ด้านมืดของงานรับน้อง

ด้านมืดของงานรับน้อง

เขียนโดย  แก้วมณี

 

ข่าวใหญ่ของเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนแรกของชีวิตนักศึกษาใหม่ที่เพิ่งเลื่อนเปลี่ยนจากสถานภาพนักเรียนในโรงเรียนไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยด้วยข่าวความตายหรือการบาดเจ็บของน้องใหม่จากงานรับน้องที่วิปริต ทั้งที่ยังไม่เริ่มต้นชีวิตนักศึกษาแท้จริงเลย รายละเอียดการจัดงานรับน้องใหม่ด้วยฝีมือรุ่นพี่ในสถาบันเหล่านั้นชี้ให้เห็นจิตใจไม่ปกติแกมรุนแรงและจุดประสงค์แอบแฝงในการแสดงอำนาจข่มขู่รุ่นน้องให้เกรงกลัว อันเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของงานรับน้องใหม่ที่มีมาแต่ดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังเตือนสังคมไทยให้ควรระวังด้วยว่า ปัญญาชนรุ่นใหม่ของไทยชอบความรุนแรง ไร้ความเมตตา กดขี่บังคับให้เคารพกัน ไม่ชอบใช้เหตุผล ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ชอบแสดงอำนาจแบ่งชนชั้น ไม่ให้เกียรติแก่ผู้อื่นหรือผู้ที่อ่อนด้อยวัย มันจักส่งผลให้สังคมต้องวุ่นวายและรุนแรงในวันข้างหน้าเมื่อพวกเขาเติบโตต่อไปในสังคมไทย

พิธีรับน้องใหม่ถือกำเนิดในสังคมมหาวิทยาลัยปิดมานานด้วยจุดประสงค์เริ่มแรก คือ เพื่อช่วยให้น้องใหม่ปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ที่กฎเกณฑ์เข้มงวดน้อยกว่าในโรงเรียน คิดอย่างมีเหตุผล รู้จักจัดระบบชีวิตใหม่ได้อย่างเหมาะสม โดยรุ่นพี่ถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำปรึกษาแนะนำแก่น้องใหม่ ถือเป็นความรู้สึกเอื้ออาทรและมีเมตตาต่อกัน ดังนั้น พิธีต่างๆจึงเน้นความกลมเกลียว สามัคคี และมีเมตตาระหว่างรุ่นพี่และน้องใหม่เป็นหลัก กิจกรรมที่สร้างสรรค์จะเน้นความรู้ผสมบันเทิง แต่ต้องไม่ขัดต่อประเพณีอันดีงามในสังคมไทยด้วย วันเวลาที่ล่วงไปงานรับน้องมีการบิดเบือนเจตนารมณ์ให้เป็นการแก้แค้นจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ปลูกฝังความรุนแรงให้น้องใหม่ เผยแผ่อิทธิพลของรุ่นพี่ กิจกรรมหลายอย่างในงานรับน้องมิได้ส่งเสริมเจตนารมณ์ดั้งเดิมของพิธีรับน้องใหม่ เช่น การใช้ไฟลนตามผิวหนังเป็นรูปตราสถาบัน จับกดน้ำ รุมแก้ผ้าน้องใหม่ไม่ว่าชายหรือหญิง แสดงท่าทางลามก เอาอวัยวะเพศจุ่มน้ำพริก อมลูกมะนาวใบโต กลืนตับดิบ ตบตีน้องใหม่ บังคับคลุกโคลนตม ลวนลามทางเพศผ่านเกมพิเรนทร์บัดสี เนื้อร้องเพลงแฝงเรื่องทางเพศ เป็นต้น โดยบังคับกึ่งข่มขู่น้องใหม่ว่าเป็นเกมที่เน้นความสามัคคีของรุ่นพี่และน้องใหม่ แต่ละรูปแบบของเกมเหล่านั้นมิได้ส่งเสริมความสามัคคี เพียงให้น้องใหม่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของรุ่นพี่ แทนครูบาอาจารย์ในโรงเรียน สร้างความสนุกสะใจแก่รุ่นพี่ ซึ่งหลังจากผ่านงานไปแล้วน้องใหม่หลายคนต้องหวาดผวากับสิ่งที่ต้องกระทำในงานนั้นกลายเป็นภาพหลอนในใจตลอดกาล บางคนเก็บกดไว้เตรียมแก้แค้นกับน้องใหม่รุ่นต่อไป บางคนต้องตาย พิการ หรือบาดเจ็บสาหัสทางกายและใจจากงานรับน้องโดยรุ่นพี่จิตวิปริต ส่วนรุ่นพี่หลายคนต้องหมดสิ้นอนาคตเพราะต้องรับโทษอาญาหรือจ่ายค่าเสียหายทางแพ่งจนกระทั่งครอบครัวต้องสิ้นเนื้อประดาตัว รุ่นพี่ก็เรียนหนังสือไม่จบ ติดใบแดงแจ้งโทษในฐานะนักโทษคดีอาญามาก่อน อันส่งผลต่อการทำงานในอนาคต

