คนเสื้อกาวน์กับเหยื่อเงินตรา

คนเสื้อกาวน์ : เหยื่อเงินตรา

เขียนโดย แก้วมณี

 

วัฏจักรของชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ย่อมเกิดกับทุกคนตามสังขารที่ร่วงโรยไปตามวัย ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลวัฏจักรทั้งสี่บนโลกนี้ คือ แพทย์ซึ่งมีชุดกาวน์เป็นเครื่องแบบประจำวิชาชีพและมีจรรยาบรรณควบคุมการทำงาน บุคคลที่ทำงานเป็นแพทย์จึงได้รับความนับถือและให้เกียรติมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน แพทย์ทุ่มเทเวลาและความรู้ในการดูแลมนุษย์สมกับความไว้วางใจเสมอมา ค่าตอบแทนของวิชาชีพนี้ค่อนข้างสูงเพราะเวลาเรียนรู้และสร้างสมประสบการณ์ทำงานอย่างน่าไว้วางใจเริ่มต้นช้ากว่าอาชีพอื่น คือ การเรียนแพทย์ทั่วไประดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยต้องใช้เวลาศึกษา 6 ปี หากจะทำงานจนสร้างความมั่นใจในตัวเองพอรับผิดชอบชีวิตคนไข้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาหมอรุ่นพี่ต้องเพิ่มการทำงานอีกเป็นปี จากนั้นบางคนไม่มีเงินสะสมในการเรียนต่อเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งก็ต้องทำงานเก็บเงินก่อนอีกเป็นปี ส่วนบางคนที่มีทุนเรียนต่อเฉพาะทางได้ทันทีจะเลือกเข้าเรียนเพิ่มความรู้เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ด้านไต ด้านหัวใจ ด้านศัลยกรรม ด้านประสาทวิทยา ด้านเลือด ด้านจิตวิทยา ด้านวิสัญญี เป็นต้น เวลาในการเรียนรู้แต่ละสาขานานไม่เท่ากัน อาจเฉลี่ยสาขาละ 3 – 4 ปี ย่อมเห็นต้นทุนเวลาและทุนทรัพย์ในการสร้างแพทย์แต่ละคน แต่ละสาขาที่มากและยาวนาน อันแตกต่างจากอาชีพอื่นที่ใช้เวลาเรียนปริญญาตรี 4 ปี โท 2 ปี เอก 3 ปี โดยประมาณ คนที่เรียนจบสาขาอื่นจะเริ่มต้นชีวิตการทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้เมื่ออายุประมาณ 22 ปีหรือจบปริญญาตรี แต่แพทย์จะเริ่มรักษาคนไข้เป็นอาชีพได้ครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 25 ปี ถ้าจะเป็นผู้ชำนาญพิเศษต้องมีอายุอย่างน้อย 30 ปีแล้ว จึงไม่แปลกที่ค่าตอบแทนวิชาชีพแพทย์จักสูงกว่าอาชีพอื่น แต่มีเวลาทำงานที่สั้นกว่าอาชีพอื่น นอกจากนั้นยังมีความเครียดสูงพิเศษเพราะมีชีวิตคนเป็นเดิมพันในความดูแลของตน

แพทย์ทุกคนจะได้รับการอบรมจากสถาบันให้มีหน้าที่รับผิดชอบสูงและความรอบรู้ในงานเพื่อช่วยรักษาโรคและชีวิตของคนไข้ให้หายเป็นปกติอย่างเต็มความสามารถ จึงได้รับความไว้วางใจจากคนไข้ ญาติคนไข้ ในยามเจ็บป่วยเสมอ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคนในสังคมทั้งในไทยและต่างประเทศต่างยกย่องนับถือและให้เกียรติแก่แพทย์เพราะตระหนักถึงการทำงานทุ่มเทและความยากลำบากของแพทย์ ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับคนไข้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการรักษาอาการเจ็บป่วย เนื่องจากแต่ละขั้นตอนของการรักษาหรือการให้ยาล้วนมีอันตรายหรือความเสี่ยงแฝงอยู่เสมอ คนไข้และญาติของคนไข้จึงต้องรับรู้ข้อมูลและทางเลือกจากแพทย์เพื่อตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับคนไข้และฐานะครอบครัว ส่วนแพทย์มีหน้าที่ให้ข้อมูลและวิธีรักษาโรคให้พวกเขารับทราบอย่างเต็มที่ แต่มิใช่ก้าวล่วงเข้าไปตัดสินใจเลือกแทนคนไข้และครอบครัวอันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของเขา ดังคำที่ว่า แพทย์ให้ทางเลือก คนไข้หรือครอบครัวมีหน้าที่เลือกทางชีวิตของตน

