บัญชีเท็จ กับ เงินภาษีเพิ่ม

เจ้าหน้าที่นอกคอก บัญชีเท็จ และ เงินภาษีเพิ่ม

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

วันหนึ่งคำสนทนาในวงคนชอบกาแฟสร้างความสนใจและอนาถใจแก่ผู้ฟังอย่างมากเมื่อนักธุรกิจหลายคนเริ่มบทสนทนาด้วยอารมณ์โมโหปนสมเพชกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สรรพากรบางคนที่กระทำต่อบริษัทห้างร้าน ซึ่งมิได้เกิดกับกิจการของผู้บอกเล่าเท่านั้น แต่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนในสภากาแฟเดียวกันว่าถูกกระทำเหมือนกันราวกับมีคำสั่งสอนสืบทอดกันมาของเจ้าหน้าที่ตำแหน่งเดียวกันแต่ต่างพื้นที่ มันอาจหมายถึงผู้นำองค์กรมีส่วนส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ในบังคับบัญชาประพฤติตนเยี่ยงเดียวกันด้วยความพยายามชักจูงแกมบังคับขู่เข็ญให้ผู้เสียภาษีทำบัญชีเท็จเพิ่มตัวเลขจ่ายเงินภาษีให้รัฐทั้งที่ไม่มีรายได้จริง โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นการทำละเมิดกฎหมาย เจตนาเดียวที่เจ้าหน้าที่รัฐกล้ากระทำเช่นนี้เพราะมั่นใจว่าผู้เสียภาษีไม่กล้าร้องเรียนด้วยเกรงอำนาจของเจ้าหน้าที่และผู้เสียภาษีซึ่งยอมทำบัญชีเท็จตามคำพูดชักจูงของเจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายสำเร็จและชัดเจนแล้ว จึงกลายเป็นเบี้ยล่างของรัฐที่ใช้รีดภาษีเพิ่มเมื่อมีการตั้งเป้ารายได้ของรัฐไว้ ทำให้ผู้เสียภาษีต้องจ่ายภาษีเพิ่มและกลายเป็นผู้กระทำผิดฐานทำบัญชีเท็จซึ่งมีโทษจำคุกและปรับด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐผู้ให้คำแนะนำชักจูงกลับลอยนวล ไม่ต้องรับโทษใดๆ อีกทั้งยังใช้ผู้เสียภาษีเป็นผลงานประจำปีไต่เลื่อนขั้นตำแหน่งหรือเงินเดือนหรือรับโบนัสเพิ่ม

ปกติแล้วการตรวจสอบภาษีนิติบุคคลประกอบด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล จะกระทำกันตลอดทั้งปี โดยกรมสรรพาการกำหนดเป้าหมายรายได้ให้สรรพากรพื้นที่รวบรวมเงินภาษีนำส่งเข้าคลังทุกปี จึงกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำตัวเลขให้สวยงามและเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้นำองค์กรอันส่งผลต่อความดีความชอบรายปีของแต่ละบุคคลด้วย มีการจัดแบ่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ในการดูแลบัญชีของกิจการเพื่อดูแลได้ใกล้ชิดขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนที่เป็นคนดีและมีคุณธรรมจักตรวจสอบบัญชีและทำตามกฎหมายด้วยเมตตาจิตและเป็นธรรมแก่เจ้าของกิจการผู้สุจริตซึ่งสร้างความสบายใจแก่เจ้าของกิจการในการเสียภาษีอย่างถูกต้อง แล้วยังได้รับคำแนะนำด้านบัญชีตามมาตรฐานที่ถูกต้องเพื่อปรับปรุงงานบัญชีสำหรับปีต่อไปด้วย แต่บางคนมีพฤติกรรมชักจูงให้เจ้าของกิจการทำละเมิดกฎหมายเพื่อหวังรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายหรือจริยธรรมในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งควรควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย

พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สรรพากรซึ่งเจ้าของกิจการต้องประสบเจอเป็นประจำทุกปี คือ การตรวจสอบภาษีนิติบุคคลประจำปี เป็นที่รู้กันดีว่าบริษัทห้างร้านใดมีสิทธิเรียกคืนภาษีไม่ว่าจำนวนมากหรือน้อย จักถูกตรวจสอบบัญชีเป็นพิเศษในรอบบัญชีปัจจุบันหรือย้อนหลังไปเพื่อหาข้อบกพร่อง แล้วยังเรียกเจ้าของกิจการไปสอบปากคำเยี่ยงจำเลยในคดีนอกจากนั้นยังพูดจูงใจมิให้ขอรับคืนเงินภาษีส่วนเกินถ้าพบว่าบัญชีสะอาดและถูกต้อง โดยไม่ตัดสิทธิ์ของกรมสรรพากรที่จะตรวจภาษีปีนั้นอีก หากพิจารณาข้อเสนอนี้ให้ลึกซึ้งแล้วจะมองเห็นความอยุติธรรมที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อผู้เสียภาษีเพราะเจ้าหน้าที่รัฐบังคับขืนใจผู้เสียภาษีมิให้ขอรับคืนเงินภาษีส่วนเกินในปีนั้น เจ้าหน้าที่รัฐยังสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบภาษีกิจการของปีนั้นได้ต่อไป แต่พูดด้วยวาจาว่าถ้าเชื่อฟัง จะไม่ตรวจค้นภาษีปีนั้นอีกและไม่รับรองว่าทีมใหม่อาจตรวจบัญชีของเขาซ้ำเมื่อใดก็ได้ หากไม่ยอมเซ็นชื่อในเอกสาร เขาจะตรวจสอบบัญชีหาจุดบกพร่องให้ได้ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แม้ไม่พบ ก็จะแจ้งรบกวนให้เจ้าของกิจการต้องส่งเอกสารนานาชนิดให้เขาเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้เดือดร้อนและกิจการเจ๊งไปเลย สาเหตุที่กรมสรรพากรต้องการมิให้เจ้าของกิจการขอคืนเงินภาษีที่ชำระเกินไปนั้น คือ หากมีการขอรับคืนเงินภาษีที่จ่ายเกินไว้ คลังต้องตั้งเงินสำรองเตรียมจ่ายคืนแก่ผู้เสียภาษีเมื่อกรมสรรพากรรับรองความถูกต้องของตัวเลขแล้ว ถ้ามีเอกสารของผู้เสียภาษียืนยันไม่รับเงินคืน ก็ไม่ต้องตั้งเงินสำรองไว้ และกลายเป็นผลงานของกรมฯและเจ้าหน้าที่ในการเก็บเงินเข้าคลังได้ตามเป้าหมายของรัฐ

อีกกรณีหนึ่งที่เจ้าของกิจการมักพบเจอประจำทุกปี คือ กรมสรรพากรมีอำนาจในการสุ่มตรวจกิจการของผู้เสียภาษีถึงสถานประกอบการว่ามีการทำงานจริงหรือเก็บเอกสารประกอบภาษีไว้ในสถานที่ดังกล่าวจริงหรือไม่ สิ่งที่พบเจอกัน คือ พฤติกรรมการวางอำนาจและข่มขู่เจ้าของกิจการว่าจะตรวจให้เจ๊งหายไปเลย ถ้าไม่เชื่อฟังหรือยอมเซ็นเอกสารของทางการที่รับรองว่า เจ้าหน้าที่ได้มาตรวจสถานที่ด้วยกิริยาสุภาพเรียบร้อย ถ้อยวาจาดี อันแตกต่างจากความจริง เจ้าของกิจการจำใจต้องเซ็นชื่อเพื่อให้พวกเขาออกไปจากสถานประกอบการโดยเร็วที่สุด สาเหตุที่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องได้ลายเซ็นของเจ้าของกิจการ เพราะมีผลต่อเงินค่าใช้จ่ายตรวจนอกสถานที่ซึ่งรัฐจะจ่ายให้และการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำปี ถ้ามีคำร้องเรียนตามความเป็นจริงจะส่งผลมิให้เลื่อนตำแหน่งหรือเพิ่มเงินเดือนก็ได้

