พลังของภาษา

พลังแห่งภาษา

 

เขียนโดย แก้วมณี

 

ข่าวชิ้นหนึ่งทางทีวีไทยทำให้คิดถึงพลังแห่งภาษาซึ่งเป็นกำแพงกีดกั้นคนต่างด้าวที่คิดจะทำมาหากินในประเทศอื่นโดยประเทศนั้นไม่ต้องใช้กฎหมายใดๆกั้นขวางให้ต้องกลายเป็นข้อครหาของชาติอื่น คือ ข่าวจากประเทศฮ่องกงเกี่ยวกับภาวะตกงานของคนต่างด้าวที่คิดไปทำงานในประเทศนั้นซึ่งมีสถิติสูงมาก อันมีสาเหตุจากภาษา คนที่เป็นหัวข้อข่าว คือ ชายปากีสถานที่มีความรู้ระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศปากีสถานและย้ายถิ่นฐานตามภรรยาซึ่งมีสิทธิอาศัยในฮ่องกง แต่ไม่อาจหางานทำได้เป็นปีแล้วเพราะขาดคุณสมบัติอย่างหนึ่งซึ่งบริษัทในฮ่องกงต้องการมาก คือ ต้องพูดและเข้าใจภาษาท้องถิ่น คือ ภาษากวางตุ้งหรือจีนกลาง ในที่สุดเขาต้องยอมหางานพิเศษระดับล่างทำเพื่อประทังชีพ คือ เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือคนงานก่อสร้าง ทั้งที่เขาพูด เขียน อ่าน ภาษาอังกฤษได้ดี แต่ไม่อาจใช้ได้ในประเทศฮ่องกงซึ่งภาษาท้องถิ่นทั้งกวางตุ้งและจีนกลางมีความสำคัญในการสื่อสารเป็นส่วนใหญ่ คนจีนให้ความสำคัญต่อภาษาถิ่นของตนเอง แต่ไม่ได้รังเกียจภาษาต่างชาติ แต่ละบริษัทต้องการการทำงานที่ราบรื่น จึงกำหนดคุณสมบัติพนักงานว่าต้องสื่อสารกับคนในองค์กรเข้าใจได้เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินเดือน ทำให้คนต่างชาติหางานทำได้ยากเมื่อบริษัทเน้นให้ลูกจ้างต้องเข้าใจภาษาถิ่นอย่างดี ยกเว้นงานระดับล่างประเภทใช้แรงงานเป็นหลักที่ไม่จำกัดความรู้และภาษา มันจึงกลายเป็นแรงบีบคั้นให้คนต่างชาติที่มีความรู้ดีจำต้องเก็บปริญญาตรีไว้แล้วใช้แรงงานแลกเงินเลี้ยงชีพ บางคนยอมฝึกภาษาท้องถิ่นให้คล่องซึ่งต้องใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ประเทศนี้ต้องขาดแรงงานคุณภาพหรือใช้คนไม่เหมาะสมกับระดับความรู้ อันเป็นผลเสียหายต่อความเจริญเติบโตของชาติ แต่ประเทศฮ่องกงสนใจการทำงานที่ราบรื่นระหว่างคนท้องถิ่นกับลูกจ้างต่างชาติและให้ผลงานคุณภาพต่อบริษัทเท่านั้น นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องความภาคภูมิใจในประเทศและภาษาของตนด้วย จึงกลายเป็นการกีดกันคนงานต่างชาติโดยปริยายและเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละประเทศที่จะทำได้