ข่าวสถิติการฟ้องแพทย์เป็นคดีในศาลหรือในแพทยสภาของปีพ.ศ. 2549 พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยเปอร์เซนต์ เมื่อเข้าไปดูหัวข้อที่มีการร้องเรียนหรือฟ้องคดีกันมักมาจากการไม่สนใจทำหน้าที่ของตนระหว่างคนไข้ ญาติคนไข้ และ แพทย์ แต่มีข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่น่าตกใจ คือ บางคนใช้คนตายหาเงินให้คนเป็นโดยมีเป้าหมายเอาเงินจากโรงพยาบาลชั้นนำในเมืองไทยเป็นหลัก พฤติกรรมของคนประเภทนี้ คือ ถ้ามีญาติในครอบครัวป่วยกะทันหันต้องเรียกใช้บริการจากโรงพยาบาลใหญ่และมีชื่อเสียงเท่านั้นโดยไม่สนใจว่าคนไข้จะเคยรักษาในโรงพยาบาลนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าค่าใช้จ่ายรักษาคนป่วยในโรงพยาบาลชั้นนำสูงมากอันมาจากงานบริการเยี่ยม แพทย์มีคุณภาพสูง และให้การดูแลคนป่วยอย่างดีเยี่ยม กรณีคนป่วยเกิดตายในโรงพยาบาลอันเกิดจากญาติคนไข้ไม่ให้ความร่วมมือในการปรึกษาหรือเลือกวิธีรักษาคนไข้ตลอดเวลาที่อยู่ในความดูแลของแพทย์หรือเหตุอื่นใดก็ตาม ญาติคนไข้จะแสดงท่าทีโวยวายก่อนโดยกล่าวหาว่า โรงพยาบาลและทีมแพทย์ไม่ดูแลคนไข้อย่างดีเพื่อหวังให้ลดหนี้ค่ารักษาหรือปลดหนี้และเรียกเงินค่าเสียหายจากโรงพยาบาลเพื่อแลกกับการร้องเรียนหรือฟ้องคดี หลายโรงพยาบาลเลือกที่จะยุติเรื่องเพื่อทำงานต่อไปด้วยการจ่ายเงินตามที่ญาติคนไข้ต้องการจนกลายเป็นความเดือดร้อนของโรงพยาบาลเมื่อเกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นหรือญาติคนไข้กลุ่มเดิมนำวิธีดังกล่าวไปใช้ต่อไป โดยมีความคิดว่าโรงพยาบาลหรือแพทย์มีรายได้มาก ก็อยากแบ่งกันใช้บ้าง โดยมิได้ตระหนักว่าตนยังไม่ได้ทำหน้าที่ญาติคนไข้ที่ถูกต้องเลย

แพทย์ยังเป็นมนุษย์ซึ่งมีกิเลสตัณหาเยี่ยงเดียวกับคนทั่วไป ย่อมทำงานพลั้งพลาดหรือบกพร่องกันได้ หากเห็นว่าเป็นการทำงานที่ไม่ได้มาตรฐานการแพทย์อย่างแท้จริง คนไข้หรือครอบครัวย่อมใช้สิทธิ์ในการร้องเรียนหรือฟ้องคดีอย่างเต็มที่ได้เพื่อเป็นการเตือนใจหรือใช้เป็นบทเรียนแก่แพทย์ให้ทำงานอย่างรอบคอบสมกับความรู้ของตน แต่มิใช่การใช้สิทธิ์ด้วยเจตนาไม่ดีหรือต้องการเงินตราจากแพทย์และหน่วยงานต้นสังกัดเพราะฐานะการเงินไม่พอจ่ายค่ารักษาหรือหาเงินจากศพคนไข้ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการบั่นทอนกำลังใจและความทุ่มเทของแพทย์หรือสถานพยาบาลที่ทำงานอย่างจริงใจเต็มความสามารถแล้ว แต่มิอาจรักษาลมหายใจของคนป่วยได้เพราะอาการป่วยของคนไข้หรือความเฉยชาของญาติเมื่อต้องให้ความเห็นชอบในการรักษา เราต้องไม่ลืมว่าการรักษาอาการป่วยนั้นต้องใช้ยาหรือวิธีทางการแพทย์กับร่างกายมนุษย์ ทุกอย่างล้วนมีอันตรายแอบแฝงอยู่ทั้งสิ้น ดังนั้น การรักษาจึงต้องแนบความเสี่ยงไว้กับคนไข้เสมอ ญาติคนไข้ต้องยอมรับว่าการรักษาอาการป่วยเป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น หน้าที่ของครอบครัวคนไข้เมื่อต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล คือ การให้ข้อมูลของคนไข้ รับฟัง และตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้และครอบครัว ส่วนแพทย์มีหน้าที่ให้ข้อมูลการป่วย วิธีรักษา เพื่อให้ครอบครัวคนไข้ตัดสินใจเลือกเอง มันเป็นหน้าที่ของแพทย์และญาติคนไข้ที่ใช้ปฏิบัติกันทั่วโลก ทั้งสองฝ่ายต้องมีความรับผิดชอบในบทบาทของตนด้วย