กรณีที่เจ้าหน้าที่สรรพากรกระทำหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดกฎหมายมากที่สุดและสร้างความอึดอัดใจแก่เจ้าของกิจการที่ทำบัญชีอย่างถูกต้อง คือ การชักจูงใจให้บิดเบือนตัวเลขรายได้เท็จหรือทำบัญชีเท็จขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนเงินภาษีที่ต้องจ่ายแต่ละปี เจ้าหน้าที่รัฐมักนิยมใช้วิธีนี้ เพราะผู้เสียประโยชน์ คือ เจ้าของกิจการที่กระทำละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจนและต้องรับโทษจำคุก ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่แนะนำวิธีนี้ลอยตัวอยู่เหนือกฎหมายเพราะไม่มีผู้ใดกล้าแจ้งร้องเรียนและขาดหลักฐานยืนยันความผิดเนื่องจากเป็นแค่คำพูดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับเจ้าของกิจการ นั่นคือ รู้กันแค่สองคน แต่เจ้าของกิจการเป็นคนสั่งให้ทำบัญชีเท็จเอง ส่วนความดีความชอบเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นหรือกลุ่มนั้นซึ่งเพิ่มรายได้แก่รัฐ นอกจากนั้น ความเลวร้ายที่ตามมาอีกสำหรับเจ้าของกิจการ คือ เจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มนั้นหรือกลุ่มใหม่จะเห็นกิจการของท่านเป็นคลังภาษีหรือเงินส่วนตัวในการรีดไถเพื่อเลื่อนตำแหน่งทุกปีหรือยามขาดแคลนเงินใช้สอยส่วนตัวโดยกำความลับเรื่องการทำบัญชีเท็จของท่านไว้ข่มขู่ต่อเนื่อง

หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องมีพฤติกรรมเหล่านั้น ก่อนอื่นต้องแยกแยะเจ้าหน้าที่รัฐที่ดีและอยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างแท้จริงออกไปเสียก่อน เพราะพวกเขามิได้สนใจเป้าหมายการเงินของรัฐเป็นหลัก แต่คำนึงถึงขอบเขตของกฎหมายและของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งความสุจริตใจของผู้เสียภาษี  แต่อีกพวกหนึ่งจะคิดถึงเป้าหมายการเงินที่ผู้นำองค์กรตั้งไว้ ความเจริญในหน้าที่การงานกับผลงานจากตำแหน่งของตน ตามหลักที่ว่าผู้ใดทำงานเป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร สมควรได้รับความดีความชอบ โดยไม่คำนึงถึงหลักคุณธรรม ขณะที่กิจการซึ่งประกอบการในไทยมีหลายหมื่นราย เป็นไปได้ยากที่เจ้าหน้าที่รัฐจะดูแลได้ครบทุกกิจการ จึงต้องเป็นการสุ่มตรวจสอบแค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น การสุ่มเลือกกิจการนี้กระทำเพื่อเพิ่มรายได้ภาษีเข้ารัฐเป็นรายกิจการ โดยอยู่ในสมมติฐานว่า ไม่มีกิจการใดจะสะอาด มีครบทุกรายการตามมาตรฐานบัญชีเยี่ยงเดียวกับคนที่ไม่มีวันจะสมบูรณ์แบบได้ ขอแค่พบข้อบกพร่องเล็กน้อย ก็สามารถเรียกเงินภาษีเพิ่มทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเข้ารัฐได้  จึงเกิดขบวนการรีดไถเงินภาษีทั้งแบบทำถูกต้องตามขั้นตอนให้เงินเข้าคลังและการรับเงินใต้โต๊ะเพื่อมิให้ถูกเรียกเงินภาษีเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ระดับล่างจักสร้างผลงานเพิ่มเงินเดือนหรือเลื่อนขั้นด้วยการใช้วาจาข่มขู่หรือชักจูงให้เจ้าของกิจการปรับเปลี่ยนตัวเลขรายได้ของกิจการให้เกินความเป็นจริงเพื่อได้จำนวนเงินภาษีเพิ่ม อันถือเป็นการส่งเสริมให้ทำบัญชีเท็จ ทั้งที่เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจในกฎหมายสั่งบวกเพิ่มรายจ่ายที่ไม่น่าเชื่อถืออันส่งผลให้ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม แต่ตัวเลขไม่สูงมากพอเท่ากับกับการเพิ่มตัวเลขรายได้หลักของกิจการก่อนหักรายจ่าย ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนหลายกลุ่มนิยมให้ทำบัญชีเท็จกันมากเพราะได้ประโยชน์สูงสุดในการใช้ข่มขู่ต่อเนื่องจนกว่ากิจการจะปิดตัวเองเนื่องเพราะการทำบัญชีเท็จมีโทษจำคุกสำหรับเจ้าของกิจการ และต้องจ่ายเงินเพิ่มและเบี้ยปรับในอัตราสูงมากถ้าพบว่าทำบัญชีเท็จ เจ้าของกิจการจึงเป็นตัวประกันชั้นดีของรัฐ โดยมีบริษัทห้างร้านเป็นผู้ค้ำประกันยอดเยี่ยม

