กฎหมู่เหนือกฎหมาย

กฎหมู่  ความกร่าง  สิทธิ

 

เขียนโดย  แก้วมณี

 

มนุษย์คือสัตว์โลกที่อาศัยบนพื้นดินด้วยมีพัฒนาการต่อเนื่องทางกายและสมองอย่างยอดเยี่ยมย่อมเก็บซ่อนสัญชาตญาณดิบไว้ได้ดีกว่าสัตว์เดรัจฉาน จึงถือเป็นสัตว์ประเสริฐที่สุดซึ่งครอบครองและใช้ประโยชน์ทรัพยากรบนโลกมากที่สุด หากสังเกตให้ลึกซึ้งแล้วจะเห็นว่าหากมีการรวมตัวกันมาก มนุษย์มักแสดงสัญชาตญาณดิบหรือเถื่อนออกมาในทางรุนแรงเกินห้ามปรามกันได้ ดังเช่น ข่าวในอดีตชิ้นหนึ่งที่กลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันจำนวนมาก ณ จุดหนึ่งในสวนสาธารณะนิวยอร์ก เมื่อมีผู้หญิงเดินผ่านไปจุดนั้นจะถูกลากไปลวนลามทางเพศ บ้างก็ถูกข่มขืน ส่วนผู้ชายก็ถูกซ้อมกระทืบทำร้ายตามอำเภอใจ โดยไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปช่วยเหลือเพราะเป็นกลุ่มใหญ่มาก แม้แต่ตำรวจบางคนยังไม่เข้าไปใกล้ บางคนทนไม่ไหวเข้าไปช่วยหรือขัดขวางพฤติกรรมเถื่อนก็ถูกทำร้ายอาการปางตาย จนกระทั่งตำรวจกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธเข้าไปสลายกลุ่ม ความสงบจึงกลับคืนมาได้ ข่าวการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของคนต่างเผ่าจำนวนหนึ่งบุกข้ามเขตไปสังหารอย่างเหี้ยมโหดในคืนเดียวโดยรัฐบาลไม่ขัดขวาง เป็นต้น

เมื่อมีการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ จิตใจฮึกเหิมจากการปลุกเร้าด้วยคำพูดหรือกิริยาท่าทาง ทำให้เกิดพลังงานสูงและพร้อมจะปล่อยทำลายล้างสิ่งรอบกายได้ทุกเวลา มิใช่เกิดขึ้นในต่างประเทศเท่านั้น ในอดีตยุค 14 ตุลาคมแสนเศร้าเคยมีการรวมกลุ่มกันด้วยการจัดตั้งหรือหนุนหลังของรัฐบาลเผด็จการเพื่อต่อต้านหรือทำลายล้างศัตรูการเมือง ชื่อ กลุ่มกระทิงแดง ซึ่งมาจากการรวมตัวของนักเรียนช่างกลและมีนายทหารคนหนึ่งเป็นหัวหน้า โดยใช้คำพูดยุแหย่เรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างสถานภาพของเด็กช่างกลกับนักศึกษา พร้อมให้ถือปืนและมีดดาบได้ ทำให้กลุ่มนี้รวมตัวกันเป็นจำนวนหลายร้อยคนเพื่อตามล่าทำลายล้างผู้ต่อต้านรัฐบาลทั้งนักศึกษา นักวิชาการ ประชาชน นอกจากนั้นยังแสดงอำนาจต่อสาธารณชนด้วยการนั่งประจำในโรงพักโดยออกคำสั่งกับตำรวจว่า ทุกคำร้องทุกข์ต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากสมาชิกลุ่มกระทิงแดงก่อน สมาชิกกลุ่มนี้ทำร้ายหรือฆ่าผู้ใดจักไม่มีการเอาโทษอาญาใดๆด้วยการสนับสนุนของผู้ใหญ่สมัยนั้น การทุบแท่นพิมพ์เมื่อลงข่าวไม่เป็นที่พอใจของผู้นำกลุ่มเกิดขึ้นเป็นระยะ ประชาชนต่างพากันหวาดกลัวความโหดเหี้ยมและความรุนแรงจากพฤติกรรมของกลุ่มกระทิงแดงอย่างมากเนื่องจากคำพูดหรือการชี้มือจากคนในกลุ่มนี้จักทำลายชีวิตคนบริสุทธิ์ได้ทันทีโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม หลายครอบครัวต้องพบเคราะห์ร้ายจากการกระทำของพวกเขา แต่ไม่อาจร้องขอความเป็นธรรมจากรัฐหรือศาลได้เพราะพวกเขาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ความมืดครอบงำจิตใจคนไทยให้อยู่ในความหวาดกลัวทุกนาทีอันมีสาเหตุจากการรวมกลุ่มแสดงความกร่างและพลังของสัญชาตญาณดิบ ความคิดอคติรุนแรง สิทธิเสรีภาพของคนไทยถูกทำลายลงด้วยแนวคิดของรัฐบาลและเจตนารมณ์ของการรวมกลุ่มเพื่อกำจัดศัตรูการเมืองโดยไม่ใช้กฎหมาย แต่มุ่งใช้กฎหมู่ซึ่งเน้นการใช้พลังอำนาจข่มขู่ผู้อื่นเป็นหลัก

การปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลและรัฐธรรมนูญถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้พลังอำนาจเหนือกฎหมายเพื่อทำลายศัตรูการเมืองหรือเพื่อแย่งอำนาจจากรัฐบาลตามกฎหมาย อันเป็นไปตามทฤษฎีที่ว่า หนึ่งคนเปลี่ยนแปลงกฎไม่ได้ แต่หลายคนสร้างกฎใหม่ได้ เมื่อมีการรวมตัวกันย่อมเกิดพลังอำนาจสูงในการกระทำเรื่องดีหรือเลวก็ได้ขึ้นอยู่กับสติปัญญาและการยับยั้งใจของพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อมีหัวหน้ากลุ่มที่ทุกคนศรัทธาอย่างสูง หากเป็นการรวมกลุ่มเพื่อทำความดี เช่น การรวมตัวของข้าหลวงจากเมืองต่างๆที่แตกพ่ายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 โดยพระเจ้าตากสินเป็นหัวหน้ารวมศรัทธาและความมุ่งมั่นจะกู้ชาติและขับไล่พม่า ศัตรูของชาติที่รุกรานแผ่นดินจนย่อยยับ ด้วยพลังอำนาจ สติปัญญา เจตนารมณ์ที่ดีของคนกลุ่มนี้ จึงกลายเป็นประเทศไทยอันมั่นคงในวันนี้ เป็นต้น อีกด้านหนึ่งเมื่อเป็นการรวมกลุ่มเพื่อกำจัดศัตรูการเมืองโดยใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย เช่น กลุ่มพันธมิตรที่ต้องการขับไล่รัฐบาลด้วยการให้คนมารวมตัวปิดถนนอันเป็นทางสัญจรของคนไทยเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แทนที่จะใช้วิธีการทางกฎหมายซึ่งให้อำนาจแก่คนไทย และพูดท้าทายข่มขู่ให้ใช้กฎหมายกับกลุ่มตนเมื่อใด จะสร้างความวุ่นวายให้ชาติทันทีโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของชาติ เป็นต้น

