พันธมิตรพรางเขียว

พันธมิตรพรางเขียว

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

สัญญาณการปฏิวัติครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้วหลังจากผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปดังใจหวังของคณะปฏิวัติครั้งแรกและผู้มากบารมี ทำให้พรรคการเมืองที่หนุนหลังและหวังให้เป็นหุ่นเชิดบริหารประเทศต้องผิดหวังจากคะแนนเสียงของประชาชนที่ทิ้งห่างกันมาก เท่ากับไม่ยอมรับฟังเสียงส่วนใหญ่ตามหลักประชาธิปไตย แผนทำลายผู้ชนะยังดำเนินต่อไปโดยนำแผนเดิมที่เคยกำจัดศัตรูการเมืองได้ผลมาแล้ว คือ การใช้อำนาจตุลาการสั่งยุบพรรค ด้วยการสร้างสรรค์สารพัดข้อหาในกฎหมาย แต่มีเจตนาแอบแฝงที่หวังช่วงชิงอำนาจบริหารประเทศจากรัฐบาลไปยื่นส่งให้พรรคพวกของตนที่เคยพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง

กลุ่มพันธมิตรฯที่แอบอิงกับคำว่า ประชาธิปไตย ซึ่งแกนนำมีทั้งบุคคลล้มละลาย ข้าราชการที่เสียดายสวัสดิการและไร้เงินตรามากพอ แต่อยากเล่นการเมือง ลูกน้องคนสนิทของอดีตผู้นำบ้านเมืองเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลใหม่โดยเฟ้นหาข้ออ้างสารพัดเพื่อประเคนใส่รัฐบาลใหม่ให้กลายเป็นพวกชั่วช้าที่สุดและกลุ่มนี้คือวีรบุรุษของชาติ หากพิจารณาทบทวนพฤติกรรรมของกลุ่มนี้จะพบว่า ก่อนการปฏิวัติและหลังการปฏิวัติกลุ่มนี้อ้างว่าสนับสนุนประชาธิปไตย แต่ไม่เคยแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการปฏิวัติแม้แต่ครั้งเดียว บางคนยังได้รับตำแหน่งทางการเมืองจากรัฐบาลในคณะปฏิวัติ การตั้งสถานีทีวีซึ่งเคยผิดกฎหมาย ก็หยุดการดำเนินคดีไว้ คดีความของสมาชิกในกลุ่มพันธมิตรฯก็ถูกยกฟ้องทั้งหมด แม้หลายคดีจะน่าเคลือบแคลงใจเพราะคนอื่นเคยถูกลงโทษจากคดีประเภทนี้มาแล้ว ช่วงระหว่างเลือกตั้งพรรคเป้าหมายต้องถูกกำจัดจากคณะปฏิวัติ ผู้นำพรรคจึงสั่งกำชับลูกพรรคให้ทำงานการเมืองอย่างระมัดระวังและต้องเลี่ยงการถูกดำเนินคดีในศาลให้มากที่สุด เพราะจะไม่มีวันได้รับความเป็นธรรม มันบ่งบอกว่า อำนาจมืดแทรกซึมและมีอิทธิพลต่อดุลพินิจในการพิจารณาข้อพิพาททางการเมือง นอกจากนั้น หลังการปฏิวัติสำเร็จแล้วบุคลากรด้านตุลาการโอนย้ายเข้าสู่กระทรวงต่างๆเพื่อทำหน้าที่บริหารมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยโดยคำสั่งของคณะปฏิวัติ ทำให้มองเห็นสายสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างคณะปฏิวัติกับฝ่ายตุลาการซึ่งเคยปฏิบัติตนเดินสายกลางเพื่อดำรงความยุติธรรมเป็นหลักมานานนับร้อยปี เมื่อรัฐบาลจากการเลือกตั้งเริ่มการทำงาน บุคลากรเหล่านั้นเร่งขอโอนย้ายกลับสู่หน่วยงานของตน มันเป็นการเอาเปรียบข้าราชการประจำหน่วยงานนั้นที่ควรได้เลื่อนตำแหน่งและทำงานเพื่อหน่วยงานของตน แต่บุคคลเหล่านั้นย้ายมาแย่งงานเพื่อสนองนโยบายคณะปฏิวัติ พอหวั่นกลัวรัฐบาลใหม่ ก็รีบย้ายกลับไปรับตำแหน่งในสังกัดเดิม มันแสดงว่าไม่มีความตั้งใจทำงานเพื่อพัฒนาหน่วยงานนี้อย่างแท้จริง และไม่มั่นใจต่อความสามารถด้านบริหารอันสุจริตใจของตน จึงต้องหนีย้ายกลับต้นสังกัดเดิมโดยเร็วที่สุด แต่ติดขัดในด้านอัตรากำลังและกฎระเบียบของสังกัดเดิมทำให้หลายคนต้องติดค้างอยู่ที่หน่วยงานอย่างไม่เต็มใจ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นในช่วงปฏิวัติซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯสนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติตั้งแต่ต้นและไม่ส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างแท้จริงสมดังชื่อของกลุ่มนี้

หลักประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงข้างมาก ให้เกียรติเสียงข้างน้อย ต่อต้านการปฏิวัติซึ่งทำลายระบอบประชาธิปไตย แต่กลุ่มพันธมิตรฯแสดงท่าทีเอาใจและสนับสนุนการปฏิวัติทั้งในทางลับและโดยเปิดเผยมาตลอด โดยเฉพาะการข่มขู่ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมิให้เลือกพรรคการเมืองหนึ่งซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากคณะปฏิวัติ เมื่อคะแนนเสียงเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นของพรรคการเมืองนั้น กลุ่มนี้ก็ตั้งโต๊ะแถลงข่มขู่ประชาชนและรัฐบาลเพื่อแสดงความกร่างและอำนาจในการปลุกระดมคนให้ออกมาประท้วงตามข้างถนนโดยคุยโอ่ถึงผลงานก่อนการปฏิวัติ สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งซึ่งไม่น่าจะอยู่ในความคิดของผู้รักประชาธิปไตย คือ ความพยายามข่มขู่และขัดขวางจำเลยในคดีซึ่งควรเข้าสู่การพิจารณาในศาลตามกฎหมายไทยด้วยการห้ามคนไทยที่ถูกฟ้องคดีกลับเข้าประเทศเพื่อต่อสู้ในศาลตามข้อกล่าวหาซึ่งกลุ่มนี้เป็นคนร้องเรียนและตั้งข้อกล่าวหาไว้ มันผิดต่อหลักจริยธรรมของคนไทยที่กระทำต่อคนไทยด้วยกัน แม้ว่าคนๆนั้นจะเคยมีฐานะผู้นำบ้านเมืองมาก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ เขาเป็นคนไทย ถือสัญชาติไทย ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯใช้กฎหมายใดไปห้ามคนไทยคนหนึ่งเข้าต่อสู้คดีที่ถูกกล่าวหาในศาลไทย เมื่อไม่มีกฎหมายให้อำนาจหรือระบุห้ามคนไทยเดินทางเข้าประเทศไทย การที่กลุ่มพันธมิตรฯมีข้อเรียกร้องต่อสาธารณชนว่า ห้ามจำเลยคนไทยเข้าประเทศบ้านเกิดเพื่อต่อสู้คดีในศาล จึงไม่แตกต่างจากผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียหรือนักเลงใหญ่ประจำประเทศที่แสดงความกร่างข่มขู่คนไทยโดยไม่คำนึงถึงข้อกฎหมาย แล้วจะเรียกตัวเองว่าสนับสนุนประชาธิปไตยได้อย่างไร เมื่อไม่เคารพกฎหมายและความเห็นเสียงข้างมากของคนไทย โดยเฉพาะกฎหมายและข้อกล่าวหาล้วนเกิดขึ้นและดำเนินการโดยคณะปฏิวัติ แต่กลุ่มนี้พยายามขัดขวางมิให้มีการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม

แผนกำจัดรัฐบาลใหม่ซึ่งได้คะแนนเสียงส่วนมากเริ่มต้นอย่างเป็นทางการและเป็นที่คาดหมายกันตั้งแต่แรกแล้วว่า จะต้องกำจัดพรรคเสียงข้างมากนี้โดยเร็วที่สุดภายใต้กฎหมายที่คณะปฏิวัติบัญญัติไว้ ถ้าผลเลือกตั้งไม่เป็นไปดังที่ฝ่ายตนต้องการ ในไม่ช้านี้จะต้องเร่งยุบพรรคเสียงข้างมากให้เป็นไปตามแผนร้ายนี้แน่ ส่วนการสร้างเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่เหตุผลสมควรในการปฏิวัติใหม่ ถ้าการดำเนินงานทางกฎหมายล่าช้าหรือเพลี่ยงพล้ำ คือ การให้กลุ่มพันธมิตรฯซึ่งผู้มากบารมีคอยหนุนหลังทั้งการเงินและกำลังภายในให้ก่อกวน ข่มขู่ ชี้นำ มวลชนที่ขาดสติและความรู้เท่าทันกลวิธีนี้เพื่อใช้อ้างเป็นเหตุล้มรัฐบาลใหม่ เปิดประตูให้มีการปฏิวัติอีกครั้ง พวกเขาไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน พิษร้ายของยาเสพติดที่หวนกลับมาผงาดอีกครั้งอันเนื่องจากเป็นแหล่งเงินทุนในการปฏิวัติ การลงทุนครั้งใหม่ทำเพื่อกำจัดศัตรูเก่าที่หลงเหลือจากงานครั้งก่อนและส่งมอบการบริหารประเทศให้แก่พรรคพวกของตนเพื่อล้างความอับอายในสนามเลือกตั้ง