คำถามหนึ่งต้องเกิดขึ้นในใจของเจ้าของกิจการ คือ ทำอย่างไรไม่ต้องพบเจอเจ้าหน้าที่รัฐเลวทรามเหล่านั้น คำตอบ คือ ไม่มีใครเลือกได้ว่าจะพบเจ้าหน้าที่ประเภทใด แต่สามารถปกป้องตัวเองขั้นพื้นฐานได้ด้วยการทำบัญชีให้มีมาตรฐานตามหลักของกรมสรรพากรซึ่งนักบัญชีทุกคนทราบกันดี ไม่เชื่อคำชักจูงให้ทำบัญชีเท็จด้วยการเพิ่มรายได้ของกิจการหรือเพิ่มรายจ่ายด้วยการหาใบเสร็จเท็จทั้งที่ไม่มีตัวเลขนั้นเพราะท่านจะกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายที่ต้องมีโทษจำคุกติดตัวไว้ กิจการเสี่ยงต่อการปิดตัวเพราะเงินปรับ เงินเพิ่ม ในอนาคต บางท่านอาจเถียงว่า ถ้าเชื่อฟังเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ถูกตรวจสอบอีกตามที่พวกเขารับปาก แต่ต้องไม่ลืมว่า ไม่มีสัจจะในหมู่โจร เจ้าหน้าที่กลุ่มใหม่ย่อมมารับงานตรวจสอบบัญชีกิจการของท่านได้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่กลุ่มเดิมมีโอกาสโยกย้ายได้ทุกเวลา ความลับนี้ มักมีการบอกสืบทอดกันไว้ก่อนการโยกย้ายทำให้หลายบริษัทถูกเรียกตรวจสอบทุกปี โดยไม่มีบริษัทใหม่เพราะเจ้าหน้าที่รัฐขี้เกียจขุดค้นหาบริษัทใหม่เนื่องจากการตรวจสอบต้องมีการเตรียมแผนงานยุ่งยาก จึงมักหาภาษีเพิ่มกับบริษัทที่รับสืบทอดกันมาเป็นหลักใหญ่ การทำบัญชีเท็จจึงเป็นกับดักทำร้ายตัวเองซึ่งคนลงมือ คือ เจ้าของกิจการ นั่นเอง ไม่มีคณะกรรมการใดเชื่อฟังคำให้การของท่านที่ว่า เจ้าหน้าที่รัฐให้คำแนะนำอย่างแน่นอนเพราะท่านไม่มีหลักฐานพิสูจน์คำพูดของเจ้าหน้าที่รัฐ

