รับน้องโหด ติดคุกได้

รับน้องโหด  ติดคุกได้

เขียนโดย  แก้วมณี

 

เดือนพฤษภาคมและมิถุนายนเป็นช่วงเวลาการประกาศผลสอบเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐประจำปีและการเปิดเทอมใหม่ในสถานศึกษาทุกระดับ นักเรียนมัธยมปลายกำลังเปลี่ยนวิถีการเรียนไปเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนซึ่งมีการควบคุมเวลาเรียนน้อยกว่าสมัยมัธยมอย่างมาก หลายคนจักปรับตัวเข้าระบบใหม่ช้าหรือไม่ได้ซึ่งสร้างความเครียดแก่นักศึกษาใหม่สืบทอดกันมานาน จึงเกิดวิถีปฏิบัติอย่างหนึ่งขึ้นในระดับอุดมศึกษาสำหรับนักศึกษาใหม่เพื่อช่วยการปรับตัวและให้กำลังใจแก่อดีตนักเรียนมัธยมโดยเหล่ารุ่นพี่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของตนและบอกเล่าระเบียบปฏิบัติหรือแนะนำสถาบันศึกษา สร้างความเป็นมิตรระหว่างรุ่นพี่กับน้องใหม่เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลด้านกำลังใจหรือให้คำปรึกษาแก่น้องใหม่อันเรียกกันว่า พิธีรับน้องใหม่

ในอดีตนั้นพิธีรับน้องใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาเป็นสิ่งที่น้องใหม่รอคอยจะพบ อาจารย์ รุ่นพี่ความสนุกสนาน คำแนะนำต่างๆ เพราะพวกเขายังมีความกลัวชีวิตใหม่ในฐานะนิสิตนักศึกษา พิธีรับน้องใหม่จึงเป็นความปรารถนาสูงสุดของน้องใหม่ พิธีต่างๆมีเจตนารมณ์ให้น้องใหม่ประทับใจและเชื่อมั่นในสถาบันของตนว่าจะให้ความรู้ ปัญญา และคุณธรรม แก่บัณฑิตใหม่ในอนาคต แต่หลายปีที่ผ่านมาจักเห็นข่าวรับน้องใหม่ประเภทโหดเกินพิกัด บางคนต้องตาย รับอันตรายสาหัสจนหมดอนาคตในการเรียน เกิดอันตรายทางจิตใจ โดยสืบเนื่องมาจากการรับน้องใหม่ของสถาบันศึกษาบางแห่งที่อาจารย์ขาดการดูแลเอาใจใส่ ปล่อยให้รุ่นพี่จัดพิธีรับน้องใหม่ผิดเพี้ยนจากวัตถุประสงค์อันดีงามดั้งเดิม

การรับน้องใหม่แบบโหดเกินพิกัดที่เกิดขึ้นในสายตาของคนทั่วไปมีทั้งโหดเหี้ยม อนาจาร บางครั้งล่วงเลยไปถึงการข่มขืนน้องใหม่ ล้วนมาจากความคึกคะนองของเหล่ารุ่นพี่ที่กำหนดกิจกรรมให้น้องใหม่กระทำโดยไม่สนใจต่อขนบประเพณีของคนไทย การให้เกียรติแก่ผู้อื่นโดยเฉพาะเพศหญิง สภาพร่างกาย ขอบเขตสิทธิเสรีภาพของคนอื่น รุ่นพี่แหกคอกเหล่านั้นจึงคิดค้นการละเล่นพิสดารปนโหดเหี้ยมแล้วบังคับน้องใหม่ให้ทำตามโดยการวางอำนาจในฐานะรุ่นพี่ น้องใหม่หลายคนเพิ่งผ่านพ้นชีวิตนักเรียนที่เคยชินกับการอยู่ในอำนาจของครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นผู้ให้ความรู้ที่ดี จึงไม่กล้าปฏิเสธอำนาจของรุ่นพี่เหล่านั้น ในที่สุดน้องใหม่หลายคนต้องหมดอนาคตการเรียนไปเพราะความตายหรือเป็นคนพิการ ส่วนรุ่นพี่คะนองใจหลายคนต้องเดินเข้าสู่เรือนจำในฐานะนักโทษคดีอาญาและไม่สามารถเป็นบัณฑิตสมดังใจหมายของตนเองและครอบครัวได้