การโอนย้ายข้าราชการมีการทำกันมากในช่วงปฏิวัติตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรฯใช้เป็นข้ออ้างปลุกระดมคนให้ประท้วงข้างถนนอีกครั้งเมื่อรัฐบาลเลือกตั้งทำเพื่อให้สนองนโยบายใหม่เพราะคนเหล่านั้นยังภักดีต่อคณะปฏิวัติอาจถ่วงเวลาการทำงานที่ต้องการความรวดเร็วในการแก้ปัญหาของชาติ กลับถูกกล่าวหาว่ากระทำโดยไม่เป็นธรรม ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯไม่เคยร้องโวยวายแทนข้าราชการซึ่งถูกย้ายโดยคณะปฏิวัติสักครั้งเดียว ทั้งที่กระทำอย่างเดียวกับรัฐบาลใหม่ มันบ่งชี้ได้ชัดว่ากลุ่มพันธมิตรฯสนับสนุนงานของคณะปฏิวัติและมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน  สิ่งที่สำคัญในเวลานี้คือ คนไทยต้องคิดพิจารณาข้อกล่าวอ้างของกลุ่มพันธมิตรฯที่ให้ออกไปประท้วงตามข้างถนนเพื่อสนองความปรารถนาของผู้มากบารมีและส่งเสริมแผนกำจัดศัตรูทางการเมืองว่าจะเป็นเหยื่อหรือตัวล่อของพวกเขาอีกครั้ง แล้วจำกัดสิทธิคนไทยมิให้ต่อสู้คดีในศาลหรือขัดขวางมิให้คนไทยกลับบ้านเกิดของตน มันคือความเป็นธรรมที่คนไทยควรให้แก่คนไทยด้วยกันหรือ ? เวลานี้สังคมไทยต้องการความสมานฉันท์ แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่แอบแฝงเจตนาไม่ดีต่อชาติพยายามขัดขวางมิให้เกิดความรักสามัคคีโดยใช้อำนาจมืดชี้นำและบงการกระบวนการยุติธรรมเพื่อกำจัดศัตรูการเมือง ส่งเสริมกลุ่มพันธมิตรฯให้สร้างความวุ่นวายในสังคม เจตนาเดียวของผู้ไม่หวังดีต่อชาติและกลุ่มพันธมิตรพรางเขียว คือ การแย่งอำนาจอันชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมายไปจากรัฐบาลเลือกตั้งที่มาจากเสียงข้างมากของคนไทย โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนไทยซึ่งกำลังประสบกับความยากแค้นลำบากเมื่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและการบอยคอตสินค้าจากต่างประเทศเป็นเวลานานหนึ่งปีกว่าแล้ว