ความขัดแย้งทางความเห็นย่อมมีกันได้ในระบอบประชาธิปไตย แต่วิธีแก้ไขก็มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งให้คนไทยใช้สิทธิ์ต่างๆได้ เช่น ต้องการขับไล่นักการเมืองหรือข้าราชการคนใดก็เข้าชื่อรวมกันตามจำนวนที่กำหนดยื่นเรื่องเข้าไปตามขั้นตอน การพิจารณาจะเริ่มต้นขึ้นและทุกคนต้องเคารพคำตัดสินนั้น การเสนอกฎหมายของตน ก็ทำได้ง่ายๆ เป็นต้น กลุ่มพันธมิตรเลือกใช้กฎหมู่ด้วยการรวมตัวประท้วงขัดขวางการสัญจรของชาวบ้าน ข่มขู่รัฐบาลโดยเอาความไม่สะดวกของประชาชนเป็นเครื่องมือ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายอันเป็นการแสดงความกร่างไม่แตกต่างจากกลุ่มกระทิงแดงในอดีตซึ่งมีฉากบังหน้าหรือข้ออ้างเรื่องเจตนารมณ์แตกต่างกันตามยุคสมัย แต่พฤติกรรมความรุนแรง ไม่เคารพกฎหมาย มีความละม้ายคล้ายคลึงกันอย่างมาก ทั้งนี้เพราะเป็นไปตามทฤษฎีสัญชาตญาณดิบเถื่อนของสัตว์โลกที่ว่า เมื่อมีการรวมตัวจำนวนมาก ความกลัว ความยับยั้งใจ ความมีสติ ย่อมสูญหายไป เหลือเพียงจิตใจฮึกเหิมและพฤติกรรมพื้นฐานของสัตว์คือ การทำลายล้างผู้ด้อยกว่าหรือข่มขู่ข่มเหงผู้อื่น เพื่อสนองตอบอารมณ์เถื่อนที่ถูกเก็บไว้ด้วยกฎทางสังคมและกฎหมาย เมื่อผู้มีอำนาจสนับสนุนเบื้องหลัง ความมั่นใจ การเงินคล่องตัว พลังคนและมีอาวุธ ย่อมผลักดันให้สัญชาตญาณเถื่อนแสดงออกอย่างมีพลังได้ ขณะที่อีกฝ่ายยังมีสติและยึดถือกฎหมายบ้านเมืองคอยควบคุมพฤติกรรมเถื่อนส่วนตัวไว้ จึงเป็นการเสริมความฮึกเหิมแก่กลุ่มพันธมิตรให้ทำลายสังคมยิ่งขึ้น อันส่งผลต่อความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนต่อพฤติกรรมกร่างของกลุ่มนอกระบบถ้ารัฐบาลไม่สยบความกร่างและจิตใจฮึกเหิมในเวลาที่เหมาะสมโดยใช้ความเมตตาเป็นหลัก

