มาตรการป้องกันฟ้องแพทย์และสถานพยาบาล

มาตรการป้องกันแพทย์กับสถานพยาบาล

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

คนไข้ฟ้องแพทย์กับสถานพยาบาลลุกลามหนักมากว่าสองปีแล้ว มันเป็นการบั่นทอนกำลังใจในการทำงานของแพทย์ซึ่งทุ่มเทกายและใจเพื่อรักษาคนไข้อย่างมาก เนื่องเพราะหลายข่าวที่เสนอออกไปนั้นถ้ามองเจาะลึกแล้วจักพบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากขาดการสื่อสารระหว่างกันอย่างละเอียดเพียงพออันสร้างความคาดหวังสูงลิบแก่คนไข้และความไม่เข้าใจกัน บางกรณีเกิดจากความประมาทของแพทย์หรือเจตนาไม่ดีของคนไข้ที่ไม่ต้องการจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินจะรับผิดชอบได้ซึ่งมักเกิดในโรงพยาบาลเอกชนเพราะคนไข้คาดว่าจะได้รับการรักษาอย่างพิเศษ แต่ลืมคิดถึงค่าใช้จ่ายที่สูงตามไปด้วย ทั้งที่มาตรฐานวิชาชีพของแพทย์ล้วนไม่แตกต่างกัน แต่ระดับการบริการระหว่างรัฐกับเอกชนย่อมไม่เหมือนกัน ทำให้ค่ารักษาสูง

ประเทศทางตะวันตกมีมาตรฐานการสื่อสารระหว่างแพทย์กับคนไข้ไว้ชัดเจนเพื่อป้องกันความไม่เข้าใจกันของสองฝ่ายมานานหลายปีแล้ว เมืองไทยกำลังพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญไปในแนวทางเดียวกัน จึงควรนำวิธีการของเขามาปรับใช้ในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน เพื่อป้องกันแพทย์และสถานพยาบาล ทุกครั้งที่มีการร้องเรียนหรือฟ้องคดีในศาลจะส่งผลต่อชื่อเสียงของสถานพยาบาลและแพทย์ทันทีทั้งที่ยังไม่มีการพิจารณาคดี สังคมจะตัดสินด้วยการฟังความฝ่ายเดียวและเชื่อถือคำพูดของคนไข้เป็นหลักโดยสันนิษฐานก่อนว่าแพทย์กับสถานพยาบาลรังแกคนไข้ มันไม่ส่งผลดีต่อภาพพจน์ของสถานพยาบาลและแพทย์เลย จึงควรหามาตรการป้องกันความเสียหายนี้ก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าการรักษาด้วยยาหรือด้วยการผ่าตัด ย่อมมีผลข้างเคียงของยาหรืออาการข้างเคียงหลังการผ่าตัดที่อาจเกิดขึ้นได้แต่ไม่ใช่กับทุกคน เช่น การแพ้ยา การติดเชื้อในบาดแผล เป็นต้น บางคนอาจไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ บางคนเคยได้ยิน แต่เชื่อว่าตนคงไม่มีวันเจอปัญหานั้น เมื่อโชคร้ายเจอกับผลข้างเคียงเหล่านั้นก็ทำใจรับมันไม่ได้ ดังนั้น สถานพยาบาลควรกำหนดข้อปฏิบัติให้แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ต้องบอกกล่าวกับคนไข้ทุกครั้งเพื่อป้องกันข้ออ้างว่า ไม่เคยได้ยินคำเตือนจากบุคลากรของสถานพยาบาลเลย ตัวอย่างเช่น อาการแพ้ยาเบื้องต้นควรเขียนไว้ตามซองยา ติดป้ายเตือนในช่องรับยาให้เห็นชัดเจน แพทย์ต้องให้เวลาอธิบายวิธีรักษาและผลข้างเคียงให้คนไข้และญาติเข้าใจอย่างละเอียดโดยมีพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่อื่นรับฟังเป็นพยานหรือบันทึกเสียงและภาพเพื่อใช้ยืนยันทางศาลถ้าเกิดข้อพิพาทขึ้น การขอคำยินยอมจากคนไข้หรือญาติต้องรอบคอบพิเศษโดยเฉพาะควรเป็นบุคคลที่มีอำนาจแท้จริงในการอนุญาตผ่าตัด ขอบเขตความรับผิดชอบในห้องฉุกเฉินที่แพทย์สามารถใช้ความรู้ทางการแพทย์พยุงชีพคนไข้ไว้ซึ่งความเสียหายต่อกายอาจเกิดขึ้นได้ แต่ญาติมักใช้เป็นข้อเรียกร้องความเสียหาย เช่น การกระตุ้นหัวใจอาจทำให้ซี่โครงหัก การสอดท่อช่วยหายใจอาจเกิดบาดแผล การเจาะระบายเลือดหรืออากาศตามร่างกาย เป็นต้น สถานพยาบาลควรกำหนดไว้ว่าแพทย์ทำสิ่งใดได้หรือไม่ได้ และต้องรับอนุญาตจากแพทย์อาวุโสเมื่อทำขั้นตอนใด โดยตกลงกันให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อบังคับใช้ในโรงพยาบาลและทำเอกสารเผยแพร่เฉพาะความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในห้องฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตคนไข้ให้ลูกค้ารับทราบเบื้องต้น นอกจากนั้นควรแนะนำให้ทราบว่าการผ่าตัดทุกครั้งมีความเสี่ยงต่อชีวิต เช่น อาการติดเชื้อที่บาดแผล การแพ้ยาสลบ เป็นต้น ข้อควรปฏิบัติของคนไข้และญาติในการให้ข้อมูลครบถ้วนแก่แพทย์หรือพยาบาลก่อนการผ่าตัด เอกสารเหล่านี้จะช่วยยืนยันความเอาใจใส่ต่อคนไข้และญาติในการให้ความรู้เบื้องต้นก่อนการรักษาของสถานพยาบาล ส่วนพวกเขาจะให้ความสนใจมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน

สิ่งที่ควรปรับปรุงลำดับต่อไป คือ หนังสือให้ความยินยอมรับการผ่าตัดหรือการรักษาพิเศษที่ต้องได้รับอนุญาตจากญาติตามกฎหมาย ควรปรับเนื้อหาให้ครอบคลุมกว้างขึ้นโดยเฉพาะการรับรองข้อมูลที่คนไข้หรือญาติแจ้งไว้กับแพทย์ก่อนการรักษาว่าเป็นความจริงทุกประการ ระบุข้อความเรื่องรับทราบผลข้างเคียงจากการรักษาแต่ละประเภทหรือการผ่าตัดจากแพทย์ชัดเจนและปราศจากความข้องใจใดๆ และได้เลือกการรักษาหลังจากเข้าใจข้อมูลครบถ้วนแล้ว นอกจากนั้นควรมีข้อปฏิบัติประกอบก่อนการเซ็นชื่อในใบยินยอมทุกครั้งว่าแพทย์ต้องอธิบายลักษณะโรค ผลข้างเคียงจากการรักษาหรือยา ตอบข้อซักถามของคนไข้และญาติอย่างละเอียดที่สุด แม้จะเคยคุยเรื่องนี้กับพวกเขามาก่อน ทั้งนี้เพื่อป้องกันข้ออ้างว่าไม่เคยได้ยินหรือลืมไปแล้ว โดยเฉพาะศัลยกรรมตกแต่งจะต้องแจ้งให้ทราบทุกครั้งว่า สิ่งที่ได้รับหลังผ่าตัดจะดีขึ้นแค่ไหน อาการหลงเหลือคืออะไร บาดแผลติดเชื้อมีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ วิธีปฏิบัติตนหลังผ่าตัดมีอย่างไร ถ้ามีเอกสารแจกทุกครั้งก่อนหรือหลังผ่าตัดจะดีมาก ต้องแจ้งให้ทราบก่อนการให้ความยินยอมและการผ่าตัดจึงเริ่มต้นขึ้นได้