เจตนารมณ์ของงานรับน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยปิดถูกบิดเบือนไปจากอดีตอย่างมาก เพราะรุ่นพี่เน้นการแสดงอิทธิพลต่อน้องใหม่ซึ่งยังด้อยประสบการณ์และวัย แล้วยังขาดการคิดพิจารณาด้วยเหตุผลอันสมควร อดีตน้องใหม่คนหนึ่งเล่าประสบการณ์ไม่น่าประทับใจสำหรับชีวิตนักศึกษาใหม่ซึ่งทำลายภาพดีๆของรุ่นพี่ที่เคยรับทราบมา คือ เขาสอบเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ของคณะวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยปิดที่มีชื่อเสียงมาก วันหนึ่งรุ่นพี่เข้าไปบอกน้องใหม่ในห้องเรียนว่า ต้องเข้าร่วมงานรับน้องใหม่ครบทุกคน มิฉะนั้น จะถูกลงโทษจากพวกเขา ด้วยความเป็นน้องใหม่และความเกรงใจจึงไปร่วมงานนั้น แต่สิ่งที่เขาพบเห็นในเกมต่างๆมิได้เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือคำแนะนำเพื่อช่วยเหลือน้องใหม่ มันเป็นการบังคับให้เล่นสารพัดเกมโดยไม่สนใจคำยินยอมของเขาก่อน เช่น สั่งให้ตะเบ็งเสียงใส่กันตามคำพูดของรุ่นพี่ซึ่งหยาบคายและเกี่ยวข้องทางเพศทั้งที่ยืนห่างกับเพื่อนแค่ระยะ 1 ศอก คลานลอดโต๊ะเก้าอี้ หว่างขา ปาขนมเค้กใส่กัน เอาโคลนทาร่างกายโดยให้ชายทากับหญิง ปีนเสาไม้สูง ร้องเพลงที่มีเนื้อหาลามก การใช้บริการของโสเภณี และอื่นๆ เขาปฏิเสธที่จะทำบางเกมที่รับไม่ได้ บางคนไม่ยอมเล่นเกมโดยอ้างว่ามีโรคประจำตัวที่หมอห้ามไว้ แต่รุ่นพี่ไม่ยอมรับฟังเลย แถมบอกว่า ถ้าใกล้ตายจะส่งหมอเอง แล้วบังคับให้เล่นเกมต่อไปโดยขู่ว่า ถ้าไม่เล่นเกมของรุ่นพี่ จะเรียนหนังสือร่วมกันไม่ได้ เมื่อเริ่มทนการข่มขู่และรูปแบบของเกมต่อไปไม่ได้ เขาจึงออกจากงานรับน้องไป

