คูหาลงคะแนน

คูหาลงคะแนน

เขียนโดย ลูกแก้ว

 

การเลือกตั้งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ต้องกำหนดในรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ โดยเน้นว่าต้องเป็นธรรมแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง การลงคะแนนเสียงต้องเท่าเทียมกันและลับ ดังนั้น ภาพการลงคะแนนเสียงที่เห็นชินตา คือ การจัดคูหาที่มีการกั้นสามด้านมิให้คนข้างเคียงเห็นหรือรู้ว่าลงคะแนนเสียงให้ฝ่ายใดซึ่งถือกันว่าเป็นความลับพอควรสำหรับการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของคนไทยหลายล้านคน ช่วงหนึ่งเคยปรับเปลี่ยนการตั้งคูหาเลือกตั้งแตกต่างจากของเดิมที่ใช้กันมาหกสิบปีแล้ว คือ ผู้ลงคะแนนเสียงหันหลังให้กับกรรมการเลือกตั้งประจำคูหา โดยยังคงจัดโต๊ะกั้นไม้สามด้านป้องกันการมองจากคนด้านข้าง ขณะที่ของเดิมนั้นโต๊ะกั้นไม้สามด้านและผู้ใช้สิทธิ์จะหันหน้าไปทางกรรมการเลือกตั้งและประตูทางเข้าคูหาซึ่งคนดูแลการเลือกตั้งเลือดใหม่ให้ความเห็นแย้งว่าของเดิมนั้นสร้างปัญหาแก่กรรมการเลือกตั้งที่จะไม่ทราบเลยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวดังกล่าวโดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น มือถือ เพจเจอร์ เป็นต้น เพื่อทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเกี่ยวกับการรับเงินซื้อเสียงหรือใช้ข่มขู่คนอื่น อีกทั้งยังช่วยดูแลการลอบวางระเบิดจากผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองได้ง่ายขึ้น

ปลายเดือนกรกฎาคมเป็นเวลาเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีความก้าวหน้าด้านกฎหมายและเทคโนโลยีสูงกว่าประเทศไทยหลายเท่า ภาพข่าวการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของเขาทำให้มองย้อนกลับไปถึงการโต้แย้งเรื่องการตั้งคูหาเลือกตั้งของไทยแบบใหม่ที่อ้างว่าไม่เป็นความลับและไม่เป็นธรรมซึ่งฝ่ายที่คัดค้านใช้เป็นข้ออ้างเพื่อล้มล้างผลเลือกตั้งสภาในไทยเมื่อปีก่อน ประเทศญี่ปุ่นตั้งคูหาเลือกตั้งเป็นแถวโดยมีการกั้นสามด้านเป็นพื้นที่ส่วนตัวมีหลายคอกต่อหนึ่งแถว ผู้ลงคะแนนเสียงหันหลังให้กรรมการเลือกตั้ง อีกทั้งยังอยู่เกินกว่าสายตาของมนุษย์จักพึงมองเห็นว่าเขาลงคะแนนอย่างไร อันเป็นรูปแบบเดียวกับที่คูหาเลือกตั้งไทยนำไปใช้และถูกโต้แย้งว่าไม่เป็นความลับและไม่เป็นธรรม สิ่งที่สังเกตจากการตั้งคูหาแบบนี้ คือ ไม่มีทางเห็นการลงคะแนนได้เพราะมันอยู่ห่างพ้นระยะสายตาของมนุษย์ที่จะมองเห็นข้อความในกระดาษ เมื่อร่างกายคนยืนในพื้นที่คอกแล้ว จะมองไม่เห็นสิ่งที่ทำบนกระดาษเลย นอกจากใช้กล้องที่สามารถดึงภาพเข้าใกล้และต้องใช้มุมสูงมากในการเก็บภาพจากพื้นที่ส่วนตัวซึ่งมีการล้อมสามด้านกั้นไว้ อีกทางหนึ่งที่จะรู้การลงคะแนนได้ คือ การชะโงกหน้าข้ามเครื่องกีดขวางระหว่างกันซึ่งไม่มีคนใดกล้าทำต่อหน้ากรรมการประจำคูหาอย่างแน่นอน คูหาเลือกตั้งของญี่ปุ่นยังห้ามมิให้นักข่าวใช้กล้องดึงภาพการลงคะแนนเสียงของประชาชนออกเผยแพร่อย่างเด็ดขาด จึงไม่เห็นอุปกรณ์ยกกล้องให้สูงเพื่อเก็บภาพว่าใครลงคะแนนเสียงอย่างไร อันแตกต่างจากเมืองไทยที่ยอมให้ใช้เทคโนโลยีทุกประเภทในการดึงภาพในพื้นที่ส่วนตัวออกเผยแพร่ทางทีวีแล้วบอกว่าเป็นการลงคะแนนไม่ลับโดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่พวกเขากระทำด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นและขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างไร้จรรยาบรรณของสื่อมวลชน แม้จะมีข้ออ้างว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่จิตสำนึกของคนในวิชาชีพนี้หรือสามัญสำนึกของคนทั่วไปก็น่าจะรู้ขอบเขตอันควรในการเก็บภาพประเภทนี้ได้ไม่ยาก ญี่ปุ่นยืนยันให้เห็นถนัดตาแล้วว่า การตั้งคูหาเลือกตั้งแบบหันหลังให้กรรมการประจำคูหาจักมองเห็นว่าผู้ใช้สิทธิ์ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีโกงคะแนนหรือส่งข่าวในคูหาออกไปข้างนอกซึ่งเป็นการควบคุมให้การเลือกตั้งสุจริตโปร่งใสได้เช่นกัน การตั้งคูหาแบบนี้ยังมีใช้กันในการเลือกตั้งของสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้วด้วย นอกจากนั้นยังสามารถดูแลการวางระเบิดจากผู้ไม่หวังดีที่อาจพกติดตัวเข้าคูหาแล้วติดไว้ในคอกลงคะแนนได้อย่างง่ายดายและไม่อยู่ในสายตาของผู้ใด เมืองไทยจึงไม่ใช่ประเทศแรกของโลกที่ใช้คูหารูปแบบนี้ดังที่หลายคนพยายามสร้างภาพไม่ดีให้แก่การเลือกตั้งครั้งนั้น