เจ้าของกิจการในสภากาแฟวันนั้นจาก 9 ใน 10 คน ซึ่งเป็นกิจการขนาดกลางและใหญ่ล้วนพบเจอพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สรรพากรดังกล่าวข้างต้นเป็นประจำทุกปีจนเอือมระอาใจ แต่จำต้องทนทำงานต่อไปเพื่ออนาคตของครอบครัวและของลูกจ้างนับร้อยคน สิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่ยอมกระทำ คือ การทำบัญชีเท็จตามคำพูดชักจูงใจของเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกปีเจ้าของกิจการและนักบัญชียังถูกเรียกไปนั่งฟังคำด่าทอ ข่มขู่ บังคับ ให้เพิ่มตัวเลขรายได้ครั้งละหลายชั่วโมง ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งขี้เกียจค้นหาจากแฟ้มที่ได้รับไว้ตามกฎหมายแล้วซ้ำซากทุกเดือน บางคนยอมทำตามเพื่อตัดรำคาญโดยมิได้คิดถึงผลสืบเนื่องในอนาคต หลายคนไม่ยอมทำบัญชีเท็จหรือเปลี่ยนตัวเลขให้ตามใจปรารถนาของเจ้าหน้าที่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่รัฐจำต้องไปหาความผิดอื่นเพื่อบีบคั้นต่อไป สิ่งที่ประมวลได้จากการสนทนาแลกเปลี่ยนกัน คือ แนวคิดการทำบัญชีอย่างถูกต้องตามมาตรฐานของเจ้าของกิจการสมัยใหม่โดยนักบัญชีช่วยบรรเทาความเสียหายเรื่องภาษีหรือการรีดไถเงินของเจ้าหน้าที่สรรพากรได้มาก งบการเงินที่ถูกต้องช่วยให้เจ้าของกิจการทราบสถานะการเงินของธุรกิจชัดเจนขึ้น