จุดประสงค์ของการรับน้องใหม่คือ การประคองนักเรียนมัธยมให้ไปใช้ชีวิตในฐานะนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาได้อย่างราบรื่น โดยครูอาจารย์และรุ่นพี่เป็นผู้ช่วยเหลือ มิใช่การทำลายหรือทำร้ายจิตใจของน้องใหม่ด้วยการข่มขู่หรือใช้อำนาจในทางมิชอบ หลายตัวอย่างที่รุ่นพี่กระทำต่อน้องใหม่ในพิธีรับน้องซึ่งเป็นข่าวใหญ่ทุกปี เช่น แสดงท่าทางหรือคำพูดอนาจารขัดต่อประเพณีอันดีงามของคนไทย การซ้อมทำร้ายร่างกายหรือข่มขู่ด้วยวิธีต่างๆให้ร่วมทำกิจกรรม การบังคับให้ว่ายน้ำทั้งที่ว่ายไม่เป็นหรือสุขภาพไม่ดี เป็นต้น รุ่นพี่มักใช้ความคะนองในการสร้างกิจกรรมเหล่านั้นเพื่อสนองความต้องการหรือสะใจส่วนตัวเท่านั้น จึงลืมคิดถึงผลติดตามมาของกิจกรรมนอกคอกเหล่านั้นหรือคิดสั้นๆว่าน้องใหม่คงแค่บาดเจ็บแค่เล็กน้อย ทั้งที่แต่ละคนต่างรองรับความรุนแรงจากกิจกรรมเหล่านั้นได้แตกต่างกัน สุดท้ายรุ่นพี่ต้องรับโทษอาญาด้วยการติดคุก แทนที่จะเรียนหนังสือเป็นบัณฑิตอนาคตไกลกลับเป็นการตัดทอนอนาคตด้วยมือของตัวเอง แล้วยังส่งผลร้ายต่อน้องใหม่อีกด้วย งานรับน้องใหม่หฤโหดเหล่านั้นจึงกลายเป็นงานไม่มงคลทั้งรุ่นพี่และน้องใหม่

ก่อนความคิดสร้างสรรค์กิจกรรมของเหล่ารุ่นพี่นอกคอกสำหรับงานรับน้องใหม่จักเกิดขึ้นด้วยความคะนองใจ อยากให้ใช้สติคิดคำนึงด้วยว่า น้องใหม่มีครอบครัวที่รักห่วงใยเขา สภาพร่างกายแต่ละคนแข็งแรงไม่เท่ากัน บางคนอาจมีโรคเลือด โรคหัวใจ แอบแฝงอยู่ จุดประสงค์ของพิธีรับน้องใหม่ การรู้จักให้เกียรติต่อกันแม้ว่าจะเป็นน้องใหม่ สิทธิเสรีภาพของคน อนาคตของน้องใหม่และรุ่นพี่ คดีความที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรม รุ่นพี่ต้องไม่ลืมว่าทุกกิจกรรมที่กระทำต่อร่างกายของผู้อื่นอาจเป็นการละเมิดทางแพ่งหรือเป็นคดีอาญาได้ ถ้าทำเกินสมควรแก่เหตุหรือมนุษย์ปุถุชนทั่วไปไม่กระทำต่อกัน ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษอาญาหรือชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลได้

กิจกรรมที่ส่งผลต่อการบาดเจ็บทางร่างกายหรือจิตใจซึ่งรุ่นพี่กระทำต่อน้องใหม่และเคยเป็นคดีพิพาทกับครอบครัวของน้องใหม่มาแล้ว เช่น การบังคับให้ว่ายน้ำกลางแดดหรือน้ำเย็นจัดทั้งที่รู้ว่าน้องใหม่เป็นโรคหัวใจ อีกฝ่ายเกิดตาย การรุมชกต่อยเมื่อเล่นเกมส์แพ้ บังคับดื่มเบียร์หรือเหล้าทั้งที่แพ้แอลกอฮอล์แล้วอีกฝ่ายตาย การบังคับแสดงท่าอนาจารจนน้องใหม่ตกใจและเครียดจัดจนไม่กล้าไปเรียนซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อจิตใจในทางอาญา การให้กระทำกิจกรรมโดยน้องใหม่ไม่ยินยอม ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นต้น การกระทำเหล่านี้อาจต้องรับโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือโดยประมาท ทำร้ายร่างกายสาหัสหรือทำร้ายจิตใจ บางคนอาจโต้เถียงว่ามิได้เจตนา แต่กฎหมายกำหนดชัดว่า เจตนามิได้หมายความว่าจงใจทำสิ่งนั้นอย่างเดียว แต่รวมถึงการเล็งเห็นผลได้ว่าหากกระทำสิ่งนั้น อาจเกิดผลคือความตายหรือการบาดเจ็บขึ้นได้ เช่น เขาว่ายน้ำไม่เป็นและบอกกล่าวให้ทราบแล้ว รุ่นพี่ใช้อำนาจข่มขู่ให้ว่ายน้ำ แล้วเกิดตายหรือบาดเจ็บสาหัสเป็นคนไข้นอนหลับตลอดกาล อย่างนี้ก็ถือว่าเจตนาฆ่าคนได้ หรือ บังคับดื่มเบียร์ทั้งที่เขาบอกว่าแพ้เบียร์ แต่รุ่นพี่ไม่เชื่อ ถ้าเขาตาย ถือว่าทำผิดโดยเจตนาได้ หรือบังคับให้แก้ผ้าเปลือยกายเพื่อให้คนอื่นโห่ร้องแล้วถ่ายภาพไว้ หรือ บังคับให้น้องใหม่กลืนเนื้อสด แล้วเกิดติดคอและหายใจไม่ออกจนตาย อย่างนี้ก็อาจเป็นเรื่องของความประมาทให้คนตายก็ได้ เป็นต้น พฤติการณ์และความผิดในตัวอย่างดังกล่าวจะเป็นโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงตลอดชีวิตที่รุ่นพี่ต้องรับโทษตามความหนักเบาของข้อเท็จจริงและผลร้ายจากการกระทำคึกคะนองของตนทั้งสิ้น หลายคนต้องหมดอนาคตการเรียนกลายเป็นนักโทษในเรือนจำ บิดามารดาผิดหวัง ดังนั้น อยากเตือนสติของรุ่นพี่ทั้งหลายขอให้รักน้องใหม่เยี่ยงเดียวกับคนในครอบครัวของตน เคารพสิทธิ์เสรีภาพของน้องใหม่  งดเว้นการข่มขู่ให้กลัวเกินเหตุ งดการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานพิธีด้วยข้ออ้างว่าเชื่อมสัมพันธ์กันเพราะเหล้าและเบียร์ทำลายสุขภาพอย่างแน่นอน ปัญญาชนต่างรู้และเข้าใจกันดี จึงไม่ควรทำลายสุขภาพของน้องใหม่