กลุ่มไม่สุจริตใจจ้องหาผลประโยชน์จากโรงพยาบาลใหญ่หรือแพทย์โดยอาศัยศพทำให้แต่ละโรงพยาบาลและแพทย์ต้องปรับตัวทำงานอย่างรอบคอบและเลือกลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะก่อผลร้ายต่อคนไข้และครอบครัวสุจริตใจที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็นจากการตรวจอาการป่วยด้วยสารพัดวิธีที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุเพราะคนไข้และครอบครัวถูกสันนิษฐานเบื้องต้นว่า จะฟ้องหาเงินจากโรงพยาบาลภายหลัง มันเป็นผลกระทบต่อเนื่องให้หลายฝ่ายต้องเดือดร้อนจากการกระทำของกลุ่มที่มีจิตใจไม่ดีและพฤติกรรมนี้ระบาดไปจนกระทั่งโรงพยาบาลใหญ่ต่างมีรายชื่อกลุ่มคนเหล่านั้นไว้เพื่อใช้ป้องกันตัวเองและสกัดกั้นพวกเขาให้ได้มากที่สุด จนอาจส่งผลกระทบต่อญาติพวกเขาที่เป็นคนสุจริตไม่อาจใช้บริการอย่างดีได้ ดังนั้น แพทย์ทั้งหลายควรตระหนักถึงภัยร้ายใกล้ตัวให้มากและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อป้องกันอันตรายจากคนประเภทดังกล่าว ด้วยการเขียนบันทึกประวัติของคนไข้ ทั้งอาการป่วย วิธีรักษา ยาที่ใช้รักษา คำยินยอมเลือกวิธีรักษาได้รับจากญาติคนใดของคนไข้โดยเฉพาะต้องแน่ใจว่าผู้ให้คำยินยอมมีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ วันเวลาในการรักษาหรือให้ยาหรือคำยินยอมต้องเขียนให้ชัด เมื่อให้คำแนะนำกับญาติคนไข้ในห้อง ต้องมีแพทย์ในทีมรักษาหรือพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคนอยู่ในห้องเพื่อเป็นพยานการให้คำแนะนำของแพทย์ มิฉะนั้น ญาติคนไข้อาจปฏิเสธว่าแพทย์ไม่เคยบอกคำแนะนำแก่เขาเลย การติดต่อกับญาติคนไข้หรือครอบครัวห้ามใช้มือถือส่วนตัว ควรใช้โทรศัพท์ส่วนกลางของโรงพยาบาลเพื่อมีบันทึกการติดต่อกับครอบครัวคนไข้อย่างเป็นทางการ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพยานหลักฐานเพื่อใช้ประโยชน์ในศาลเมื่อต้องสันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนไข้หรือญาติคนไข้อาจเรียกร้องเงินค่าเสียหายในภายหลัง

การทำงานของแพทย์ต่อร่างกายคนไข้หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายอาญาฐานฆ่าคนโดยเจตนาหรือโดยประมาท แม้กฎหมายจะคุ้มครองการทำงานตามวิชาชีพแพทย์ก็ตาม ทั้งนี้ต้องอยู่ในระดับมาตรฐานทางการแพทย์ด้วย มิฉะนั้น แพทย์ต้องรับโทษอาญาหรือโทษทางแพ่งได้  สถานพยาบาลและแพทย์ต้องเน้นการทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพของตนอย่างเคร่งครัด มันเป็นเกราะป้องกันความเสียหายเบื้องต้น นอกจากนั้นจิตสำนึกและความรับผิดชอบของแพทย์จะป้องกันความเสียหายส่วนตัวอีกระดับหนึ่ง ส่วนสุดท้ายคือ การปฏิสัมพันธ์กับคนไข้หรือครอบครัวอย่างมีไมตรีจิตและใกล้ชิด จะเป็นวัคซีนป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมแพทย์และคนไข้ แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นความสูญเสียคนไข้ก็ตาม ถ้าทุกฝ่ายเข้าใจและกระทำตามหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด และมิได้มีจิตทุจริต การฟ้องคดีบุคลากรซึ่งช่วยรักษาคนไข้อย่างเต็มความสามารถไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