การมีภาษาเป็นของตนเองต้องอาศัยแนวคิดพัฒนาจากบรรพชนที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการพิทักษ์ภาษามิให้สูญหายไป มันยังเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศที่มีภาษาของตนเองเพราะจักบ่งบอกประวัติศาสตร์การสร้างชาติและพัฒนาต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยพันปีด้วยความฉลาดและองอาจ ดังเช่น จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน ญี่ปุ่น เกาหลี ประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น ประเทศเหล่านี้มีบันทึกประวัติศาสตร์ชาติของตนเองให้คนรุ่นหลังและต่างชาติศึกษาวิวัฒนาการของชนเผ่าได้ผ่านตัวอักษร ปัจจุบันนี้การติดต่อสื่อสารกันต้องใช้ภาษาเป็นหลัก เราจักสังเกตว่าประเทศมหาอำนาจของโลกล้วนมีความเข้มแข็งทางภาษาและวัฒนธรรม มีภาษาเป็นของตนเอง ความภาคภูมิใจในประเทศและเอกลักษณ์ของตนสูง อันสร้างความยำเกรงและได้รับความนับถือจากนานาประเทศ ดังนั้น ภาษาประจำประเทศซึ่งมิได้ลอกเลียนหรือยืมจากอักษรของชาติอื่น เช่น อักษรจีน อักษรอังกฤษ อักษรรัสเซีย อักษรไทย และอักษรอาหรับ มันบ่งบอกความฉลาด ความยิ่งใหญ่ ของบรรพชนประเทศนั้นๆซึ่งสร้างเอกลักษณ์ประจำชาติทิ้งไว้ให้ชนรุ่นหลังสืบทอดกันมา ประเทศที่มีอักษรหรือภาษาใช้เป็นของตัวเองจึงเป็นความภูมิใจของชาติอย่างยิ่ง อีกทั้งมีน้อยประเทศที่มีอักษรและสำเนียงเป็นของตนเองอย่างแท้จริง

ความเจริญในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันมากจึงเกิดภาพการย้ายถิ่นฐานหรือเปลี่ยนสถานที่ทำงานไปต่างประเทศมากขึ้น หลายประเทศพยายามกีดกันคนต่างชาติมิให้เข้าไปทำมาหากินหรือแย่งเงินทองจากชนในชาติ จึงออกกฎหมายหรือระเบียบขึ้นเพื่อป้องกันคนต่างชาติอย่างเข้มงวดอันขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศหรือกลายเป็นข้อขัดแย้งกัน แต่มีข้อสังเกตบางอย่างซึ่งเกิดขึ้นในประเทศที่มีความเข้มแข็งทางภาษาและวัฒนธรรมสูง ดังเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น ต่างมีอักษรและภาษาเป็นของตนเองโดยมิได้หยิบยืมมาจากภาษาอื่นดังเช่นภาษาอเมริกันที่นำภาษาอังกฤษไปใช้ หรือภาษาฝรั่งเศสหรือสเปนที่ใช้อักษรอังกฤษ แต่ปรับเสียงให้เป็นถิ่นเฉพาะของตน ภาษาอินโดนีเซียหรือมาเลเซียที่ยืมอักษรอังกฤษไปใช้เขียนกำกับเสียงหรือสำเนียงของประเทศตน ประเทศเจ้าของอักษรจะมีความภาคภูมิใจในชาติของตนสูงมาก อันส่งผลต่อการทำงานของคนต่างชาติในประเทศนั้นโดยปริยาย นั่นคือ บริษัทห้างร้านจะเลือกคนงานที่ต้องฟังและพูดภาษาของประเทศนั้นได้เข้าใจมากพอ จึงเลือกเป็นลูกจ้าง อันสร้างความลำบากแก่คนต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศเหล่านั้น

ประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ประเทศแถบตะวันออกกลาง ได้สำแดงความแข็งแกร่งของภาษาให้ทุกชาติประจักษ์แล้วว่า มันเป็นกำแพงปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดและเป็นเอกสิทธิ์ของประเทศ ดังที่เกิดขึ้นในเนื้อข่าวจากฮ่องกงเมื่อชาวต่างชาติต้องการไปหางานทำที่ประเทศซึ่งมีความเข้มแข็งของภาษาอย่างมาก แต่มิอาจได้งานเพราะติดระเบียบเรื่องการสื่อสารด้านภาษา ทั้งที่เขามีการศึกษาระดับปริญญาตรีและใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่อาจหางานทำได้จนกระทั่งต้องลดระดับงานลงเป็นคนงานก่อสร้างและพนักงานรักษาความปลอดภัยระหว่างรองานที่เหมาะสมเพราะต้องการเงินเลี้ยงชีพให้ตนเองและครอบครัว ทั้งที่เคยคิดว่าฮ่องกงเป็นแหล่งหาเงินทองที่น่าจะสบาย ด้วยกฎระเบียบของบริษัทในฮ่องกงซึ่งเคร่งครัดให้ลูกจ้างต้องเข้าใจภาษาท้องถิ่น เช่น จีนกลางหรือกวางตุ้ง เป็นหลักเพื่อสื่อสารในองค์กรได้ชัดเจน จึงทำให้หลายคนต้องกลายเป็นคนตกงาน อันเป็นบทเรียนเตือนใจสำหรับคนที่ต้องการแสวงหางานใหม่ในต่างแดนโดยเฉพาะประเทศที่มีภาษาท้องถิ่นและวัฒนธรรมแข็งแกร่งที่ต้องคิดไตร่ตรองให้มากพิเศษ

คุณภาพของชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศที่มีความเข้มแข็งทางภาษาสูง เช่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น หลายคนมีการศึกษาดี แต่ขาดทักษะด้านภาษาท้องถิ่น จึงทำให้ไม่อาจใช้ความสามารถของเขาเต็มที่ และการเรียนภาษาท้องถิ่นเพิ่มเติมก็มีราคาสูงมากและอาจกลายเป็นปัญหาทางสังคมในอนาคตเมื่อแรงบีบคั้นเรื่องการเงินหนักขึ้น คนเหล่านั้นอาจสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมท้องถิ่นได้ องค์กรการกุศลของประเทศนั้น เช่น ฮ่องกง เป็นต้น ได้ริเริ่มโครงการอบรมภาษาท้องถิ่นที่จำเป็นในการทำงานให้แก่คนต่างชาติที่ประสงค์ทำงานในประเทศนั้นเพื่อมอบโอกาสดีแก่คนต่างชาติได้แสดงศักยภาพส่วนตัวพัฒนาบริษัทห้างร้านของท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เราจักเห็นความเข้มแข็งทางภาษาที่เป็นพลังปกป้องหรือกีดกันคนต่างชาติมิให้เข้ามาหาประโยชน์จากประเทศเจ้าของภาษาง่ายดายนัก โดยไม่ต้องเสียเวลาออกกฎหมายหรือระเบียบให้ยุ่งยาก คนในชาติต้องรักและภูมิใจในภาษาของประเทศตนสูง จักเป็นความเข้มแข็งของชาติที่คนต่างชาติต้องให้ความนับถือและปรับตัวเข้ากับเจ้าของภาษา มิใช่เจ้าของประเทศต้องเรียนภาษาของคนอื่นเพื่อพูดกับลูกจ้างต่างชาติอันเป็นการทำลายความนับถือตัวเองหรือความภูมิใจในประเทศและภาษาที่บรรพชนสร้างไว้

การเรียนรู้ภาษาของชาติอื่นเป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นการให้เกียรติแก่ประชาชนของประเทศเหล่านั้นและสามารถเข้าใจประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นได้ถ่องแท้ขึ้น แต่คนไทยต้องไม่ลืมว่าบรรพชนไทยคิดประดิษฐ์อักษรและภาษาไทยไว้เพื่อคนไทย จึงควรภาคภูมิใจในภาษาของตนเยี่ยงเดียวกับที่จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ประเทศแถบตะวันกลางแสดงความเข้มแข็งและผลสนองที่ยอดเยี่ยมต่อความภูมิใจในตัวตนของชาติไว้ เมืองไทยประสบปัญหาคนงานต่างชาติแย่งงานคนไทยทำในทุกระดับชั้น หลายคนเสนอให้ออกกฎหมายคุมการทำงานของคนต่างด้าว แต่ลืมไปว่าวิธีแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานที่ง่ายและเร็วที่สุด คือ ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ถ้าบริษัทห้างร้านของไทยใช้ระเบียบกำหนดให้ลูกจ้างต่างชาติที่ประสงค์ทำงานกับตน ต้องพูดและเข้าใจภาษาไทยได้ จักกลายเป็นกำแพงกีดกันคนงานต่างชาติได้ระดับหนึ่ง แล้วยังเสริมการทำงานระหว่างคนท้องถิ่นกับลูกจ้างต่างชาติให้ทำงานร่วมกันได้ง่าย เจ้าของธุรกิจก็ได้ประโยชน์สูงสุดจากลูกจ้างต่างชาติ เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติโดยทางอ้อมด้านข้อมูลส่วนตัวอันเกิดจากการสนทนาระหว่างลูกจ้างไทยกับต่างชาติ สุดท้ายคือ การรักษาความภูมิใจในความเป็นคนไทยและประเทศของตน