ผู้บริหารควรเอาใจใส่และป้องกันชื่อเสียงของสถานพยาบาลกับบุคลากรของตนในภาวะที่คนไทยร้องเรียนและเรียกค่าเสียหายทั้งด้วยเจตนาดีหรือทุจริตเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยจัดทำคู่มือปฏิบัติตนระหว่างสถานพยาบาล แพทย์ กับ คนไข้ให้เป็นมาตรฐานสากล ปรับแก้ไขหนังสือให้ความยินยอมจัดเตรียมมาตรการป้องกันการทำงานของแพทย์ให้เหมาะสมกับกาลสมัย อบรมการสื่อสารระหว่างแพทย์กับคนไข้ภายใต้แนวคิดดูแลคนไข้เต็มที่และป้องกันการฟ้องคดีด้วยเจตนาทุจริต ถ้าไม่เริ่มต้นปรับปรุงการทำงานในสถานพยาบาลก่อน ความเสียหายต่อชื่อเสียงที่เกิดขึ้นโดยยังไม่ได้พิจารณาคดีไต่สวนหาข้อเท็จจริงย่อมไม่คุ้มค่ากับการลงทุนทำกิจการประเภทนี้แน่ ถ้าต้องถูกฟ้องคดีหรือร้องเรียนบ่อยครั้งจะทำให้เกิดภาพพจน์ว่าสถานพยาบาลนี้มีจุดอ่อนด้านบริการรักษาที่ไร้มาตรฐาน มิจฉาชีพจะเลือกสถานพยาบาลของท่านเป็นแหล่งทำมาหากินประจำด้วยการร้องเรียนผ่านหน่วยงาน ทางศาล ทางสื่อมวลชน โดยคาดหวังว่าสถานพยาบาลจะยอมจ่ายเงินแลกเสียงโวยวายของเขาเพื่อตัดรำคาญและยุติเรื่องโดยไว อันเป็นแนวคิดทั่วไปของสถานพยาบาลในเวลานี้โดยไม่สนใจว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มันจึงเป็นจุดอ่อนให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสหารายได้จากสถานพยาบาล บางคนรู้ดีว่าฐานะการเงินไม่สามารถใช้บริการในโรงพยาบาลเอกชนได้ แต่อยากให้ญาติพี่น้องรักษาตัวหายปกติโดยเร็วหรือถ้าตาย ก็ตายสบายหน่อย ไม่ว่าจะหายหรือตายก็จะร้องโวยวายกล่าวหาก่อนว่าสถานพยาบาลหรือแพทย์ทำงานประมาทให้ญาติตายหรือถ้าหายเป็นปกติ ก็จะอ้างว่าถูกเอาเปรียบในการคิดค่ารักษาเกินเหตุ หลายโรงพยาบาลตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนประเภทนี้มาแล้ว แต่เพื่อให้เรื่องยุติโดยเร็ว จึงยอมจ่ายเงินหรืองดเว้นเรียกค่ารักษา เรื่องจึงเงียบหายไปจากสื่อมวลชนหรือสังคม แต่เหตุการณ์เหล่านี้ยังเกิดวนเวียนไปตามโรงพยาบาลเอกชนหรือรัฐต่อเนื่องด้วยพฤติกรรมเลียนแบบกัน  การสร้างมาตรการป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ชื่อเสียงสูญสลาย ลูกค้าหวั่นกลัว สุดท้ายคือปิดกิจการ ดังนั้น การอบรมบุคลากรให้ป้องกันการฟ้องคดี ปรับปรุงแนวปฏิบัติในสถานพยาบาลให้เหมาะสม จึงเป็นการลงทุนที่จ่ายน้อยที่สุดซึ่งผู้บริหารสถานพยาบาลควรพิจารณาทำได้แล้ว ก่อนจะเป็นรายต่อไปที่ถูกฟ้องคดีในศาลและอยู่หน้าหนึ่งของสื่อสิ่งพิมพ์

 

**********************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s