต่อกฎหมาย นักรบจักต่อสู้กับศัตรูอย่างกล้าหาญและเปิดเผย มิใช่หลบซ่อนใบหน้าเพื่อหลีกหนีโทษอาญา เมื่อมั่นใจว่าสิ่งที่ทำคือ ความถูกต้อง ก็ไม่จำต้องปิดบังใบหน้า กองกำลังเถื่อนเหล่านั้นจึงไม่ควรใช้ชื่อ นักรบ น่าจะเลือกใช้คำอื่นเรียกตัวเองให้สมกับพฤติกรรมแท้จริง จักเป็นการให้เกียรติตัวเองมากกว่าหยิบยืมคำที่มีความหมายดีแล้วนำไปย่ำยี เหยียดหยาม ให้มีมลทินแก่นักรบแท้จริง

ความผิดฐานเป็นกบฏตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 บัญญัติว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ ล้มล้างอำนาจบริหารแห่งรัฐธรรมนูญ หรือ ให้ใช้อำนาจดังกล่าวไม่ได้ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต

การชุมนุมเพื่อเรียกร้องตามความปรารถนาใดของตนเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และต้องกระทำโดยสงบ เปิดเผย ปราศจากความรุนแรง ไม่พกอาวุธ การบุกรุกหรือปิดล้อมสถานที่ราชการหรือถนนทางหลวงต่างๆอันเป็นทางสาธารณะ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนส่วนรวม อีกทั้งยังมีการใช้กำลัง ใช้อาวุธ ทำลายสิ่งกีดขวางเพื่อเข้าสู่อาคารต่างๆของรัฐ กองกำลังพันธมิตรยังพยายามใช้อุปกรณ์ของรัฐเผยแพร่กิจกรรม คำประกาศ ของฝ่ายตนอีก ถือเป็นพฤติกรรมอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานกบฏ คือ การใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายและมาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ เราจักเห็นภาพข่าวการบุกรุกสถานที่ราชการ การพกอาวุธของกองกำลังเถื่อนกลุ่มพันธมิตรฯ โดยเฉพาะคำว่า “อาวุธ” นั้นมิได้หมายความว่า ปืน มีด เท่านั้น แต่สิ่งที่สามารถใช้ทำร้าย ทำลาย บุคคลหรือทรัพย์สิน ถือเป็น สิ่งเทียมอาวุธ ได้ เช่น ไม้เบสบอล ถ้าไม่ใช้ในสนามกีฬา แต่ถือในที่สาธารณะทำนองข่มขู่หรือใช้เพื่อการอื่น เสาธง ถุงใส่ก้อนน้ำแข็ง ท่อนไม้หน้าสาม เป็นต้น หากพิจารณากองกำลังเถื่อนที่บุกยึดสถานีโทรทัศน์จักเห็นพวกเขาถืออาวุธและใช้สิ่งเหล่านั้นข่มขู่ขับไล่เจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน เมื่อมิใช่ทหารหรือตำรวจที่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธได้ ย่อมถือว่า เป็นกองกำลังเถื่อนติดอาวุธซึ่งเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมืองและคนไทย เนื่องจากพวกเขาแสดงเจตนาชัดเจนว่า ต้องการขับไล่รัฐบาลโดยไม่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องการใช้กำลังข่มขู่ บีบบังคับ ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคนไทยทั้งประเทศ แม้แต่แกนนำกลุ่มพันธมิตรซึ่งเป็นคนออกคำสั่งและวางแผนก่อกบฎเพื่อขับไล่รัฐบาลต่างเป็นบุคคลที่ไม่มีความน่าเชื่อถือทางสังคมหรือธุรกิจ เบื้องหลังของพวกเขาล้วนพบกับความล้มเหลวในชีวิตและวัยแก่ชรา เช่น เป็นบุคคลล้มละลายตามกฎหมาย แต่เป็นประเภทล้มแล้วรวย มิใช่คนล้มละลายทั่วไป ทหารเกษียณ ข้าราชการเกษียณ อาจารย์ที่ไม่ประสบผลสำเร็จในงานสอน เป็นต้น พวกเขาพยายามเสนอการเมืองระบบใหม่ที่มิใช่ประชาธิปไตย ซึ่งหลายฝ่ายที่ยังเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยปฏิเสธแนวคิดนี้อย่างเด็ดเดี่ยว แต่พวกเขาขาดคุณสมบัติที่เป็นผู้นำประเทศได้ จึงต้องล้มล้างรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยให้ได้ เพื่อก้าวขึ้นสู่ผู้นำประเทศตามอำเภอใจโดยใช้กลุ่มคนขาดสติเป็นเครื่องมือทำลายระบอบประชาธิปไตยแลกกับค่าหัวไม่กี่ร้อยบาท

การชุมนุมโดยสงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ และไม่ทำละเมิดกฎหมายหรือสิทธิของผู้อื่น ถือเป็นการใช้เสรีภาพในกรอบของรัฐธรรมนูญ เมื่อกลุ่มพันธมิตรฯแสดงพฤติกรรมล้ำเส้นของเสรีภาพแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป มันเป็นการทำละเมิดกฎหมายบ้านเมืองเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยในชาติ บุคคลใดที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตรฯจะมีอาวุธหรือไม่ก็ตาม เมื่ออยู่ในเหตุการณ์กบฎล้วนถือว่ากระทำผิดร่วมกันฐานก่อกบฎ ต้องรับผิดรับโทษร่วมกัน ครอบครัวใดมีสมาชิกเข้าไปอยู่ในกลุ่มพันธมิตรฯซึ่งรับฟังคำสั่งในการทำละเมิดกฎหมายบ้านเมือง ต้องรับโทษอาญาด้วย หรือผู้ใดล้มป่วยหรือได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมครั้งนี้ จะไม่มีสวัสดิการใดรับผิดชอบการรักษาหรือการตายของพวกเขา ทั้งที่ได้รับเงินค่าหัวไม่กี่ร้อยบาท แต่อาจต้องตาย พิการ หรือบาดเจ็บจากการชุลมุนของพวกเดียวกัน แม้แต่การสลายกลุ่มประท้วงโดยตำรวจซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย ถ้าบาดเจ็บหรือตายรัฐก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆเพราะพวกเขาทำละเมิดกฎหมายก่อน ส่วนตำรวจทำงานรักษาความสงบตามกฎหมาย

คนไทยผู้รักสงบและกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจควรใช้สติปัญญา ความสงบ มองพิจารณาข้อเท็จจริงรอบด้านด้วยใจเป็นธรรม จักเห็นชัดว่ากลุ่มพันธมิตรฯมีเจตนารมณ์เพื่อชาติหรือเพื่อสนองตัณหาส่วนตัว ตอนนี้มีการประกาศหาคนรับโทษแทนแกนนำในการบุกรุกเข้าทำเนียบรัฐบาลทั้งที่รู้ว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย พวกแกนนำยังมีจิตใจดำมืดในการหาแพะรับบาปสนองตัณหาของตน พวกเขาช่างใจร้ายต่อคนที่เชิดชูตนอย่างมาก พ่อแม่ของพวกเขายังไม่คิดจะทำร้ายลูก ขณะที่แกนนำกลุ่มนี้กลับทำร้ายลูกของเขาอย่างไม่ละอายใจเลย มันบ่งบอกสันดานดิบของแกนนำอย่างชัดเจน แต่หลายคนมองไม่เห็นด้วยจิตหลงกับคำปลุกปั่นสมอง คำถามหนึ่งเกิดขึ้นในใจของทุกคนว่า เหตุใดกลุ่มพันธมิตรฯจึงต้องแสดงอำนาจให้คนไทยเห็นเป็นระยะและเปลี่ยนเหตุผลไปเรื่อยๆดังที่เห็นในภาพข่าวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ช่วงปฏิวัติพวกเขาไม่เคยต่อต้านกลุ่มทหารที่ยึดเสรีภาพของคนไทยไป แถมยังรับตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลเผด็จการอีกหลายคน คำตอบ คือ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นกลุ่มนี้ก่อหวอดเป็นระยะสอดคล้องกับข่าวลือที่ว่า นายทุนรายใหญ่ไม่พอใจผลงานที่นั่งแช่กินข้าวนอนหลับตามท้องถนนโดยไม่เห็นผลสำเร็จหรือความหวังเลย ทุกครั้งที่ข่าวลือนี้แพร่ออกไป กลุ่มแกนนำจะออกมาประกาศชุมนุมใหญ่ขับไล่และปิดล้อมสถานที่ต่างๆด้วยจำนวนคนทันที ภาพชุมนุมใหญ่จึงออกมาให้เห็นทางทีวีเพื่อให้นายทุนเห็นผลงานและยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่ต่อไปเพื่อแลกกับความหวังในการขับไล่รัฐบาล ครั้งล่าสุดก็มีข่าวแว่วออกมาว่านายทุนทนไม่ไหวที่จะต้องจ่ายค่าเลี้ยงพวกประท้วงหรือค่าแรงของกลุ่มแกนนำเดือนละหลายล้านบาท ซึ่งดูจะไม่เห็นความสำเร็จแล้ว พวกเขาจึงแสดงพละกำลังออกข่าวทีวีอีกครั้ง ครั้งนี้มีการใช้อาวุธ พละกำลัง ด้วย อันไม่ถือว่าเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป พฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯถือเป็นความผิดฐานก่อกบฎตามประมวลกฎหมายอาญา และยังรวมถึงกฎหมายความมั่นคงอื่นๆด้วย