การปฏิเสธไม่ร่วมเล่นบางเกมของรุ่นพี่ยังตามหลอนเขาอยู่ในอาทิตย์ต่อมาเมื่อรุ่นพี่ประกาศเรียกน้องใหม่ต้องไปซ้อมเชียร์ทุกนัดที่จัดไว้ เขาไปฝึกร้องเชียร์ได้ไม่ทุกครั้งเพราะครอบครัวค่อนข้างเข้มงวดกับการเรียนและเวลากลับบ้าน รุ่นพี่จึงเตือนให้ไปซ้อมเชียร์แล้วยังพูดดูแคลนว่า โตแล้วยังต้องเชื่อฟังพ่อแม่อีกหรือ ? งานเชียร์เป็นงานเพื่อส่วนรวม ไม่ไปเชียร์ คือ คนเห็นแก่ตัว ไม่รักสถาบัน เขาบอกชี้แจงว่า แต่ละครอบครัวย่อมมีปัญหาขัดข้องแตกต่างกัน เขาไม่ซ้อมเชียร์ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่รักสถาบัน การแสดงความรักต่อสถาบันไม่จำเป็นต้องเชียร์อย่างเดียว กิจกรรมอื่นที่เหมาะสมก็ยินดีร่วมทำด้วย รุ่นพี่โกรธและไม่พอใจต่อการโต้แย้งของเขามาก สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาสร้างความหมดศรัทธาต่อความเป็นรุ่นพี่ของสถาบันนั้นอย่างมาก โดยเขาสังเกตเห็นความไม่ปกติในกลุ่มเพื่อนร่วมคณะที่เคยมีมิตรไมตรีต่อกันหรือกินข้าวร่วมกันบ่อยๆ กลับนิ่งเฉยและทำเหมือนมองไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา วันหนึ่งเพื่อนแอบบอกให้รับรู้ว่า รุ่นพี่ในคณะสั่งให้น้องใหม่บอยคอตเขา ถ้าใครบังอาจเสวนาหรือแสดงความเป็นมิตรด้วยจะถูกลงโทษเช่นเดียวกับเขา น้องใหม่ไร้ประสบการณ์และอ่อนวัยจึงไม่กล้าฝืนคำสั่งของรุ่นพี่ เขาและครอบครัวไม่ชอบการใช้อิทธิพลของรุ่นพี่และเป็นการกระทำที่ไร้สาระ ขาดเหตุผล แสดงอำนาจบาตรใหญ่ต่อน้องใหม่อ่อนด้อยวัย อาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้นจะทราบหรือไม่ก็ตาม มันทำลายภาพพจน์หรือศรัทธาที่น้องใหม่พึงมีต่อรุ่นพี่ลงอย่างมากจากพฤติกรรมของรุ่นพี่ใจคะนองหรือเหลิงอำนาจแค่เพียงเพราะมีวัยหรือเวลาเรียนสูงกว่าน้องใหม่เท่านั้น แต่สภาพจิตใจไม่สูงกว่าเด็กนักเรียนมัธยมเลย เขาตัดสินใจไปเรียนคณะเดียวกันนี้ในต่างประเทศอันทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยปิดของไทยและของต่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด

ในต่างประเทศความเสมอภาคทางสิทธิเสรีภาพนั้นรุ่นพี่มีให้น้องใหม่อย่างดี การให้เกียรติต่อกัน การแข่งขันทางความรู้ มิใช่การแผ่อิทธิพลข่มขู่น้องใหม่ การบังคับให้กระทำกิจกรรมไม่เกิดขึ้นเพราะทุกคนรู้จักขอบเขตเสรีภาพของกันและกัน รู้จักคำปฏิเสธและยอมรับคำปฏิเสธได้ ทั้งที่หลายคนก็เพิ่งผ่านชีวิตเด็กมัธยมมาเช่นเดียวกับเด็กไทย มันแสดงให้เห็นวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่แตกต่างกันระหว่างเด็กมัธยมต่างประเทศกับของไทย ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากระบบการศึกษาของไทยว่า มิได้สอนให้เด็กรู้จักสิทธิเสรีภาพที่มีขอบเขตอันควรของตนและผู้อื่น แต่เน้นให้เชื่อฟังคำสั่งของผู้สูงวัยกว่าโดยไม่ต้องคิดพิจารณาหรือคำนึงถึงเหตุผลอันชอบธรรมเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วยตัวเอง ภาพเด็กไทยถูกรุ่นพี่ซ้อมทารุณในงานรับน้องจึงมีให้เห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกปี แม้ผู้ใหญ่พยายามปรามอย่างหนักก็ตาม รุ่นพี่ก็อ้างเป็นประจำว่าน้องใหม่ยินยอมทำเอง ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขาจำยอมเชื่อฟังคำสั่งของรุ่นพี่โดยไม่เต็มใจเพราะระบบการสอนของไทยที่บกพร่องเรื่องการรับรู้สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลที่รวมถึงการแสดงความเห็นแตกต่างกันได้แม้ว่าจะมาจากเด็กก็ต้องรับฟังเขาด้วย