บัดนี้ กลุ่มพันธมิตรไม่สนใจต่อการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง แต่มุ่งใช้กฎหมู่ทำลายล้างศัตรูการเมืองของนายใหญ่โดยมิได้คำนึงถึงผลเสียหายต่อชาติ เศรษฐกิจ ของคนไทย กอปรกับภาวะเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มตั้งต้นในทางที่ดีหลังการปฏิวัติเกือบสองปี ภาวะการว่างงานเกิดขึ้นจากต้นทุนผลิตสินค้าสูง ค่าแรงสูง มันเคลื่อนใกล้คนไทยมากแล้ว รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาบ้านเมืองอยู่ แต่ฝ่ายพ่ายแพ้เกมการเมืองกลับมุ่งมั่นทำลายล้างรัฐบาลเลือกตั้งโดยใช้กฎหมายอคติฉุดรั้ง ทำลาย พวกเขาไว้ แทนที่บ้านเมืองจะเติบโต ฟันฝ่าพายุน้ำมัน อาหาร การว่างงาน ได้ดีขึ้นหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลอดทนเต็มที่แต่การรุมเร้าและป้ายความผิดที่มากเกินเหตุ ทำให้ความอดทนสิ้นสุด จึงเลือกแก้ต้นตอของปัญหาโดยมิได้ทอดทิ้งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเลย คนไทยควรหวนคิดถึงสิ่งที่รัฐบาลมุ่งทำเพื่อปากท้องของคนไทยตลอดสามเดือนที่ผ่านมาด้วยใจเป็นธรรม แต่หลายปัญหานั้นต้นตอมาจากต่างประเทศ รัฐบาลจำต้องใช้เวลามากในการทำงาน แต่กฎหมายบางฉบับเป็นตัวปัญหาที่ชะลอหรือเหนี่ยวรั้งการทำงานไว้ พฤติกรรมที่เห็นได้บ่อยครั้งในระยะหลังซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำงานมาก คือ การยื่นถอดถอนด้วยสาเหตุไม่พอใจส่วนตัว เช่น เหตุขึ้นราคาค่าโดยสารรถประจำทางตามภาวะราคาน้ำมัน เหตุการดูแลสื่อมวลชนของรัฐให้ทำงานอยู่ในจรรยาบรรณมากขึ้น การใส่ข้อกล่าวหาดูหมิ่นหรือไม่ภักดีต่อสถาบันสูงให้กับศัตรูการเมืองกรณีไม่มีความผิดจากการทำงานอื่น การทำลายโบราณสถานก็กล่าวหาโยนความผิดไปให้อดีตนักการเมืองโดยไร้หลักฐาน ชาวนาอยากขายข้าวเหนียวราคาสูง ปิดถนนหลวงและให้ข้อเสนอที่ขัดต่อการตลาดว่า ต้องรับซื้อราคาสูงโดยไม่ให้พิจารณาความชื้น ทั้งที่ควรเน้นการพิจารณาความชื้นอย่างเป็นธรรม มิใช่ฉ้อโกงชาวนา เป็นต้น พฤติกรรมหลายอย่างทำให้น่าหวั่นใจว่าบ้านเมืองไร้ขื่อแปมากขึ้นทุกวัน เพราะใครอยากได้สิ่งใด ก็ต้องสร้างความหวาดกลัว ความน่ารำคาญ แก่รัฐบาลและคนไทยก่อนด้วยการรวมตัวจำนวนมากแล้วปิดกั้นทางหลวงแผ่นดินหรือขัดขวางลดความสบายของประชาชนลง เพื่อสร้างแรงบีบคั้นไปที่รัฐบาลแล้วจะได้ทุกสิ่งสมปรารถนา มันกลายเป็นการเลียนแบบในทุกภาคส่วนของสังคมไปแล้ว อันส่งผลอันตรายต่อการอยู่รวมกันของคนรักสงบที่ต้องกลายเป็นเครื่องมือหรือเหยื่อของกลุ่มพลังอำนาจเถื่อนที่ใช้ต่อรองเรียกร้องความต้องการของตน