ภาษาแสดงความเป็นมาของแต่ละชาติ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติ ไม่มีคนชาติใดจะนับถือหรือรักภาษาไทยได้เท่าคนไทยอย่างแน่นอน การจะให้คนต่างชาตินับถือประเทศไทย ก็ต้องให้พวกเขาใช้ภาษาไทยกับคนไทยเมื่อติดต่อสื่อสารกันเยี่ยงเดียวกับคนจีน คนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติว่าต้องเข้าใจภาษาท้องถิ่นจึงทำการค้ากันคล่องตัว การส่งลูกจ้างไปดูแลผลประโยชน์ของตนในประเทศเหล่านั้นจึงเน้นให้เข้าใจภาษาท้องถิ่นเป็นหลักใหญ่ มันเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ภาษาของเขาเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลกได้ ความภูมิใจในภาษาไทยจักเป็นแรงผลักดันให้คนต่างชาตินับถือคนไทย แต่มิใช่บังคับคนไทยให้เรียนรู้ภาษาอื่นเพื่อพูดกับคนต่างชาติในประเทศไทย ปัจจุบันนี้คนไทยรุ่นใหม่พูดภาษาไทยไม่ชัด คลุมเครือด้านสำเนียงไทยที่กระเดียดไปทางภาษาอื่น ในทางกลับกันคนต่างชาติหลายคนพยายามพูดและเขียนภาษาไทยอย่างชัดเจนกว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของไทยบางคน มันแสดงถึงความอ่อนแอทางภาษาไทยและความนับถือตัวตนของคนไทยน้อยลง อันส่งผลอันตรายต่อความมั่นคงของชาติอย่างมาก ความภูมิใจด้านภาษาของชาติต้องปลูกฝังกับคนหลายรุ่นมายาวนาน จึงเป็นกำแพงแข็งแรงของประเทศได้ในวันนี้ ขณะนี้ภาษาไทยอยู่ในจุดอ่อนแอมาก คนไทยอยากพูดภาษาอื่นเพื่อความเก่งกาจหรือโก้เก๋ แทนที่จะภูมิใจในการพูดไทยให้คล่องและชัดเจนตามอักขระที่ถูกต้อง แม้แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็พูดไทยไม่ชัด ปะปนภาษาอื่นเข้าไปในการพูด อันเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ ในประเทศจีนบังคับให้ทุกคนต้องเรียนรู้จีนกลางในการสื่อสารระหว่างกันทั้งประเทศ ทำให้แผ่นดินกว้างใหญ่ ประชากรพันล้านคนเป็นคนจีนเนื้อเดียวกัน แต่ไม่ทอดทิ้งภาษาถิ่นเดิม เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ชาติโดยรวมและไม่ทำลายประวัติศาสตร์ของแต่ละถิ่น ดังนั้น การที่ประเทศไทยสนับสนุนให้ทุกภาคต้องใช้ภาษาไทยกลางเป็นหลักในการติดต่อสื่อสารกันทั้งประเทศ จึงมีจุดประสงค์เดียวกับของจีน คือ คนไทยทุกภาคควรเป็นหนึ่งเดียวกัน ภาษาจึงเป็นจุดเชื่อมความเป็นคนไทยเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียนที่สุด

คนเก่งด้านภาษาที่แท้จริง คือ คนที่เข้าใจและใช้ภาษานั้นอย่างถูกต้องและคล่องปากในกาลเทศะที่เหมาะสม มิใช่การพูดปะปนหลายภาษาในประโยคเดียว เราจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนไทยมิได้ ถ้าพูดภาษาไทยไม่ชัดและไม่ถูกต้องเพราะภาษาไทยเป็นของคนไทยที่บรรพชนคิดค้นและสร้างรากฐานเพื่อแสดงว่านี่คือเอกลักษณ์ของคนไทย จงภูมิใจที่คนไทยมีภาษาเป็นของตนเองซึ่งในโลกใบนี้มีน้อยประเทศที่มีภาษาเป็นของตนโดยมิได้หยิบยืมภาษาอื่นมาใช้เลย การเรียนรู้ทุกภาษาในโลก คือ การเปิดโอกาสเข้าใจชนชาติอื่นได้ถ่องแท้ แต่ต้องไม่ลืมภาษาอันเป็นชาติกำเนิดของคนไทย มิฉะนั้น เราต้องละอายตัวเองเมื่อคนต่างชาติสามารถพูดไทยได้อย่างถูกต้องมากกว่าคนไทย สักวันอาจต้องว่าจ้างคนต่างชาติที่เชี่ยวชาญภาษาไทยอย่างถูกต้องมาสอนคนไทยพูดไทยก็ได้ ถ้าคนไทยไม่ช่วยกันรักษาและนับถือภาษาไทย

 

************************** 

Advertisements

One thought on “พลังของภาษา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s