ส่วนสถานพยาบาลต้องเริ่มพิจารณามาตรการป้องกันตัวเองจากผู้หวังหาประโยชน์ในชื่อเสียงของตนด้วยการเน้นทำงานให้ได้มาตรฐานวิชาชีพแพทย์หรือสถานพยาบาลและการเก็บข้อมูลคนไข้หรือบันทึกการติดต่อสื่อสารระหว่างแพทย์ เจ้าหน้าที่ กับญาติคนไข้ให้เข้มข้น มันจะเป็นเกราะเบื้องต้นที่ปกป้องตัวเองจากผู้ไม่หวังดีได้ระดับหนึ่ง เนื่องเพราะการคัดแยกคนไข้ที่ดีและไม่ดีนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะคนใหม่ถือกำเนิดเลียนแบบตามกันมาตลอดเวลา วิธีดีที่สุดในการกำจัดคนไม่หวังดี คือ การร่วมกันแบ่งปันข้อมูลพฤติกรรมของผู้ไม่หวังดีเพื่อสกัดกั้นเขาและครอบครัวมิให้เข้าใกล้องค์กรเพราะเขาจะเลือกเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่และมีชื่อเสียงระดับต้นของประเทศเท่านั้น การต่อสู้ทางคดีให้สิ้นสุดแล้วเรียกร้องค่าเสียหายจากเขาซึ่งเคยมีโรงพยาบาลชั้นนำทำมาแล้วและชนะคดี จนกระทั่งผู้ไม่หวังดีต้องไปขอร้องมิให้โรงพยาบาลทำคดีต่อไปและขอลดค่าเสียหายลงเพราะฐานะการเงินไม่ดี อย่างน้อยก็กำจัดผู้ไม่หวังดีได้หนึ่งคนและกลายเป็นเยี่ยงอย่างแก่โรงพยาบาลอื่นให้คิดถึงการต่อสู้คดีบ้าง เพราะการเลี่ยงศาลมิใช่ทางแก้ปัญหาระยะยาว แต่ต้องเลือกต่อสู้ให้ถูกกาลเทศะและด้วยความมั่นใจว่าอีกฝ่ายคือผู้ไม่หวังดีโดยดูจากรูปแบบพฤติกรรมของเขาได้ไม่ยากดังคำกล่าวที่ว่า กรรมหรือการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนาของคน

สิ่งที่ผู้ไม่หวังดีต่อสถานพยาบาลและแพทย์ทิ้งไว้ให้คนสุจริตกลุ่มใหญ่ คือ ความหวาดระแวงของสถานพยาบาลและแพทย์ อันนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาที่เพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ ทั้งที่การตรวจหลายอย่างไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่เพื่อมิให้ถูกกล่าวหาเรื่องการทำงานบกพร่อง จึงต้องให้มีข้อมูลเก็บไว้โดยตรวจทุกระบบในร่างกายทุกครั้งที่เข้าใช้บริการในโรงพยาบาล หากคนไข้หรือญาติต้องการตรวจสอบภายหลัง มันเป็นสิ่งจำเป็นที่พวกเขาต้องทำเพื่อปกป้องความเสียหายส่วนของตัวเองที่อาจเกิดขึ้นจากคนไข้และครอบครัวได้ตลอดเวลา แต่ผู้แบกรับภาระสุดท้าย คือ คนไข้ ผู้สุจริต หากทุกฝ่ายมีจิตสำนึกที่ดีและมีเมตตาต่อกัน ความหวาดระแวงใจคงไม่เกิดขึ้น คนไข้ให้เกียรติและไว้วางใจแก่แพทย์ ส่วนแพทย์มุ่งมั่นรักษาคนไข้ให้หายเป็นปกติ แต่คนไข้หรือญาติที่ไม่หวังดีและคิดแสวงหาประโยชน์จากการเจ็บป่วยหรือศพทำลายจิตสำนึกที่ดีระหว่างกันเพียงเพราะเห็นแก่เงินทองหรือไม่ต้องการรับผิดชอบค่ารักษา โดยไม่คำนึงถึงความลำบากหรือความทุ่มเทของแพทย์ในการดูแลรักษาคนไข้ ขณะเดียวกันแพทย์ที่ไร้ความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนและสร้างความเสียหายแก่คนไข้และครอบครัว ย่อมสมควรถูกเรียกร้องความเสียหายที่ตนก่อไว้เช่นกัน การปรับตัวเพื่อปกป้องตัวเองของสถานพยาบาลและแพทย์ควรเร่งกระทำให้เร็วขึ้นเมื่อเห็นสถิติการฟ้องคดีเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวแล้ว มิฉะนั้น เหยื่อรายต่อไปอาจเป็นสถานพยาบาลของเขาในไม่ช้า

 

**************************

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s