บัดนี้ กลุ่มพันธมิตรสร้างพลังอำนาจขึ้นด้วยการรวมคนโดยจะมีการจ้างวานหรือไม่ก็ตาม เพื่อสร้างความหวาดกลัวที่จะสูญเสียความสงบสุขทางสังคมหรือผู้ที่อาจสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการปั่นยุแยงของกลุ่มพันธมิตร แล้วยอมเชื่อฟังพวกเขาในการขับไล่ศัตรูการเมืองให้สำเร็จโดยไม่ใช้กฎหมาย ความกลัวจึงเป็นอาวุธของกลุ่มพันธมิตรโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจของชาติและคนไทย ทั้งนี้เพราะผู้นำกลุ่มมีอำนาจและเงินทุนหนุนหลังสูงจึงไม่ต้องคำนึงถึงความเสียหายส่วนตัวหรือครอบครัว แม้แต่ของชาติ นายทุนของกลุ่มความเชื่อนี้บางคนเป็นพวกเบี้ยวแชร์หอบเงินหนีไปต่างประเทศจนพ้นอายุความคดี เสวยสุขคนเดียวบนความทุกข์ของลูกแชร์ แล้วกลับมาอวดอ้างตนเป็นคนรักชาติและคนสุจริต หลายคนมีการงานมั่นคงในองค์กรรัฐ สถาบันความรู้  บ้างเป็นคนล้มละลาย ก็ยังมีเงินทองใช้สอยไม่ขาดมือ แต่ไม่จ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ซึ่งถือเป็นความแปลกในสังคมไทยที่คนประเภทนี้ได้รับการยกย่องนับถือในระดับหัวหน้าของกลุ่มได้ เบื้องหลังของคนเหล่านี้ล้วนมีชีวิตและเศรษฐกิจมั่นคงกว่าคนไทยที่เชื่อฟังคำสั่งของเขาโดยได้รับค่าแรงหรือไม่ก็ตาม ช่วงนี้เศรษฐกิจของชาติต้องการความสามัคคี การเคารพเชื่อฟังกฎหมาย เพื่อนำพาเรือรั่วสัญชาติไทยลำใหญ่ผ่านพ้นมรสุมยักษ์นี้ไปอย่างรอดปลอดภัยทุกคน มิใช่รอดเฉพาะกลุ่มพันธมิตรเท่านั้น ครอบครัวคนไทยจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเตือนสมาชิกให้มีสติ ใช้ปัญญา ในการฟังคำพูดและพิจารณาให้มากเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจไว้ด้วยมือของคนไทย อย่าฝากชีวิตเดียวไว้กับกลุ่มพันธมิตรเพราะสังเกตให้ดีว่า พวกเขายุแยงก่อกวนปลุกปั่นให้ทะเลาะกัน ต่อสู้กัน แต่ผู้นำทั้งหลายไม่เคยเจ็บตัวหรือตายสักคน กลายเป็นสมาชิกครอบครัวของคนไทยที่ตายหรือบาดเจ็บเพื่อสนองตัณหาของพวกเขาโดยไม่มีการชดเชยทดแทนการสูญเสียเลย ถ้าพวกผู้นำกลุ่มตายหรือบาดเจ็บล้วนมีสวัสดิการรัฐดูแลอย่างดี มีเงินทองรักษาอย่างสบายกายและใจ แม้แต่ค่าทำศพรัฐจัดการอย่างสมเกียรติ แต่เหล่าสาวกจะมีใครมาดูแลหรือทดแทนความสูญเสียหรือความตายได้ดีเท่าพวกเขา ดังนั้น จงคิดและฟังอย่างมีสติ อย่าเชื่อถือโดยไม่ใช้ปัญญาคิดตรองก่อน ความมั่นคงของประเทศไทยจะสั่นคลอน ถ้าคนไทยเชื่อฟังทุกคำพูด ทุกคน โดยไม่ใช้สติปัญญา