ส่วนน้องใหม่ซึ่งเพิ่งก้าวออกจากชีวิตนักเรียนมัธยมไปสู่รั้วสถาบันอุดมศึกษาในฐานะนิสิตนักศึกษานั้น ต้องรู้จักรักษาสิทธิเสรีภาพทางกายและจิตใจของตน แยกผิดชอบชั่วดีได้  ต้องตระหนักในเบื้องต้นว่า รุ่นพี่คือผู้ที่เรียนหนังสือล่วงหน้าตนเท่านั้น มิใช่ผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายให้ใครได้แม้แต่น้องใหม่  พวกเขาอาจเป็นคนดีหรือคนไม่ดีก็ได้ ถ้ากิจกรรมใดที่รุ่นพี่เสนอให้กระทำมีรูปแบบที่รับไม่ได้เพราะขัดต่อประเพณีหรือศาสนาของตน ไม่สบายใจที่จะทำเพราะขัดต่อนิสัยหรือคำสอนของครอบครัว มีผลต่อสุขภาพส่วนตัว น้องใหม่มีสิทธิจะไม่กระทำกิจกรรมดังกล่าวได้เสมอ การบังคับจากรุ่นพี่ถือเป็นความผิดทางวินัยของสถาบันศึกษาและอาจต้องรับผิดชอบทางแพ่งหรือทางอาญาก็ได้ ส่วนคำขู่ที่รุ่นพี่มักชอบบอกแก่น้องใหม่ว่า ถ้าไม่เชื่อฟังคำสั่งของรุ่นพี่จะถูกไล่ออกจากสถาบัน ถือเป็นคำโกหกเนื่องเพราะผู้ที่จะไล่นักศึกษาออกจากสถาบันได้ มีเพียงอธิการบดีหรือคณะกรรมการสถาบันแล้วยังต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของสถาบันดังกล่าว ซึ่งไม่มีข้อใดระบุว่าการไม่เชื่อฟังคำสั่งของรุ่นพี่ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องรับโทษไล่ออก นอกจากนั้นคำขู่ที่จะสร้างแรงกดดันแก่น้องใหม่ที่ไม่เชื่อฟัง ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเรียนในสถาบันอุดมศึกษานั้นเป็นการให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองเยี่ยงผู้ใหญ่มากกว่าตอนเรียนชั้นมัธยม ความเป็นรุ่นพี่และน้องใหม่ไม่มีผลต่อความสำเร็จทางการเรียนระหว่างกันเลย หากรุ่นพี่คนใดใช้คำขู่เหล่านี้บังคับให้ร่วมกิจกรรมนอกรีต จึงควรหลีกห่างพวกเขาให้มากที่สุด ถ้าอยากมีอนาคตเรียนต่อไปโดยไม่กลายเป็นคนพิการหรือคนตายเสียก่อน เนื่องจากพวกเขาพูดไม่จริงและไม่เคารพสิทธิของน้องใหม่ กิจกรรมของพวกเขาต้องส่งผลร้ายต่อน้องใหม่อย่างแน่นอน สิทธิในการปฏิเสธเข้าร่วมกิจกรรมนอกรีตทั้งหลายเป็นของน้องใหม่อย่างเด็ดขาด รุ่นพี่ไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วงอย่างใด น้องใหม่หลายคนที่กล้าปฏิเสธคำบังคับไร้สาระของรุ่นพี่นอกคอก แต่รอดชีวิตหรือไม่ต้องอับอายขายหน้า พวกเขามีอนาคตสดใสและมีชื่อเสียงในวันนี้ก็มีให้เห็นมากในสังคม ดังนั้น น้องใหม่ทั้งหลายพึงรำลึกไว้เสมอว่า ท่านมีสิทธิเสรีภาพทางร่างกายและจิตใจเช่นเดียวกับรุ่นพี่ การคล้อยตามคำสั่งนอกรีตของรุ่นพี่นอกคอกอาจทำลายอนาคตหรือความภูมิใจในตนได้ ชีวิตหรืออนาคตของน้องใหม่กำหนดได้ด้วยจิตใจมั่นคงและรู้ผิดชอบชั่วดีของตัวเอง มิใช่คำสั่งของรุ่นพี่ จงไม่ลืมว่าวันเดียวที่เล่นสนุกกับรุ่นพี่ วันต่อไปก็เป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว การสอบได้หรือตกมิได้มาจากรุ่นพี่ แต่ขึ้นอยู่กับความขยันอ่านหนังสือ เข้าใจวิชา ของน้องใหม่ต่างหาก หากปล่อยให้เขาทำร้ายร่างกายและจิตใจของน้องใหม่วันนี้ ผู้ที่รับเคราะห์กรรมและสูญเสียทุกสิ่ง คือ น้องใหม่และครอบครัว แม้ท่านจะใช้สิทธิ์ฟ้องคดีให้รุ่นพี่รับโทษทางอาญาและทางแพ่ง แต่ไม่อาจเทียบกับความสูญเสียทั้งชีวิตของท่านได้ น้องใหม่หลายคนที่มีจิตใจอ่อนไหว ไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งนอกรีตของรุ่นพี่ ต้องกลายเป็นคนพิการ จิตผิดปกติ บอบช้ำทางกายและจิตใจไม่อาจเรียนหนังสือได้ หรือ เป็นคนตาย พวกเขาเหล่านั้นเป็นอุทาหรณ์เตือนสติของน้องใหม่ให้ระลึกไว้ว่า ตนมีสิทธิ์จะปฏิเสธกระทำตามคำสั่งที่ผิดกฎหมายหรือจักก่อความเสียหายแก่ตนทางร่างกาย ชื่อเสียงของตนและครอบครัวได้เสมอ รุ่นพี่ซึ่งออกคำสั่งให้กระทำสิ่งเหล่านั้นก็ต้องรับโทษอาญาหรือชดใช้ความเสียหายทางแพ่งแก่น้องใหม่และครอบครัวด้วย ดังนั้น การรับน้องโหดที่รุ่นพี่วิปริตทั้งหลายคิดค้นขึ้น ต้องเตรียมใจรับผลตอบแทนต่อสิ่งที่กระทำไว้ทั้งการรับโทษอาญา การไล่ออกจากสถาบัน สุดท้ายคือหมดอนาคต ส่วนน้องใหม่ต้องรู้จักรักษาสิทธิเสรีภาพของตนไว้ อย่าปล่อยให้ตกเป็นทาสอำนาจความคึกคะนองของรุ่นพี่นอกรีต เจตนารมณ์ของการรับน้องใหม่นั้นต้องสร้างความประทับใจดีๆแก่น้องใหม่ มิใช่ความเลวร้ายและความหวาดกลัวต่อรุ่นพี่และสถาบัน สุดท้ายคือ ครูอาจารย์ประจำสถาบันศึกษาต้องให้ความเอาใจใส่และดูแลใกล้ชิดสำหรับพิธีรับน้องใหม่ที่รุ่นพี่สร้างสรรค์ขึ้นให้อยู่ในขอบเขตอันควรและชอบโดยกฎหมาย ด้วยการเตือนถึงโทษที่รุ่นพี่ต้องได้รับ หากทำละเมิดกฎหมาย อย่าปล่อยให้พวกเขาทำตามความคึกคะนองของวัยและขาดสติ  ควรประกาศเตือนสิทธิเสรีภาพให้น้องใหม่รับทราบเป็นพื้นฐานก่อนเข้าร่วมพิธีรับน้องใหม่ ถึงอย่างไรสถาบันศึกษาต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเสมอเพราะคณาจารย์ถือเป็นผู้ประสาทความรู้และบิดามารดาฝากให้อบรมลูกหลาน แต่สั่งสอนนักศึกษารุ่นพี่ไม่ดี ขาดสติปัญญา จนกระทั่งทำลายสมาชิกในครอบครัวของเขาถึงตายหรือบาดเจ็บ

 

 

********************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s