คำถามหนึ่งผุดขึ้นในสภากาแฟว่า วิธีป้องกันภัยภาษีจากเจ้าหน้าที่สรรพากรนอกคอกมีหรือไม่ นักกฎหมายให้คำตอบน่าคิดว่า เจ้าของกิจการต้องทำบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานกรมสรรพากรก่อน จากนั้นร่วมใจกันปกป้องสิทธิและกำจัดเจ้าหน้าที่เลวออกไปทีละคนหรือทีละกลุ่มด้วยการเก็บพยานหลักฐานพฤติกรรมนอกคอกเหล่านั้นไว้ เป็นที่รู้กันดีว่าการทำบัญชีนั้นอาจพบตัวเลขตกหล่นหรือพลาดเล็กน้อยกันได้ ถ้าเกิดจากความสุจริตใจ เจ้าหน้าที่ที่ดีหรือคณะกรรมการภาษีย่อมให้อภัย ให้ความเป็นธรรม และแก้ไขกันได้ แม้จะมีการเสียค่าปรับหรือเงินเพิ่มจากตัวเลขบกพร่อง ก็เป็นจำนวนเงินที่น้อย ไม่สะเทือนถึงกับพบการล่มสลายของกิจการเหมือนการทำบัญชีเท็จหลบภาษีหรือตามคำชักจูงของเจ้าหน้าที่รัฐนอกคอก ดังนั้น ไม่ว่ากิจการที่ทำบัญชีถูกต้องหรือเบื่อหน่ายต่อการข่มขู่บังคับให้ทำผิดกฎหมายจากเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าของกิจการควรต่อสู้รักษาสิทธิอันชอบธรรมไว้ด้วยการเก็บพยานหลักฐานความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มนั้น โดยทุกครั้งที่ถูกเรียกตัวไปให้การหรือต่อรองเกี่ยวกับบัญชี ควรบันทึกคำสนทนาระหว่างกันไว้ทั้งทางโทรศัพท์หรือเผชิญหน้ากันหรือถ่ายภาพประกอบด้วยจักดีมาก หากมีการพูดกล่อมให้ทำบัญชีเท็จหรือดึงใบเสร็จรายจ่ายที่ต้องลงบัญชีออกไปเพื่อหวังเพิ่มรายได้ของบริษัทอันถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนตัวเลขรายจ่ายทางบัญชีซึ่งเป็นความผิดอาญามีโทษจำคุกเพราะทำข้อมูลบัญชีเท็จ เท่ากับเจ้าหน้าที่รัฐสนับสนุน บีบคั้น ให้ผู้อื่นกระทำผิดกฎหมาย ย่อมต้องรับโทษหนักกว่าประชาชนทั่วไปและยังถูกไล่ออกจากหน่วยงานด้วย เทปบันทึกเสียงและภาพถ่ายจึงเป็นหลักประกันมิให้พวกเขาทำร้ายเจ้าของกิจการผู้สุจริตได้ อีกทั้งยังใช้กำจัดเจ้าหน้าที่รัฐนอกคอกด้วยการส่งเป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องเรียนพฤติกรรมในภายหลัง แม้แต่การตรวจกิจการหรือการบังคับให้เซ็นเอกสารเพื่อมิให้รับเงินคืนภาษี ก็สามารถเก็บหลักฐานด้วยภาพและเสียงของเจ้าหน้าที่รัฐนอกคอกเหล่านั้นได้ ขอให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่คนกลุ่มนี้ทำงานจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมนอกคอกนี้เพราะมันสร้างรายได้ให้รัฐและผลประโยชน์ส่วนตัวเสมอ ถ้าผู้เสียภาษีช่วยยกระดับสังคมไทยให้สูงขึ้นด้วยการกำจัดคนชั่วในแผ่นดินออกไปมิให้พวกเขาไปทำร้ายผู้สุจริตคนอื่นได้อีก จักถือเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ในชีวิตทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถนำภาพและเสียงเกี่ยวกับพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐนอกคอกไปเผยแพร่ทางทีวีหรือวิทยุหรือเว็บไซด์เพื่อเตือนภัยแก่ชาวบ้านและกระตุ้นให้ภาครัฐเอาใจใส่ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งรังแกประชาชนผู้เสียภาษีอย่างสุจริต มันจะส่งผลให้เกิดพัฒนาการที่ดีต่อข้าราชการอย่างรวดเร็วด้วย เมื่อมีการเปิดเผยพฤติกรรมของคนนอกคอกผ่านการสื่อสารหลายรูปแบบย่อมกระตุ้นให้ผู้นำองค์กรหรือรัฐบาลต้องเร่งกำจัดคนเหล่านั้นและสอดส่องพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ดีทำงานสบายใจ ผู้เสียภาษีจักได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น อันที่จริงแล้วรัฐบาลมิได้อยากรับเงินเปื้อนมลทินจากผู้เสียภาษี แต่องค์กรที่ใหญ่โตอย่างประเทศนั้นอาจมีหลายจุดอยู่พ้นสายตาของรัฐบาลได้ ดังนั้น ผู้เสียภาษีสมควรช่วยกันตรวจสอบและกำจัดคนนอกคอกด้วยระบบกฎหมายและการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาขององค์กร การนิ่งเงียบกับเจ้าหน้าที่รัฐนอกคอกและเงินภาษีไม่ชอบธรรมไม่สร้างตำลึงทองให้ประชาชน แต่ส่งเสริมคนชั่วให้แบ่งเงินจากกระเป๋าของคนดีต่างหาก การเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการทำบัญชีให้ถูกต้องของกิจการสำหรับนักธุรกิจ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสกัดหรือกำจัดเจ้าหน้าที่รัฐเลวทรามให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยได้

 

***********************

Advertisements

2 thoughts on “บัญชีเท็จ กับ เงินภาษีเพิ่ม

  1. บทความนี้เขียนตั้งแต่2008 ปัจจุบัน2014 สถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่และหนักว่าเดิม

    1. มันเป็นเรื่องของแนวคิดต่อ การเสียภาษี และความจริงใจ การปฏิบัติของภาครัฐ ต่อ ผู้เสียภาษีในแง่ที่ว่า เขามิใช่นักโทษ และต้องปรับเปลี่ยนประชาชนให้มองการเสียภาษีในด้านที่ดีต่อส่วนรวม ดังที่เกิดในชาติตะวันตกที่ทุกคนเคารพก.ม.และยอมเสียภาษีอย่างถูกต้องเพื่อพัฒนาประเทศ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s