กลุ่มพันธมิตรมีความเชื่อเรื่องกฎหมู่มวลชนอยู่เหนือกฎหมาย พลังอำนาจเปลี่ยนแปลงและแย่งได้ทุกสิ่ง นิยมความรุนแรง บรรดาสาวกของลัทธิความเชื่อนี้อาจยืนอยู่ข้างกายของใครก็ได้ คนรักสงบพึงระมัดระวังคำพูดหรือการปฏิบัติที่พาดพิงถึงกลุ่มนี้เป็นพิเศษ มิฉะนั้น อาจต้องมีเคราะห์ร้ายเพราะกลุ่มนี้จะตอบโต้และลงโทษอย่างรุนแรงทั้งวาจาและการปฏิบัติ โดยเฉพาะการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูหรือผู้ไม่เห็นด้วยกับตนด้วยข้อกล่าวหาว่าพูดจาหรือมีกิริยาหมิ่นสถาบันหรือเพื่อล้มล้างสถาบัน ข้อพึงระวังเบื้องต้นที่ไม่ควรเอ่ยหรือแสดงตนเมื่ออยู่ในที่สาธารณะหรือม็อบของกลุ่มพันธมิตรอย่างเด็ดขาด คือ

1. คำว่า สถาบัน ห้ามเอ่ยถึงเด็ดขาดเพราะจะถูกตีความเหมาว่า หมายถึง สถาบันเบื้องสูง แม้จะกำลังพูดถึงสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันการศึกษาก็ตาม อันเกิดจากอคติ ความระแวง และเป็นข้อกล่าวหาที่ทำร้ายคนบริสุทธิ์ได้ง่ายที่สุด คำว่า ระบบอุปถัมภ์ หรือ การพูดคุยข่าวสารจากเนปาลซึ่งกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงวิธีปกครองในประเทศนั้น อาจถูกสาวกกลุ่มพันธมิตรกล่าวหาเชื่อมโยงไปว่า การสนทนาหรือเอ่ยถึงคำเหล่านี้คือการไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ก็ได้ ตำรวจต้องทำตามคำร้องของผู้กล่าวหาโดยจับขังคุกไว้ก่อน และหน้าที่พิสูจน์แก้ข้อกล่าวหาเป็นของผู้ถูกกล่าวหา อันสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและครอบครัวได้ง่ายๆ

2. ชื่อผู้นำกลุ่มเป็นเรื่องต้องห้ามมิควรพูดพาดพิงในที่สาธารณะเด็ดขาดเพราะจะถูกกล่าวหาจากสาวกกลุ่มนี้ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อกลุ่มพันธมิตร ซึ่งอาจนำภัยมาสู่ตนด้วยการทำร้ายร่างกายหรือด่าว่าเป็นพวกขายชาติหรือพวกไม่รักชาติหรือคนไม่ภักดีต่อสถาบันก็ได้

3. ห้ามพูดภาษาต่างชาติเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรหรือคำว่า สถาบัน ประชาธิปไตย” “ระบบอุปถัมภ์ เนปาล เพราะจะถูกตีความหมายเพี้ยนเพื่อกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท คิดล้มล้าง และไม่ภักดีต่อสถาบันหรือชาติแล้วจับเข้าคุกให้เดือดร้อนใจกายได้

3. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ม็อบทั้งกลุ่มพันธมิตรและกลุ่มต่อต้าน เพราะถ้าไม่ใช่ระดับผู้นำก็เป็นแค่เครื่องมือทำมาหากินหารายได้ของกลุ่มเท่านั้น เมื่อรวมกลุ่มกันมักควบคุมอารมณ์รุนแรงยาก ถ้าเกิดบาดเจ็บหรือตายผู้ที่รับผิดชอบความเสียหาย คือ ผู้เสียหายและครอบครัว เท่านั้น ผู้นำกลุ่มจักลอยนวลเหนือกฎหมายไม่ต้องรับผิดชอบใดๆเพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษที่ตนกระทำ ส่วนผู้เสียหายที่ไม่อาจหาคนทำร้ายหรือคนฆ่าได้ ความเสียหายต้องรับไปคนเดียว ก่อนการเข้าร่วมม็อบควรคิดล่วงหน้าไว้ว่า ถ้าถูกจับขังคุก ใครจะรับผิดชอบดูแลครอบครัว ถ้าตาย จะให้ใครจ่ายค่าทำศพ หากไม่ตายจะมีค่ารักษาพยาบาลจากญาติมิตรคนใดหรือตนเตรียมเงินทองไว้สำหรับการบาดเจ็บหรือพิการมากน้อยพอเพียงหรือไม่ เมืองไทยไม่มีค่ารักษาหรือค่าทำศพสำหรับม็อบเป็นกฎหมายเฉพาะ

4. ถ้าเกิดการโต้เถียงกับคนที่กล่าวอ้างว่าเป็นกลุ่มพันธมิตร ควรทำจิตใจเยือกเย็น สงบ แล้วปล่อยให้สาวกพูดฝ่ายเดียวเพื่อเลี่ยงจากภัยมืด แล้วถอนตัวออกจากสถานการณ์นั้นโดยข่มใจคิดเสียว่า แพ้เป็นพระ  ชนะเป็นมาร ทั้งนี้นำไปใช้ในกรณีที่เกิดการแย่งสิทธิ์หรือการเข้าแถวกับสาวกก็ได้ มิฉะนั้น อาจโดนข้อกล่าวหายอดฮิตในเวลานี้ คือ หมิ่นสถาบันหรือคิดล้มล้างหรือไม่ภักดีต่อสถาบัน แล้วต้องไปยืนในคุกเพราะขัดใจสาวกกลุ่มพันธมิตร