กลุ่มพันธมิตรฯมักใช้สื่อมวลชนที่กระหายข่าวสารเป็นเครื่องมือชั้นยอดในการสร้างความสับสนวุ่นวายในสังคม อีกทั้งสื่อมวลชนเคยบิดเบือนข่าวสารจนทำให้สังคมไทยตกอยู่ในความมืดมิดและไม่เคยต่อต้านการปฏิวัติหรือรักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขณะที่คนไทยใจกล้าหลายคนแสดงการต่อต้านการปฏิวัติอย่างสงบเพื่อให้รัฐบาลของคณะปฏิวัติรับทราบมาแล้ว ครั้งนี้ผู้มากบารมีกับกลุ่มพันธมิตรฯจะใช้แผนเดิมอีกโดยต้องยุบพรรคคะแนนเสียงข้างมากเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้ง แล้วข่มขู่กึ่งบังคับให้พรรคร่วมรัฐบาลแยกตัวโดยใช้คดียุบพรรคที่อยู่ในการพิจารณาเป็นข้อต่อรองว่า จะปล่อยให้พรรคใหญ่ถูกยุบพรรคเดียว หรือ อยากจะถูกยุบร่วมไปด้วยซึ่งพวกเขาสามารถบันดาลให้เกิดได้ตามที่ต้องการอย่างแน่นอน คนไทยได้รับบทเรียนจากผลงานของกลุ่มนี้มาแล้วว่าทำลายสถานะการเงินในครอบครัว สังคมวุ่นวาย การค้าขายในหลายครอบครัวล่มสลายและปิดตัว เงินทองใช้สอยขาดแคลนหนัก ราคาสินค้าเพิ่มสูงไร้ขีดจำกัด ทั้งที่อยู่ในการควบคุมของคณะปฏิวัติซึ่งมีอำนาจล้นฟ้า แต่ไม่อาจหยุดยั้งราคาสินค้าและภาวะขาดแคลนสินค้าบางอย่างได้ เมื่อได้รัฐบาลเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว วัฏจักรการค้าขายสินค้าเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง การฟื้นฟูฐานะครอบครัวและเศรษฐกิจของชาติเริ่มเห็นแสงแห่งความหวังขึ้น ก่อนท่านจะร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรฯทำลายแสงสว่างนั้นเพื่อสนองตัณหาของคนมากบารมีซึ่งบางคนสูงวัยมากพอจะเอื้อมสัมผัสกับมัจจุราชแล้ว แต่ยังไม่ปลงต่ออำนาจวาสนาของตน ก็ควรก้มมองพิจารณาตนเองอย่างมีสติด้วยว่า ยังเป็นคนไทยที่รักคนไทยด้วยกัน รักประเทศชาติกำเนิดของตน และอยากให้สังคมไทยสงบร่มเย็นต่อไป หรือไม่ ? ส่วนข้าราชการที่อยู่ใต้อิทธิพลของผู้มากบารมีซึ่งได้รับคำสั่งให้สนองกิเลสของเขาควรตระหนักใจด้วยว่า ทำงานภายใต้จรรยาบรรณตำแหน่งหน้าที่ของตนหรือไม่ หลังความตายของผู้มากบารมีแล้ว ท่านจะเป็นอิสระแท้จริงอย่างไร เมื่อมีผลงานตามใจคนตายไว้มาก เจ้านายคนใหม่จะวางใจท่านได้หรือ ? คำถามสุดท้าย คือ ข้าราชการเป็นคนไทยที่ควรรับใช้ประชาชน ให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน เป็นข้าราชการในระบอบประชาธิปไตย แล้วควรทำร้ายคนไทยคนหนึ่งซึ่งต้องการต่อสู้คดีที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมายโดยการใช้ดุลพินิจสนองคำสั่งที่ไร้อักษรจากคนมากบารมี สักวันหนึ่งกรรมอาจกระโดดกลับมาสนองเมื่อถูกขอให้รับผิดชอบต่อการกระทำที่อยุติธรรมนั้น ท่านจะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้อย่างไร ?

อันที่จริงแล้วคนไทยและข้าราชการไทยควรทำงานและปกป้องระบอบประชาธิปไตยของประเทศไว้ มิใช่เป็นเหยื่อโง่สนองกิเลสตัณหาของคนมากบารมีหรือกลุ่มพันธมิตรฯพรางเขียวที่กำลังชักนำประเทศกลับไปสู่เงามืดของการปฏิวัติอีกครั้ง การต่อต้านอย่างสงบและเปิดเผยต่อพฤติกรรมแอบแฝงของผู้ไม่หวังดีต่อชาติทำได้ง่าย โดยคนไทยใช้ระบบสื่อสารสนเทศเพื่อแสดงเจตนารมณ์ ความรู้เท่าทันและไม่ยอมเป็นเหยื่อโง่ให้พวกเขารับทราบได้ โดยขอร้องให้ละเลิกการกระทำใดๆที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติเพื่อแย่งชิงอำนาจกัน หรือ การบอกปากต่อปากถึงเจตนาร้ายของฝ่ายที่ต้องการทำลายชาติโดยไม่คำนึงถึงความลำบากของประชาชน การแย่งชิงอำนาจจากรัฐบาลใหม่ การไม่ยอมรับประชามติส่วนใหญ่ของคนไทยที่ขัดต่อระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะพวกเขามิได้รักคนไทยอย่างแท้จริง และ คนไทยไม่ต้องการเป็นเหยื่อโง่ และไม่ต้องการให้มีการปฏิวัติอีกแล้ว ถ้าคนไทยแสดงเจตนาอย่างพร้อมเพรียงกัน ย่อมหยุดยั้งความกร่างของกลุ่มพันธมิตรฯและความหลงอำนาจของผู้มากบารมีได้ อีกทั้งยังปกป้องรัฐบาลเลือกตั้งและนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมไทยด้วยมือของคนไทยเองโดยปราศจากการใช้อาวุธ อันแตกต่างจากการปฏิวัติที่ใช้อาวุธข่มขู่คนไทย โลกยุคไซเบอร์เปิดช่องทางให้คนไทยแสดงความเห็นเพื่อประเทศชาติ เพื่อขัดขวางแผนร้ายของผู้ไม่หวังดีต่อชาติ ลองใช้สื่อสารสนเทศสารพัดช่องทางเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของคนไทยมิให้กลุ่มพันธมิตรฯย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนไทยจักทราบว่าสื่อประเภทนี้มีอิทธิพลมากและกว้างขวางเพียงใด

 

**************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s