ภัยแฝงเลือกตั้ง

ภัยแฝงเลือกตั้ง

 

เขียนโดย ลูกแก้ว

 

ยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ของจีนหรือรัสเซียเคยสร้างแรงจูงใจให้คนตรวจสอบเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ชิดว่ามีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลหรือไม่ด้วยการให้เงินสินบนชี้ช่องหรือนำจับ ทำให้เกิดความระแวงใจกัน หลายคนใช้การแจ้งความต่อรัฐเพื่อแก้แค้นหรือแลกคูปองอาหารหรือสิทธิพิเศษจากรัฐ ทำให้กลายเป็นสังคมแห่งความหวาดระแวงและแก้แค้นกันอย่างไร้อยุติธรรมเนื่องเพราะรัฐต้องการปกป้องอำนาจของตนโดยอาศัยความเชื่อว่า ฆ่าคนบริสุทธิ์100 คน ดีกว่าปล่อยศัตรูไป 1 คน อีกทั้งยังช่วยผ่อนแรงเจ้าหน้าที่รัฐในการตามล่าศัตรูได้ด้วย จักเห็นว่าการใช้เงินสินบนล่อใจย่อมมีด้านมืดด้วย จึงต้องระมัดระวังในการใช้วิธีนี้อย่างมาก ยุคสมัยต่อมารัฐบาลของประเทศเหล่านั้นยกเลิกแนวคิดเรื่องเงินสินบนเกี่ยวกับการเมือง ทำให้ประชาชนมีความสุขมากขึ้น

การเลือกตั้งล่าสุดของไทยมีการใช้วิธีให้เงินสินบนแก่คนแจ้งเบาะแสหรือแสดงหลักฐานการซื้อขายเสียงของประชาชนและพรรคการเมือง เพราะกฎหมายจะลงโทษจำคุกแก่ผู้ซื้อและผู้ขายด้วย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมช่วยลดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและบรรเทาภารกิจของเจ้าหน้าที่รัฐ อีกด้านหนึ่งซึ่งอาจเกิดขึ้นและทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อแนวคิดเรื่องเงินสินบน คือ การแก้แค้นศัตรูทางการเมืองหรือเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวเพื่อแลกกับชัยชนะหรือเงินสินบน ด้วยการสร้างหลักฐานเท็จแบบสมจริงขึ้นเพื่อใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตน คงยากจะซาบซึ้งว่าร้ายกาจเพียงใด เนื่องเพราะระบบศาลของไทยเป็นระบบกล่าวหา ผู้คิดไม่ซื่อใช้ระบบนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนด้วยการสร้างหลักฐานเท็จขึ้น เช่น แกล้งส่งเงินจำนวนหนึ่งให้เป้าหมายแล้วถ่ายภาพไว้ จากนั้นนำไปแจ้งตำรวจว่าคนในภาพซื้อสิทธิ์หรือขายเสียง แสดงท่าทางหรือเจรจากันในทำนองขายเสียงแล้วอัดเทปหรือถ่ายภาพไว้  หลอกให้เป้าหมายไปดึงป้ายพรรคที่ตนไม่ชอบทิ้ง หลอกพนันทำลายป้ายคู่แข่ง เป็นต้น เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้งหรือตำรวจรับแจ้งความไว้แล้วส่งให้ศาลพิจารณาพิพากษา