การบุกรุกสถานที่ราชการโดยใช้อาวุธ การข่มขู่เจ้าหน้าที่ การปิดถนนทางหลวง การปิดกั้นทางเข้าออกของอาคารโดยกองกำลังติดอาวุธ เพื่อวัตถุประสงค์ในการขับไล่รัฐบาลตามกฎหมาย อันเป็นการกระทำผิดฐานก่อกบฎ เนื่องจากการชุมนุมโดยใช้อาวุธ ข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้อื่น มิใช่การใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน บุคคลใดอยู่ร่วมและมีพฤติกรรมเข้าข่ายกบฏ ย่อมต้องเตรียมรับโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต อีกคำถามหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ เหตุใดกลุ่มพันธมิตรฯจึงกล้าทำละเมิดกฎหมายและก่อกบฎ  คำตอบ คือ พวกเขามั่นใจว่า นายทุนและฝ่ายตุลาการซึ่งเคยช่วยเหลือกลุ่มนี้หลายครั้งแล้ว จักต้องช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นการลงโทษตามกฎหมายอย่างแน่นอน ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรฯจึงเลิกใช้เสรีภาพการชุมนุม แต่เน้นการใช้กำลังเป็นหลักเพื่อเสนอภาพให้นายทุนเห็นพลังของตนและยอมจ่ายเงินทองให้กลุ่มพันธมิตรฯต่อไป

