ข้อสังเกตของนายกฯและคนไทย

กฎหมายเขย่ง

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติของคณะบุคคลในองค์กรหนึ่งสร้างความสนใจแก่คนไทยเพราะพวกเขารับการแต่งตั้งมาจากคำสั่งคณะปฏิวัติที่ยึดอำนาจปกครองประเทศจากคนไทยเมื่อหนึ่งปีก่อน แต่มิได้ยกเลิกกฎหมายทั้งฉบับขององค์กรดังกล่าวด้วย เพียงแค่ยกเว้นมาตราที่ให้เลือกสรรหาบุคคลเป็นการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติ ส่วนมาตราที่เหลือให้คงไว้ดังเดิม ทั้งที่ควรยกเว้นขั้นตอนการแต่งตั้งทั้งหมดเนื่องจากต้องมีพระราชอำนาจขององค์พระประมุขเกี่ยวข้องด้วยซึ่งถือเป็นการแต่งตั้งอันชอบด้วยกฎหมายฉบับดังกล่าว จึงเกิดปัญหาเรื่องการแต่งตั้งไม่สมบูรณ์อันส่งผลต่อการใช้อำนาจที่ผ่านมาเพราะคุณสมบัติขององค์คณะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เปรียบคล้ายกับการใช้อำนาจหลอกหลอนคนไม่ได้ ถ้ายังไม่เป็นผีหรือยังไม่ตายเสียก่อนเนื่องจากผีเท่านั้นที่หลอนคนได้

โดยทั่วไปเมื่อคณะปฏิวัติขึ้นครองอำนาจเหนือประเทศและประชากร จักต้องยกเลิกกฎหมายที่ให้โทษแก่ตนเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่าการปฏิวัติยึดอำนาจของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญถือเป็นความผิดฐานก่อกบฏ จึงต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญเพื่อร่างกฎใหม่ตามแนวคิดของตนเป็นเรื่องแรก จากนั้นจึงยกเลิกกฎหมายรองอื่นๆที่เห็นควรต่อไป แล้วใช้คำสั่งคณะปฏิวัติแทนกฎหมายที่ยกเลิกไปก่อนจนกว่าจะร่างใหม่เสร็จสิ้น ดังนั้น คำสั่งคณะปฏิวัติถือเป็นกฎหมายและมักได้รับการรับรองความถูกต้องด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสมอ คณะบริหารองค์กรที่รับการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติจึงถือเป็นความชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายขององค์กรนั้นถ้ายังมิได้ยกเลิกมันด้วย

ข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติขององค์คณะหนึ่งมีการกล่าวอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะการแต่งตั้งไม่เป็นไปตามขั้นตอนอย่างสมบูรณ์ตามที่กฎหมายฉบับนั้นกำหนดไว้ เนื่องจากคณะปฏิวัติยกเว้นบางมาตราเพื่อนำคำสั่งคณะปฏิวัติไปใช้แทน แล้วให้ใช้มาตราที่เหลือดังเดิมและมิได้ยกเลิกกฎหมายทั้งฉบับ โดยเฉพาะคำสั่งคณะปฏิวัติมิได้ยกเว้นการใช้พระราชอำนาจแต่งตั้งบุคคลนั้นด้วย จึงเกิดกฎหมายเขย่งระหว่างกฎหมายเดิมที่มีผลใช้บังคับกับคำสั่งแต่งตั้งบุคคลจากคณะปฏิวัติ กฎหมายขององค์กรนั้นกำหนดให้ผู้บริหารต้องมาจากการเลือกสรรแล้วนำชื่อเข้าสู่วุฒิสภาเพื่อการรับรอง จากนั้นนำไปรับการโปรดเกล้าฯจากองค์พระประมุข จึงถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการแต่งตั้ง แล้วยังกำหนดวาระบริหารองค์กรไว้ว่าไม่เกิน 9 ปี นับแต่วันโปรดเกล้าฯ เมื่อเกิดการปฏิวัติในประเทศไทย คณะปฏิวัติมิได้ยกเลิกกฎหมายขององค์กรนั้นทั้งฉบับ แต่ทำเพียงยกเว้นการสรรหาบุคคลไปเป็นการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติ และไม่ต้องมีคำรับรองจากวุฒิสภา โดยมิได้ยกเว้นมาตราที่กำหนดให้ส่งรายชื่อเข้าโปรดเกล้าฯจากองค์พระประมุขด้วย นั่นหมายความว่ามาตราดังกล่าวยังใช้บังคับอยู่ แม้การแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติจะใช้ได้โดยชอบตามคำสั่งคณะปฏิวัติ แต่ยังต้องได้รับการโปรดเกล้าฯด้วยตามข้อกฎหมายที่มิได้ถูกยกเว้น จึงถือว่า การแต่งตั้งคณะบุคคลยังทำไม่ครบกระบวนการตามกฎหมาย