กระบวนการไต่สวนคดีจักเริ่มต้นขึ้น ฝ่ายกล่าวหามีภาพถ่ายหรือเทปเสียงเป็นหลักฐานกล่าวหาความผิดแล้ว ต่อไปจึงเป็นหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาต้องหาหลักฐานมาปฏิเสธความผิด ถ้าไม่มีหรือหาไม่ได้หรือไม่น่าเชื่อถือ ศาลจะใช้หลักฐานความผิดของผู้กล่าวหาในการตัดสินลงโทษจำคุกตามกฎหมายเลือกตั้ง  ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียเงินทองจ้างทนายและเสียเวลาเดินทางไปขึ้นศาลหลายครั้งอย่างยาวนานทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลงระหว่างถูกดำเนินคดีและเสียชื่อเสียงก่อนแล้ว ขณะที่ผู้กล่าวหาเท็จถูกสร้างภาพเป็นวีรบุรุษของชาติ หลายครั้งการหาหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจหรือถูกหลอกถ่ายภาพหรือบันทึกเสียงเป็นเรื่องยากเพราะอยู่กันแค่สองคน คือ ผู้กล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหา แต่ฝ่ายผู้กล่าวหามีภาพหรือเสียงบันทึกไว้และทำให้เข้าใจความหมายในทางผิดกฎหมาย ผู้บริสุทธิ์หลายคนจึงถูกลงโทษเพราะเหตุนี้ได้ ตัวอย่างเช่น ภาพคนสองคนยื่นและรับเงินในซอยแห่งหนึ่ง ความจริงคือ ชายหนุ่มบอกเหยื่อว่านำเงินทอนค่าซื้อกล้วยแขกที่ลืมไว้มาให้ เหยื่อรับเงินนั้น ต่อมาคนขายกล้วยแขกนำภาพไปแจ้งความขอรับเงินสินบนนำจับการขายเสียง หลักฐานพร้อมสรรพ การพิจารณาคดีง่ายเพราะคนซื้อไม่มีทางพิสูจน์ที่มาของเงินได้เลยเนื่องจากรู้กันแค่สองสามคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกเดียวกับคนขายกล้วยแขก การพิสูจน์ว่าเป็นเงินทอนจากการซื้อกล้วยแขกจึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับผู้บริสุทธิ์ ขณะที่คนขายกลายเป็นวีรบุรุษของการเลือกตั้งและรับเงินสินบนจากรัฐไปง่ายๆ ในทางกลับกันหากผู้ใส่ร้ายเป็นศัตรูกัน ภาพถ่ายและเทปเสียงที่วางแผนไว้ย่อมเป็นการแก้แค้นที่ได้ความสะใจและเงินใช้สอยสบายอย่างมาก บางคนอาจโต้แย้งว่าศาลมีวิจารณญาณในการตัดสินคดี เราต้องไม่ลืมว่าการพิจารณาคดีของศาลต้องอาศัยพยานหลักฐานเป็นสำคัญ มิใช่คิดหรือเชื่อเอง มิฉะนั้น คุกไทยคงไม่มีนักโทษที่ติดคุกทั้งที่มิใช่คนกระทำผิดอย่างเช่น คดีเชอรี่แอน ดันแคน ซึ่งล้วนสืบเนื่องจากการสร้างพยานหลักฐานที่ดูน่าเชื่อถือ ทำให้ศาลต้องเชื่อและตัดสินคดีไปตามพยานหลักฐานเท่านั้น

ข้อพึงสังวรสำหรับผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างหนึ่ง คือ ต้องคิดเตือนใจไว้เสมอว่า การใช้สิทธิ์เลือกตั้งเปรียบเสมือนเท้าข้างหนึ่งอยู่ในคุกแล้ว เท้าอีกข้างจะเข้าไปเต็มตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความระมัดระวังในการใช้สิทธิเลือกตั้งมิให้ขัดต่อกฎหมาย เนื่องเพราะกติกายกเว้นโทษในการเลือกตั้งมีจำกัด เช่น อนุญาตให้กาบัตรเสียได้ ท่องจำเบอร์ผู้สมัครในใจได้ เป็นต้น แต่การทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมีมากและหยุมหยิมซึ่งหลายคนยังไม่ทราบมาก่อน เช่น ห้ามฉีกหรือทำลายบัตรเลือกตั้ง ห้ามทำให้บัตรเลือกตั้งเสียหาย ห้ามพกกระดาษหรือสิ่งแสดงหมายเลขผู้สมัคร ห้ามรับบัตรโดยไม่เซ็นรับก่อนอาจถูกกล่าวหาเป็นคนขโมยบัตรของรัฐ ห้ามส่งเสียงในเชิงบอกหมายเลขผู้สมัครในหรือหน้าคูหา และอื่นๆ นอกจากนั้นการให้ความรู้แก่ประชาชนในการปฏิบัติตนในคูหาเลือกตั้งมีน้อย เช่น การใช้ปากกาหรือตราประทับลงในบัตรได้หรือไม่ อย่างไร การหย่อนบัตรใส่ตู้ต้องทำเองหรือให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ทำ คนพกมือถือเข้าไปในคูหาได้หรือไม่ สื่อมวลชนมีขอบเขตการถ่ายภาพในหรือนอกคูหาซึ่งรบกวนการลงคะแนนเสียงได้มากน้อยแค่ไหน เพราะบางสื่อใช้ประสิทธิภาพของกล้องดึงภาพการกาบัตรออกมาโชว์หน้าจอได้อย่างชัดเจน ในต่างประเทศจะกำหนดขอบเขตภาพของสื่อมวลชนไว้ชัดพอที่จะไม่รบกวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่ในไทยยังขาดมาตรการเหล่านี้ ทำให้หลายครั้งบางสื่อขาดวิจารณญาณในการเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น การเซ็นชื่อแสดงตนก่อนรับบัตรเลือกตั้งต้องทำหรือไม่ เพื่อให้ทุกหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติแบบเดียวกันและประชาชนทราบขอบเขตสิทธิของตน พวกเขาจะได้ปกป้องข้อกล่าวหาของรัฐถ้าต้องกลายเป็นคนโชคร้ายในการใช้สิทธิเลือกตั้งตามนโยบายรัฐ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคิดคำนึงด้วย คือ มาตรการความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ์ยามบ้านเมืองไม่ปลอดภัยจากภัยโจรภาคใต้หรือพวกฝักใฝ่ปฏิวัติที่ไม่ต้องการให้เลือกตั้งและรักษาอำนาจของตนไว้ซึ่งมักก่อเหตุระเบิดตามจุดสำคัญของเมือง มือถือเป็นตัวจุดระเบิดอย่างหนึ่งและใช้บันทึกภาพการกาบัตรเลือกตั้งเพื่อนำไปแลกเงินซื้อเสียงได้ รัฐไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ซึ่งสร้างความกังวลและหวาดระแวงแก่ผู้ใช้สิทธิ์ว่าจะตายหรือบาดเจ็บได้ถ้าต้องเป็นคนโชคร้ายประจำวันนั้น อันแตกต่างจากหลายประเทศทางตะวันตกหรือบางประเทศในเอเชียซึ่งมีมาตรการรัดกุมอย่างมากในการห้ามพกมือถือเข้าคูหาเพื่อป้องกันภัยระเบิดและการโกงเลือกตั้ง จึงหมายความว่าทุกคนต้องรับผิดชอบความปลอดภัยส่วนตัวกันเอง แต่บังคับให้ทุกคนต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อแลกกับสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ

ข่าวการแทรกแซงจากรัฐซึ่งมาจากคณะปฏิวัติในการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งบางพรรคการเมือง เช่น การตั้งด่านสกัดของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหารและตำรวจมิให้ชาวบ้านเข้าฟังการพูดหาเสียงตามกฎหมายเลือกตั้งได้สะดวกและเชิงข่มขู่ในที การทำลายป้ายหาเสียงของพรรคคู่แข่ง การดึงแผ่นใบแนะนำพรรคในกระบอกหนังสือพิมพ์ตามหมู่บ้าน เป็นต้น ล้วนเป็นพฤติกรรมที่หลายคนเห็นหรือได้ยินหนาหูและดูน่าเชื่อถือเพราะรู้กันดีว่าต่างจังหวัดนั้นเจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจสูงมากเพียงใด ถ้าชาวบ้านหวาดกลัวหรือเบื่อหน่าย อาจไม่ไปใช้สิทธิ์หรือเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐในการเลือกคนของฝ่ายรัฐก็ได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตนและครอบครัวเป็นหลัก ทำให้เจตนารมณ์แท้จริงถูกบิดเบือนง่ายขึ้น มันถือเป็นการส่งเสริมทางอ้อมแก่พรรคการเมืองที่ได้รับการหนุนหลังอยู่โดยอำนาจรัฐซึ่งมาจากการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลเลือกตั้งของประชาชนคราวที่แล้ว ข่าวหุ่นเชิดของรัฐบาลใหม่ภายใต้การชี้นำของคณะปฏิวัติซึ่งผู้ร่วมก่อการทั้งหลายไม่มีผู้ใดกล้าลงสนามเลือกตั้งเพราะรู้ชะตากรรมดีว่าต้องเจออะไร จึงผันตัวไปเป็นผู้บงการโฉมหน้ารัฐบาลใหม่และยังเป็นคนคุมการเลือกตั้งอีกด้วย หากมองพฤติกรรมของนักการเมืองหุ่นเชิดตั้งแต่ก่อนหรือหลังปฏิวัติและคณะปฏิวัติที่พยายามแปลงร่างไปหลากรูปแบบให้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะการมองหาพรรคร่างทรงที่ยอมให้สิงสู่บงการง่าย ทุกคนย่อมเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ได้ชัดโดยไม่ต้องเลือกตั้งเลย คณะกรรมการเลือกตั้งได้รับการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติ ผู้คุมการเลือกตั้งให้เป็นธรรมของรัฐบาลเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติที่ไม่ศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย จึงนำทหารและปืนยึดครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ล้มล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้งของปี พ.ศ. 2544 2549 ของคนไทยหกสิบล้านคน  ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแท้จริง โดยข้ออ้างสารพัดที่ไม่ใช่ตามกฎหมายซึ่งใช้บังคับกับประชาชนทุกคน แต่สร้างหรือเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ตามความต้องการของฝ่ายตนและเพื่อสกัดกั้นนักการเมืองที่ถูกตนปฏิวัติไว้ อันผิดจากหลักการเลือกตั้งที่ผู้สมัครทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ประชาชนคือผู้เลือกเท่านั้น แต่รัฐบาลภายใต้คณะปฏิวัติต้องการกำหนดผู้ชนะการเลือกตั้งโดยสร้างความหวาดระแวงใจหรือความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนเพื่อให้หุ่นเชิดการเมืองของฝ่ายตนเป็นผู้ชนะเท่านั้น ส่วนบางพรรคการเมืองต้องการชัยชนะจึงยอมเป็นร่างทรงคณะปฏิวัติโดยดี บางพรรคประกาศสนับสนุนงานปฏิวัติตั้งแต่แรกเริ่มอย่างไม่คำนึงถึงหลักประชาธิปไตย แต่ต้องการชัยชนะเท่านั้น เราจึงเห็นสารพัดพฤติกรรมจากอำนาจรัฐที่แอบแฝงในสังคมโดยจุดประสงค์เดียว คือ นักการเมืองหุ่นเชิดต้องชนะการเลือกตั้ง อีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นจากการใช้อำนาจรัฐของคณะปฏิวัติในช่วงเลือกตั้ง ทั้งที่เป็นมารยาทซึ่งไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง คือ การเสนอเพิ่มงบซื้ออาวุธแจกกองทัพทหารสูงขึ้นในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหรือการเร่งจัดซื้ออาวุธโดยขั้นตอนพิเศษ ทั้งที่การปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นการกระทำของทหารพวกหนึ่ง แล้วพวกเดียวกันนั้นกลับเสนอใช้เงินงบประมาณภาษีของประชาชนโดยไม่ยอมให้ผ่านการพิจารณาของตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริงในการเลือกตั้งอันใกล้นี้ มันบ่งบอกเจตนาซ่อนเร้นและเร่งร้อนพิเศษด้วยความหวาดระแวงใจว่าตัวแทนประชาชนจะไม่สนองความปรารถนาของพวกตนครบถ้วน เป็นที่ทราบกันดีในสังคมว่าการซื้อขายอาวุธมูลค่าสูงและเป็นการก่อหนี้ผูกพันยาวนานจักมีเงินสดบางส่วนต้องจ่ายให้ผู้เกี่ยวข้องที่มีอำนาจเป็นการส่วนตัว หลายคนจึงเปลี่ยนสถานะการเงินไปเป็นเศรษฐีในพริบตาได้ด้วยอาศัยอำนาจหรืออิทธิพลในช่วงนี้ ถ้าอ่านทบทวนประวัติศาสตร์การปฏิวัติของไทยในอดีต การจัดงบซื้ออาวุธกรณีเร่งด่วนพิเศษจักเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการปฏิวัติ ส่วนหนึ่งเป็นการตอบแทนความร่วมมือปฏิวัติสำเร็จ ขณะที่จุดประสงค์ข้อหนึ่งในการปฏิวัติครั้งนี้ คือ การสร้างจริยธรรมสูงส่งให้เกิดในสังคมไทย แต่การเร่งซื้ออาวุธก่อหนี้ให้รัฐและประชาชนในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหรือการผลักดันกฎหมายความมั่นคงซึ่งริดรอนเสรีภาพส่วนใหญ่ของประชาชนส่อแสดงเจตนารมณ์ซ่อนเร้นที่ไม่เหมาะสมบางอย่างไว้ดังคำที่ว่า กรรมหรือการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนาของคน ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเรียนรู้และศึกษาให้ถ่องแท้ จักมองเห็นว่า การเมืองเป็นละครโรงใหญ่ที่ดูสนุก แต่ค่าตั๋วมีราคาแพงเพราะต้องจ่ายด้วยเสรีภาพของตน

