เชื่อง่าย ตายฟรี

เชื่อง่าย   ตายฟรี

 

เขียนโดย  ลีลา LAW

 

 

                ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งการสูญเสีย เป็นคำพูดที่ได้ยินเสมอ ความเสียหายมีหลายระดับแตกต่างกันไป บ้างก็สามารถเยียวยาแก้ไขให้กลับสู่สภาพเดิมได้ บ้างก็มิอาจเรียกชีวิตคืนให้ครอบครัวได้ หลายกรณีความประมาทเกิดจากบุคคลอื่นกระทำต่อผู้เสียหาย แต่บางครั้งเกิดจากความประมาทของตนเองซึ่งมิอาจเอาผิดกับใครได้ ดังกรณีศึกษาซึ่งผ่านการตัดสินคดีจากศาลสถิตย์ยุติธรรมที่จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจได้ดี คือ

                คำพิพากษาฎีกาที่ 3382/2542 โรงเรียนได้พานักเรียนกลุ่มหนึ่งไปทัศนศึกษาที่จังหวัดแห่งหนึ่ง โดยแต่ละกลุ่มจะมีพี่เลี้ยงซึ่งเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนเดียวกันคอยดูแลเด็กที่มีอายุน้อยกว่า เมื่อมาเที่ยวที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง รุ่นพี่ซึ่งดูแลกลุ่มของเด็กหญิงจันทร์ได้บอกกับเธอว่า ให้ว่ายข้ามแม่น้ำนี้สิ ถ้าไม่ไหว เขาจะลงไปช่วยเอง เมื่อชั่งใจชั่วครู่และด้วยความอยากลองความสามารถ กอปรกับเชื่อใจในคำพูดของรุ่นพี่จึงตกลงจะว่ายน้ำข้ามไป สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นอันเนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวมาก จึงพัดพาแล้วดึงร่างเด็กสาวให้จมดิ่งลงและได้พรากดวงวิญญาณอันสดใสของเธอไป โดยที่รุ่นพี่ไม่อาจเข้าไปช่วยได้ทันกาล เขาถูกฟ้องว่ากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้เด็กหญิงจันทร์ถึงแก่ความตาย แต่คดีนี้ศาลตัดสินว่า รุ่นพี่มิได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหานั้น ซึ่งเท่ากับว่าครอบครัวของเด็กหญิงจันทร์สูญเสียลูกสาวไปโดยมิได้รับการทดแทนใดๆ

                เมื่อได้เห็นผลการตัดสินคดีนี้ตอนแรกอาจรู้สึกขัดเคืองใจและคิดว่าไม่ยุติธรรมต่อครอบครัวผู้ตายเลย หากพิจารณาเหตุผลที่ศาลชี้แจงจักเข้าใจลึกซึ้งว่า เหตุใดรุ่นพี่จึงรอดพ้นโทษในคดีนี้ไปได้ นั่นเพราะว่าแม้จะเป็นความประมาทของเขา แต่ความตายที่เกิดขึ้นมิได้เป็นผลโดยตรงมาจากการกระทำโดยประมาทของรุ่นพี่คนนั้นตามความเห็นของผู้พิพากษาและจากข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ เนื่องจากคำพูดว่าจะช่วย ถ้าเด็กคนนั้นว่ายข้ามแม่น้ำนั้น ถือเป็นเพียงคำชี้แนะของรุ่นพี่เท่านั้น หาได้เป็นการบังคับเด็กหญิงจันทร์ให้ต้องว่ายน้ำไปไม่ กอปรกับเด็กสาวคนนี้มีอายุ 14 ปีเศษ ย่อมมีวุฒิภาวะพอที่จะรู้ว่าตนเองมีความสามารถจะว่ายน้ำข้ามไปได้หรือไม่ และได้เห็นกระแสน้ำในเวลานั้นอย่างชัดเจน เธอเชื่อใจรุ่นพี่และมั่นใจตัวเอง จึงตกลงใจว่ายน้ำไป เท่ากับว่าเป็นการสมัครใจเข้าเสี่ยงภัยนั้นเองและการจมน้ำตายเกิดเนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ความตายที่เกิดขึ้นหาได้เกิดจากการกระทำของรุ่นพี่ไม่ อีกทั้งมิใช่เป็นผลโดยตรงอันเนื่องจากคำชี้แนะของเขา ดังนั้น รุ่นพี่จึงมิได้กระทำโดยประมาทอันเป็นเหตุให้เด็กหญิงจันทร์ถึงแก่ความตาย ไม่ครบองค์ประกอบความผิดของโทษดังกล่าว แต่ผลการตัดสินคดีนี้อาจต่างออกไป ถ้าเด็กหญิงจันทร์เป็นเด็กปัญญาอ่อน หรือรุ่นพี่นั้นเปลี่ยนเป็นครูอาจารย์ของเด็กเองซึ่งอาจถือเป็นการบังคับได้

                กรณีศึกษานี้ทำให้เห็นว่าทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการตัดสินใจของตัวเองเช่นกันเมื่อมีการสูญเสียเกิดขึ้น แม้รุ่นพี่จะไม่ต้องรับโทษ แต่ก็กลายเป็นบาปทางใจกับการมีส่วนในความตายของเด็กหญิงจันทร์อย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนเลือกทำสิ่งใด จำต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ แล้วคำนึงถึงผลได้เสียที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของเราด้วย มิใช่อาศัยเพียงเชื่อคำพูดของคนใดคนหนึ่งหรือไม่ยอมประมาณความสามารถของตัวเองตามความเป็นจริง นั่นย่อมนำมาซึ่งความหายนะต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองอย่างน่าเสียดายยิ่งนัก

 

*********************************

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s