เมื่อคณะปฏิวัติมิได้ยกเลิกกฎหมายฉบับนั้น เนื้อหาที่ไม่ได้ถูกยกเว้นหรือเปลี่ยนแปลงจึงมีผลใช้บังคับได้ อันเป็นไปตามหลักตีความกฎหมายลายลักษณ์อักษรและเจตนารมณ์ ข้อสังเกตจากฝ่ายบริหารจึงสร้างความน่าสนใจว่าคุณสมบัติของคณะบุคคลในองค์กรบกพร่องตั้งแต่แรกเพราะมิได้ยกเว้นกระบวนการแต่งตั้งทั้งหมดในกฎหมาย ทำให้พระราชอำนาจโปรดเกล้าฯยังคงใช้บังคับได้และเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตั้งคณะบุคคลดังกล่าวที่ประพฤติสืบทอดกันมานานแล้วด้วย ไม่มีผู้ใดโต้แย้งเรื่องการแต่งตั้งบุคคลจากคณะปฏิวัติเพราะเป็นที่ยอมรับจากรัฐธรรมนูญซึ่งรับรองสิ่งที่คณะปฏิวัติกระทำไปทุกประการว่าชอบด้วยกฎหมาย นั่นหมายความว่า การแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติเป็นสิ่งที่กระทำได้เพราะมีคำสั่งคณะปฏิวัติยกเว้นการใช้มาตราดังกล่าวไว้ แต่ทักท้วงเรื่องกระบวนการที่ขาดไป คือ บุคคลเหล่านั้นมิได้รับการโปรดเกล้าฯจากองค์พระประมุขซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมายและมิได้ยกเว้นการใช้พระราชอำนาจนี้ เมื่อมิได้ทำขั้นตอนนี้ ย่อมถือว่า คุณสมบัติของคณะบุคคลบกพร่อง อันส่งผลถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายฉบับดังกล่าวด้วย นอกจากนั้น ยังเกิดปัญหาคาใจต่อมา คือ การนับวาระดำรงตำแหน่งตามกฎหมายซึ่งเป็นมาตราที่มิได้รับการยกเว้นในขณะปฏิวัติโดยเขียนไว้ว่า 9 ปี นับแต่วันโปรดเกล้าฯ แต่คณะบุคคลดังกล่าวมิได้รับการโปรดเกล้าฯตามข้อเท็จจริง หากไปนับตามวันแต่งตั้งของคณะปฏิวัติ ย่อมขัดต่อข้อกฎหมายอย่างชัดเจน มันส่งผลให้คณะบุคคลดังกล่าวไม่มีวาระสิ้นสุด เพราะมองไม่เห็นวันโปรดเกล้าฯ จึงต้องรอให้ลาออกโดยสมัครใจหรือถึงแก่มรณะกรรมขณะอยู่ในตำแหน่งเท่านั้นซึ่งเป็นไปตามหลักทั่วไป

บางฝ่ายอาจโต้แย้งว่า การโปรดเกล้าฯเป็นพิธีการ  และ คำสั่งของคณะปฏิวัติย่อมมีศักดิ์สูงสุดในเวลานั้น แต่คณะปฏิวัติประกาศยกเว้นบางมาตราในกฎหมายแสดงว่า ต้องการให้กฎหมายฉบับนั้นใช้บังคับในประเทศไทยได้ โดยไม่แตะต้องมาตราที่บังคับให้ต้องรับการโปรดเกล้าฯด้วยซึ่งเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าขั้นตอนดังกล่าวยังใช้บังคับต่อไป การโปรดเกล้าฯจึงมิใช่แค่พิธีการเท่านั้น แต่เป็นข้อบังคับในกฎหมายซึ่งทุกฝ่ายต้องกระทำตามอย่างเคร่งครัดเพราะส่งผลต่อความสมบูรณ์ของผู้ดำรงตำแหน่งในหน้าที่เนื่องจากคณะปฏิวัติเป็นผู้เลือกให้กฎหมายและพระราชอำนาจคงอยู่โดยสมัครใจ เมื่อยกเว้นมาตราเกี่ยวกับการสรรหาบุคคลไปเป็นการแต่งตั้งเท่านั้น จึงมีผลรับรองโดยกฎหมายแค่การแต่งตั้ง แต่ต้องดำเนินกระบวนการแต่งตั้งที่เหลือในมาตราอื่นด้วย จักถือว่ามีคุณสมบัติสมบูรณ์และใช้อำนาจของกฎหมายนั้นได้ มิฉะนั้น ถือว่าเป็นคณะบุคคลเถื่อน ไร้สถานภาพทางกฎหมายและสังคม ข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการกระทำที่บกพร่องของคณะปฏิวัติซึ่งควรยกเลิกกฎหมายทั้งฉบับ แล้วเขียนร่างขึ้นมาใหม่ตามระเบียบที่ตนต้องการ แล้วยังขาดความรอบคอบในการประกาศยกเว้นบางมาตราที่ไม่ครบถ้วนกระบวนการด้วย ทำให้เกิดข้อโต้แย้งในวันนี้ว่าคณะบุคคลนี้ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบ แต่พระราชอำนาจที่กฎหมายรับรองไว้ควรอยู่ต่ำกว่าคำสั่งคณะปฏิวัติที่บกพร่องหรือไม่ ถ้าตีความตามอักษรในกฎหมายฉบับดังกล่าว ก็เห็นคำตอบได้ไม่ยาก นอกจากพยายามตีความไปในทางลดพระราชอำนาจที่กฎหมายรับรองลงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของคณะปฏิวัติที่สร้างอาการเขย่งให้กับกฎหมายฉบับนี้ไว้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ คณะบุคคลที่รับการแต่งตั้งไม่สมบูรณ์ทั้งที่ปลึ้มใจกับงานนี้เพราะการทำงานบกพร่องของเจ้านายเก่า

 

***********************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s