ภัยร้ายที่แฝงในการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจรัฐจากคณะปฏิวัติเพื่อเกื้อหนุนพรรคพวก นักการเมืองหุ่นเชิด เงินสินบนนำจับผู้ซื้อสิทธิขายเสียงที่อาจกลายเป็นการหาประโยชน์หรือทำลายล้างศัตรูหรือแก้แค้นเพื่อน การฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่รู้ในคูหาเลือกตั้ง  งานทำลายนักการเมืองที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยและไม่ส่งเสริมการปฏิวัติ กรรมการและผู้เล่นเกมการเมืองมาจากพวกเดียวกัน การข่มขู่ประชาชนจากกลุ่มคนไม่เคารพเสียงเลือกตั้งโดยให้เลือกฝ่ายเดียวกับตนแลกกับการประท้วงตามข้างถนนเพื่อก่อกวนสังคมซึ่งเป็นพฤติกรรมเลวทราม  การแทรกแซงให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งตามคำสั่งของผู้มีอำนาจรัฐ ล้วนมีจุดประสงค์เดียวกัน คือ เขาต้องการให้ชัยชนะอยู่ที่ฝ่ายเดียวกับตนโดยไม่คำนึงถึงหลักประชาธิปไตยแท้จริง การเลือกตั้งที่ชอบธรรม ดังนั้น คนที่มีอำนาจสูงมากพอกับอำนาจรัฐซึ่งสามารถทำลายความฝันของผู้ไม่หวังดีต่อประชาธิปไตยและนำประเทศชาติออกจากความมืดหนึ่งปีที่ผ่านมาได้ดีที่สุด คือ ประชาชนคนไทยซึ่งมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพราะการใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ว่าต้องการประชาธิปไตยเต็มใบ มิใช่แค่หุ่นเชิดของผู้มีอำนาจบางคนในการบงการทิศทางของประเทศ แสงสว่างแห่งอนาคตของเมืองไทยต้องมาจากอิสรภาพในการเลือกตั้งอย่างแท้จริงในคูหาเลือกตั้งซึ่งจะไม่สามารถบังคับท่านให้เลือกคนหนึ่งคนใด แม้เขาจะนำอาวุธมาตั้งอยู่หน้าคูหาเลือกตั้งก็ตาม เพราะการลงคะแนนเสียงต้องทำเป็นความลับ บัตรแต่ละใบจะไม่เขียนชื่อเจ้าของ จึงไม่มีใครทราบว่าแต่ละคนกาเลือกนักการเมืองหรือพรรคใดได้เลย  เมื่อคณะปฏิวัติยอมให้สิทธิในการเลือกนักการเมืองหรือพรรคมาบริหารประเทศแล้ว ประชาชนต้องฉลาดและมีสติในการใช้อิสรภาพของการกาบัตรเลือกตั้งในคูหาอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการบิดเบือนคะแนนเสียงหรือความปรารถนาของคนไทย นอกจากนั้นต้องรู้จักปกป้องตัวเองมิให้กลายเป็นเหยื่อการเลือกตั้งด้วยการระมัดระวังการรับเงินใดๆในที่ไม่โจ่งแจ้ง ตามซอกซอย หรือสาธารณสถานก็ตาม ซึ่งอาจถูกถ่ายภาพไว้ให้เข้าใจว่ากำลังทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอันนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ชีวิตเนื่องเพราะไม่มีใครทราบว่าคนใดกำลังให้ท่านเป็นเหยื่อหาเงินค่าขนมประจำศึกเลือกตั้งอยู่ ทุกการกระทำควรมีคนอื่นรับรู้ด้วยจะได้ช่วยเป็นพยานในศาลให้ท่าน สุดท้ายคือ การยอมรับหรือปฏิเสธผลคะแนนเสียงของประชาชน จักแสดงธาตุแท้ของพวกที่ไม่ศรัทธาหลักประชาธิปไตยออกมาให้ทุกคนเห็นชัดได้และช่วยกันสาปแช่งผู้ที่ไม่หวังดีต่อความสงบสุขของบ้านเมืองให้ชดใช้กรรมและเป็นทุกข์กายและใจทั้งที่มีลมหายใจอยู่ นอกจากนั้นสัจธรรมของโลกเกี่ยวกับการเมือง คือ การเลือกตั้งมิใช่หลักประกันว่า การปฏิวัติจะหมดไปจากแผ่นดินไทย ตราบใดที่คนในเครื่องแบบและสะพายอาวุธอย่างถูกกฎหมายไม่รู้จักหน้าที่ของตน  ไม่เข้าใจและยอมรับระบอบประชาธิปไตยด้วยหัวใจและจิตสำนึกที่ถูกทำนองคลองธรรมอย่างแท้จริง การปฏิวัติต้องเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน ส่วนการกาบัตรเลือกตั้งเป็นเจตนารมณ์ของประชาชนที่แจ้งยืนยันต่อผู้มีอำนาจในเวลานั้นว่าต้องการระบอบประชาธิปไตยและบุคคลหรือพรรคการเมืองที่ศรัทธาในระบอบนี้อย่างแท้จริงเท่านั้น มิใช่ร่างทรงของพวกชอบใช้ความรุนแรงหรือคลั่งการปฏิวัติล้มล้างระบอบประชาธิปไตย

 

***********************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s