เสรีภาพการประท้วงกับเมืองอันธพาล

เสรีภาพการประท้วง

เขียนโดย  แก้วมณี

ระบอบประชาธิปไตยย่อมมีความเห็นแตกต่างกันได้ การแสดงออกทางความคิดเห็นสามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดไว้บนพื้นฐานของเสรีภาพการแสดงออก ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายในขอบเขตอันควรและไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นด้วย การประท้วงเป็นการใช้เสรีภาพแสดงความเห็นส่วนของตนต่อสาธารณชนอย่างหนึ่งที่กระทำกันได้ภายใต้การคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ เมื่อประเทศไทยมีกฎหมายสูงสุดในการปกครองบ้านเมือง คือ รัฐธรรมนูญ จึงมีการบัญญัติคุ้มครองเสรีภาพการประท้วงไว้ทุกฉบับ แต่หลายคนนำเสรีภาพประเภทนี้ไปใช้ในทางเสื่อมเสียและสร้างความเสียหายแก่บ้านเมืองด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยอ้างอิงเสรีภาพในรัฐธรรมนูญ แต่ลืมเลือนหลักเจตนารมณ์ของการบัญญัติเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยไป นั่นคือ เสรีภาพในรัฐธรรมนูญย่อมมีขอบเขตอันควร มิอาจล่วงละเมิดเสรีภาพหรือสิทธิของผู้อื่นด้วย

เมื่อทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเท่าเทียมกัน ทำให้เกิดขอบเขตขึ้นโดยปริยาย ฝ่ายใดจะห้ามอีกฝ่ายใช้เสรีภาพไม่ได้ อีกทั้งจะใช้เสรีภาพของตนละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ต้องการประท้วงคัดค้านหรือขับไล่บุคคลใดด้วยการเดินถือป้ายหน้าบ้าน ย่อมทำได้ แต่จะบุกข้ามรั้วเข้าไปในบ้านเพื่อลากเขาออกมาไม่ได้เพราะเป็นการละเมิดสิทธิ์ของเขาอย่างชัดเจน เป็นต้น เสรีภาพหรือสิทธิตามรัฐธรรมนูญมิได้หมายถึงการแสดงออกทางความเห็นแตกต่างกันเท่านั้น ยังมีเสรีภาพอีกหลายลักษณะที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญไทย การละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้อื่นย่อมเป็นสิ่งที่ผิดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายเกี่ยวข้อง

สิทธิเสรีภาพในการใช้สาธารณูปโภคของรัฐอย่างเท่าเทียมกันเป็นหนึ่งในเสรีภาพทางรัฐธรรมนูญที่ได้รับการคุ้มครองให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ใช้มันได้ ดังนั้น ถนนถือเป็นสาธารณูปโภคอย่างหนึ่งที่คนไทยมีสิทธิใช้ได้ตามสถานภาพของมัน เมื่อเป็นถนนที่ใช้เพื่อการสัญจรของรถหรือคนเดินถนน มิใช่เพื่ออาศัยตั้งถิ่นฐานของคน จึงต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของถนน หากผู้ใดใช้เสรีภาพการแสดงออกประท้วงบนถนนหรือปิดกั้นถนนและสร้างขอบเขตห้ามผู้อื่นมิให้เข้าดินแดนของเขาเพื่อตั้งถิ่นฐานอาศัยหรือเพื่อหนุนการประท้วงก็ตาม แม้จะเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพใช้ถนนของผู้อื่นตามวัตถุประสงค์ของการเป็นถนน อีกทั้งรัฐธรรมนูญคุ้มครองการใช้สิทธิในสาธารณูปโภคของรัฐแก่คนไทยทุกคนด้วย ผู้ใดละเมิดสิทธิของผู้อื่นย่อมเป็นการกระทำผิดกฎหมายสูงสุดของบ้านเมืองเพราะเป็นการใช้เสรีภาพเกินขอบเขตอันควรอันขัดต่อเจตนารมณ์แท้จริงและความเป็นธรรมของรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นกฎหมายใดที่คุ้มครองและป้องกันมิให้ใช้ถนนผิดวัตถุประสงค์ของการเป็นถนนเมื่อเป็นการใช้สิทธิเกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญ ผู้ใดละเมิด กีดขวาง ทางสัญจรของประชาชนในการใช้ถนน ย่อมมีความผิดตามกฎหมายเฉพาะนี้อีกด้วย