ข้อพึงระวังเบื้องต้นควรปฏิบัติเคร่งครัดในยามบ้านเมืองเต็มไปด้วยความหวาดระแวงใจกันและคิดล้างผลาญให้บรรลัยไปเหลือเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ประชาชนจึงเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายฝ่ายเดียวที่ถูกใช้เป็นตัวประกันหรือผู้เสียหายที่ไม่อาจเรียกร้องค่าชดเชยจากการแย่งชิงอำนาจที่ไม่รู้จักความพอเพียง โดยเฉพาะข้อเตือนใจเหล่านี้เป็นการปกป้องตัวเองให้พ้นจากความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ที่บังเอิญไปพบเจอเหล่าสาวกกลุ่มพันธมิตรที่นิยมความรุนแรงหรือมีบุคลิกก้าวร้าวซึ่งอาจยืนหรือนั่งใกล้เราอยู่ก็ได้ วิธีดีที่สุด คือ ความเงียบและไม่วิพากษ์วิจารณ์พาดพิงถึงกลุ่มนี้หรือแนวคิดตรงข้ามกับกลุ่มนี้ในที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด จะช่วยปัดเป่ามลทินมัวหมองที่ตนมิได้ก่อไว้ให้พ้นไปจากชีวิตสงบได้

สัจธรรมเรื่อง ความเสื่อม เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นกับมนุษย์ แม้แต่กลุ่มพันธมิตรก็หนีไม่พ้นความเสื่อมอย่างแน่นอน สำหรับผู้ไม่ชื่นชมความเชื่อหรือพฤติกรรมของกลุ่มนี้ต้องอดทนต่อความกร่างและแนวคิดชอบใช้กฎหมู่ไปสักระยะหนึ่ง ควรหลีกเลี่ยงเข้าไปใกล้ม็อบหรือสาวกของพวกเขา เปรียบคล้ายพายุทอร์นาโดเมื่อพัดไปที่ใด ย่อมแหลกลาญ สิ่งที่ทำได้ คือ หลีกหนีให้พ้นเส้นทางของมัน สุดท้ายพายุก็ต้องสูญหายไปตามธรรมชาติ มิอาจอยู่ตลอดกาล เมื่อประเทศต้องประสบเคราะห์กรรมที่มีกลุ่มก่อกวนความสงบสุขเช่นนี้ และไม่อยากเพิ่มหรือขยายความไม่สงบออกไป ก็ต้องเลือกการนิ่งสยบความเคลื่อนไหวอย่างอดทน เชื่อว่ารัฐบาลย่อมรู้เบื้องหลังของกลุ่มความเชื่อนี้ว่าได้รับเงินทุนจากใคร และต้องหาวิธียุติความเคลื่อนไหวโดยเร็ว เงินไม่มา งานไม่มี เป็นสัจพจน์ ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการใช้ถนนหลวงที่ถูกม็อบปิดกั้นซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์เกินขอบเขตอันควรสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับตำรวจฐานรบกวนการใช้ถนนหลวงในฐานะผู้เสียหายได้ในคดีอาญาและคดีแพ่ง ความเสียหายที่เรียกเป็นตัวเงินคือ ความสูญเสียทางธุรกิจหรือค่าแรงของท่านที่ต้องหยุดหรือถูกตัดเพราะไปสาย อาจได้เป็นค่าขนมใส่กระเป๋าจากพวกม็อบ ยิ่งมีม็อบปิดถนนมาก คนใช้ถนนที่เป็นผู้เสียหายไม่อาจใช้เส้นทางได้เพราะถนนถูกนำไปตั้งที่พักอาศัยหรือหุงหาอาหารทั้งที่เป็นถนนเพื่อให้รถวิ่งและสร้างจากเงินภาษีของคนไทย จึงควรได้เงินชดใช้ความเสียหายเพื่อความเป็นธรรมด้วย

 

 

*****************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s