อีกภาพหนึ่งที่คนไทยสังเกตได้คือ การบุกยึดสถานีโทรทัศน์ แกนนำสำคัญไม่ปรากฏตัวเป็นหัวหน้าสั่งกลุ่มชุมนุมเลย มันเป็นแผนปกป้องแกนนำทั้งห้ามิให้ถูกดำเนินคดี หากมองให้ลึกซึ้งก็ไม่ต่างจากคนขี้ขลาดที่ผลักไสคนอื่นไปรับโทษแทนตัวเอง แล้วสวมรอยอ้างเป็นคนกู้ชาติ ถ้าอ่านประวัติศาสตร์คนกู้ชาติแท้จริง คือ พระนเรศวรกับพระเจ้าตากสิน ล้วนรบเคียงบ่าเคียงไหล่ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมกับนักรบไทยผู้กล้า จึงถูกขนานนามนับร้อยๆปีว่า นักรบวีรบุรุษของประเทศ ตอนนี้คนไทยผู้รักประเทศอย่างแท้จริง มิใช่แค่ลมปาก ควรใช้สติสัมปชัญญะในการพิจารณาข้อเท็จจริง เจตนารมณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯที่ผันผวน เปลี่ยนแปร ไปเรื่อยและย่ามใจกับสิ่งที่เคยทำมาในอดีต กอปรกับเงินทุนหนุนหลังจากนายทุนซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มธนาคาร กลุ่มหวยใต้ดิน กลุ่มนอกกฎหมาย ซึ่งไม่ชื่นชอบรัฐบาลที่มิใช่พวกเดียวกันจ่ายรวมกันเป็นรายเดือนๆละไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ความสงบเยือกเย็นของรัฐบาลทำให้กลุ่มพันธมิตรฯไม่สามารถหาข้ออ้างเพื่อขยายการชุมนุมไปสู่ความเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของนายทุนได้ จึงต้องชุมนุมไปเรื่อยๆซึ่งนายทุนเริ่มไม่พอใจผลงานที่ไม่คุ้มค่ากับเงินของนายทุน ความรุนแรงจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพื่อแสดงแสนยานุภาพให้นายทุนเห็นว่าเงินคุ้มค่าแล้ว จักได้จ่ายต่อไป ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า การชุมนุมย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่ารถ ค่าจ้างกองกำลังเถื่อน ค่าซื้ออาวุธ ค่าแรงของแกนนำชุมนุม ไม่มีใครทำงานโดยไม่มีสิ่งตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้มีวิกฤตการณ์สำคัญของชาติอย่างแท้จริง มันเป็นเพียงการสนองตัณหาให้สะใจของกลุ่มพันธมิตรเท่านั้น เมื่อประเทศไม่อยู่ในภาวะปกติเพราะกองกำลังเถื่อนของกลุ่มพันธมิตรที่คลุมใบหน้าพยายามเข้ายึดอำนาจบริหารของรัฐบาลซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจสำคัญตามรัฐธรรมนูญอันเป็นความผิดฐานก่อกบฎโดยใช้กำลังอาวุธคุกคามความสงบของบ้านเมือง บัดนี้ กลุ่มพันธมิตรแสดงผลงานให้นายทุนรับทราบพลังซึ่งอาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ ถ้านายทุนถอดใจไม่จ่ายเงินต่อไป นอกจากนั้น ถ้าพิจารณาคำเตือนของอดีตผู้นำบ้านเมืองหลายท่านที่บอกว่า ปล่อยให้กลุ่มนี้ประท้วงไปในที่สุดจะหมดกำลังเอง เพราะน้ำเลี้ยงมีวันหมดอย่างแน่นอน ความจริงเรื่องน้ำเลี้ยงของการชุมนุมเริ่มดูมีเหตุผลมากในการสนับสนุนให้กลุ่มนี้ต้องแสดงภาพพละกำลังของกลุ่มพันธมิตรฯออกไป

คนไทยต้องร่วมใจกันเลือกข้างความถูกต้องตามกฎหมายในนามของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของคนไทย ส่วนกลุ่มนอกกฎหมายที่ถืออาวุธและคุกความสงบของบ้านเมืองควรถูกกำจัดออกไปจากแผ่นดินไทย โดยเฉพาะแกนนำวัยชรา เกษียณ และ ล้มละลาย ล้วนเป็นคนที่ไม่รักชาติ ใช้เวลาสนองความต้องการส่วนตัวมากกว่าส่วนรวมอย่างแท้จริง และ ไม่น่าเชื่อถือทางสังคมหรือเศรษฐกิจ ต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย โดยเฉพาะการคุ้มครองสถานีทีวีดาวเทียมซึ่งยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ แต่ศาลคุ้มครองพฤติกรรมของเขาที่ใช้สถานีทีวีส่วนตัวยุยง ปั่นป่วน ให้สังคมไทยวิปริต ขาดความสงบ จึงควรนำเรื่องนี้มาทบทวนพฤติกรรมโดยดุลพินิจของศาลอีกครั้งว่า สมควรปล่อยให้ใช้เสรีภาพทำลายความสงบของบ้านเมืองต่อไปหรือไม่เพราะกลุ่มพันธมิตรฯต้องการแสดงแสนยานุภาพทางพละกำลังและทีวีเพื่อคุมความคิดของประชาชนให้ได้ แต่พวกเขามิได้ยึดครองประเทศอย่างแท้จริง จึงไม่มีอำนาจออกกฎหมายนิรโทษกรรมการกระทำของตนเองดังที่คณะปฏิวัติในอดีตกระทำไว้ พวกเขาจึงต้องรับโทษตามกฎหมายบ้านเมืองโดยไม่มีข้อยกเว้นซึ่งคนไทยต้องยอมรับกติกาทางสังคมนี้และรัฐบาลต้องเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพเพื่อนำความสงบมาสู่บ้านเมืองตามหน้าที่ของคณะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและการแต่งตั้งจากกษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญไทย โดยคนไทยต้องสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วย กลุ่มพันธมิตรจักถูกกำจัดไปจากสังคมไทยอย่างถาวรได้

 

*******************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s