อังกฎษและสหรัฐถือเป็นต้นแบบประเทศในการปกครองแบบประชาธิปไตย ส่วนไทยได้นำแบบอย่างของเขามาประยุกต์ใช้ แต่คนไทยบางกลุ่มและเจ้าหน้าที่ในระบบยุติธรรมไม่เข้าใจลุ่มลึกเพียงพอกับคำว่า ขอบเขตอันควร ในระบอบประชาธิปไตยด้วย โดยตีความเหมาว่า การประท้วงทุกรูปแบบสามารถแสดงออกในทุกสถานที่ได้ด้วยข้ออ้างว่ารัฐธรรมนูญคุ้มครองเสรีภาพนี้ไว้และเป็นกฎหมายสูงสุดที่ทุกคนต้องเคารพและเชื่อฟัง แม้จะใช้สิทธิเสรีภาพรบกวนหรือขัดขวางเสรีภาพของผู้อื่น ก็พึงทำได้อย่างอิสระ จึงทำให้พฤติกรรมหลายอย่างในประเทศนี้ผิดเพี้ยนไปจากแนวคิดที่ถูกต้อง  การใช้เสรีภาพด้านแสดงความคิดเห็นแตกต่างถือเป็นหัวใจของประชาธิปไตย ทุกประเทศในระบอบประชาธิปไตยจึงยอมให้มีการแสดงความเห็นแตกต่างด้วยการประท้วงได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น อีกทั้งต้องไม่ขัดต่อกฎหมายเพื่อความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองอีกด้วย ดังนั้น ภาพข่าวการประท้วงในประเทศเหล่านั้นจึงมีให้เห็นบ่อยครั้งโดยเดินถือป้ายประท้วงไปตามถนนสายต่างๆเพื่อบอกกล่าวความเห็นแตกต่างของพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งวันหรือหลายวันก็ได้ซึ่งขึ้นอยู่ที่แต่ละประเทศกำหนดระเบียบการประท้วงในที่สาธารณะอย่างไร ก็ต้องเป็นไปตามกฎนั้น เนื่องเพราะการจำกัดเสรีภาพต้องมีกฎระเบียบพิเศษออกมาควบคุมจำเพาะไว้เพื่อความสงบสุขทางสังคมที่ผู้คนต้องอยู่ร่วมกัน จึงไม่อาจให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทำตามอำเภอใจได้ รัฐต้องออกระเบียบไปควบคุมวิธีใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อมิให้กลุ่มอื่นต้องเดือดร้อนจากการใช้เสรีภาพของคนที่เห็นต่างกัน อีกภาพที่เห็นในการประท้วงของต่างประเทศคือ ถ้ากลุ่มประท้วงละเมิดกฎระเบียบสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป เช่น การนั่งประท้วงกีดขวางทางสัญจรสาธารณะหรือระบบรถโดยสารสาธารณะ การแก้ผ้าล่อนจ้อนในที่สาธารณะ รัฐจะใช้กฎหมายเข้ายุติพฤติกรรมนั้นโดยข้ออ้างว่าใช้เสรีภาพเกินขอบเขตและสร้างความเดือดร้อนแก่สาธารณชน แล้วจับกุมกลุ่มประท้วงที่ฝ่าฝืนข้อกฎหมายทันที อันเป็นไปตามแนวคิดพื้นฐานประชาธิปไตยที่ว่า การแสดงความเห็นแตกต่างกันย่อมมีได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น การประท้วงด้วยการปิดกั้นการใช้ถนนของผู้อื่นเพื่อจุดประสงค์ส่วนตัวหรือเพื่อกลุ่มของตนย่อมทำมิได้ นอกจากนั้น ถนนสร้างขึ้นเพื่อให้รถของประชาชนแล่นผ่านไปมา คนเดินสัญจรบนทางเท้า กลุ่มประท้วงไม่มีอำนาจหรือมิอาจอ้างเสรีภาพในรัฐธรรมนูญเพื่อปิดกั้นแล้วสร้างอาศรม ที่อยู่อาศัย บนพื้นผิวถนนหรือทางเท้าได้ เนื่องจากเป็นการใช้เสรีภาพเกินขอบเขตอันควรและละเมิดเสรีภาพของผู้อื่นในการใช้สอยถนน แล้วยังผิดต่อกฎหมายเพื่อความสงบในบ้านเมืองเรื่องการตั้งสิ่งของกีดขวางทางจราจรหรือใช้ถนนเพื่อการอยู่อาศัย อีกทั้งการกั้นขวางถนนเพื่อกำหนดเขตแดนสร้างบ้านเมืองหรือหมู่บ้านใหม่ที่ไม่ยอมอยู่ภายใต้กฎหมาย อันเป็นการสร้างรัฐซ้อนรัฐขึ้นในประเทศไทย ย่อมเป็นความผิดฐานก่อกบฏ คิดล้มล้างหรือขัดขวางการใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทย ดังนั้น การประท้วงย่อมเป็นเสรีภาพที่ทุกคนพึงกระทำกันได้ แต่ต้องมีขอบเขตอันควร มิใช่การข่มขู่ให้หวาดกลัวหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น มันจักกลายเป็นพฤติกรรมของอันธพาล มิใช่ผู้มีความเห็นแตกต่างกันในระบอบประชาธิปไตย หากคิดการณ์ใหญ่ขยายเป็นเมืองใหม่นอกกฎหมายโดยมีเขตแดนชัดเจนและไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายด้วย อาจเป็นเมืองกบฏแห่งแรกของประเทศไทยในศตวรรษไซเบอร์ซึ่งรัฐบาลมิอาจให้มีเมืองใหม่นี้บนผืนแผ่นดินไทยและขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนได้

*******************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s