ถ้าจะให้งานรับน้องกลับไปสู่เจตนารมณ์ดั้งเดิมอันดีงามผู้ใหญ่ในวันนี้ต้องมีทัศนคติและความตั้งใจจริงในการจัดการปัญหาหมักหมมของรุ่นพี่ที่สืบทอดกันไว้นาน ด้วยการกำจัดอิทธิพลและปรับเปลี่ยนแนวคิดผิดเพี้ยนเกี่ยวกับความเป็นรุ่นพี่เสียใหม่ โดยอาจารย์ต้องทำตัวเป็นต้นแบบและปลูกฝังการไม่ใช้ความรุนแรง รู้จักคิดพิจารณาอย่างมีเหตุผล เคารพสิทธิเสรีภาพและความเห็นของผู้อื่น โดยเฉพาะของน้องใหม่ การมีเมตตาต่อผู้อ่อนด้อยวัย รู้จักโทษของการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการยินยอมของน้องใหม่ในกลุ่มรุ่นพี่ว่าไม่ต้องรับโทษอาญา ถ้าเกิดความตายหรือบาดเจ็บขึ้นในงานรับน้องหรือมาจากกิจกรรมของรุ่นพี่ เพราะความยินยอมที่แสดงออกในงานนั้นมาจากการข่มขู่คนที่อ่อนด้อยประสบการณ์กว่ารุ่นพี่ มิใช่ความเต็มใจอย่างแท้จริง กฎหมายยังถือเป็นความผิดของรุ่นพี่ อีกทั้งคำขู่ที่ว่าไม่ร่วมมือกับรุ่นพี่จะส่งผลต่อผลการเรียนนั้น ต้องชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องว่า ผลการเรียนขึ้นอยู่ที่การเอาใจใส่ในการเรียน คนที่ให้คะแนนสอบมิใช่รุ่นพี่ แต่เป็นครูอาจารย์และความรู้ของตนเท่านั้น

กิจกรรมวิปริตต่างๆอันเกิดจากแนวคิดของรุ่นพี่ที่กระทำต่อน้องใหม่ ถ้าเกิดอันตรายต่อกายหรือใจ ความตาย ความพิการ รุ่นพี่ต้องได้รับโทษอาญาไม่ว่าจะเป็น จำคุก หรือ ประหารชีวิต แล้วแต่ความรุนแรงของการกระทำ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและกระบวนการยุติธรรมต้องลงโทษรุ่นพี่พิเรนทร์อย่างจริงจังเพื่อมิให้มีรุ่นพี่แบบนี้ในรุ่นต่อไปอีก แล้วยังช่วยปกป้องน้องใหม่มิให้ถูกรังแกและมีตราบาปในใจไปตลอดชีวิตกับงานรับน้องพิเรนทร์เหล่านี้ นอกจากนั้นผู้ดูแลสถาบันการศึกษาควรใช้บทลงโทษแก่นักศึกษารุ่นพี่อย่างจริงจังในฐานะครูบาอาจารย์ที่ต้องปกป้องดูแลน้องใหม่ด้อยประสบการณ์จากจิตใจวิปริตของรุ่นพี่บางคนที่ใช้งานรับน้องเพื่อแก้แค้นที่เคยถูกกระทำเยี่ยงเดียวกันมาก่อน ถ้าไม่อยากให้งานรับน้องต้องมีตราบาปและเป็นที่ขยาดของน้องใหม่และครอบครัว ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันกำจัดรุ่นพี่วิปริตและจิตไม่ปกติไปจากสังคมการศึกษา ต่อไปงานรับน้องจะมีเพียงงานสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทยและความไม่รุนแรง อันส่งผลให้ปัญญาชนคนไทยรุ่นใหม่มีจิตเมตตา นิยมความสงบ มีมิตรภาพต่อกันเพิ่มขึ้น สิ่งที่ทุกท่านร่วมมือกันวันนี้จักส่งผลให้น้องใหม่ในรุ่นต่อไปซึ่งอาจเป็นลูกหลานของท่านรับอานิสสงส์ดีงามนี้ไปด้วย แทนที่จะต้องรอลุ้นว่าทายาทของพวกเขาคนไหนจะกลายสภาพเป็นคนพิการหรือคนตายจากงานรับน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยปิดต่างๆอีก

 

**************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s