อันที่จริงแล้วการตั้งคูหาเลือกตั้งมีหลายรูปแบบทั่วโลก บางประเทศในแถบยุโรปก็จัดแบบปิดเต็มที่โดยมีม่านบัง เข้าได้ทีละคน และใช้การกดปุ่มเลือก หรือใช้กาเครื่องหมายบนกระดาษ บ้างก็ใช้เป็นคอกล้อมสามด้านและหันหน้าไปทางกรรมการเลือกตั้ง แต่สามารถชะโงกหน้ามองกระดาษกันได้ง่ายดาย ไม่ว่าจะจัดคูหาเป็นรูปแบบใด ถ้าจะโกงการเลือกตั้งแล้ว ย่อมทำได้ไม่ยาก แค่ชะโงกหน้ามองกัน ใช้เครื่องมือสื่อสารกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้ใช้สิทธิ์เป็นหลักใหญ่ ดังที่ปฏิบัติกันในประเทศที่พัฒนาด้านกฎหมายและคนแล้ว พวกเขาจึงเน้นการป้องกันมิให้เกิดการทุจริตในคูหาเลือกตั้งเป็นหลัก เช่น ห้ามการใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด ห้ามนักข่าวดึงภาพการลงคะแนนของประชาชนด้วยกล้องประสิทธิภาพสูงเพื่อเผยแพร่อันทำลายการใช้สิทธิ์ส่วนตัวในการลงคะแนนเสียง เน้นให้กรรมการสามารถมองเห็นการใช้สิทธิ์ของประชาชนเพื่อป้องกันการทำทุจริตในคูหา ห้ามนำมือถือเข้าคูหา และอื่นๆ การเลือกรูปแบบการตั้งคูหาของประเทศที่พัฒนาแล้วขึ้นอยู่กับมุมมองและแนวคิดของแต่ละท้องที่หรือประเทศนั้นต่อการเลือกตั้งซึ่งเน้นความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความเป็นส่วนตัว  ป้องกันการทุจริตได้ จึงน่าจะมองเห็นชัดขึ้นว่า การโต้แย้งเรื่องการตั้งคูหาเลือกตั้งในไทยซึ่งเปลี่ยนรูปแบบจากหกสิบปีก่อนไปใช้แบบใหม่ซึ่งสภาพบ้านเมืองและความเจริญแตกต่างจากอดีตอย่างลิบลับ ทั้งนี้ไม่ว่าคูหาเลือกตั้งจะเลือกให้มิดชิดหรือโปร่งใสเพียงใด หันหน้าหรือหันหลัง ถ้าจะทำทุจริตก็คงยากที่จะยับยั้งกันได้ จึงต้องอาศัยจิตสำนึกของผู้ใช้สิทธิ์แต่ละคนที่จะเห็นความสำคัญของสิทธิเลือกตั้งที่มีให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น

ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ แสดงให้เห็นแล้วว่า จิตสำนึกในการใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตสำคัญกว่ารูปแบบการตั้งคูหา เราจึงเห็นภาพคนญี่ปุ่นหรือคนสิงคโปร์เดินเข้าไปกาเครื่องหมายในคูหาเลือกตั้งแล้วหย่อนลงตู้ที่วางไว้ราวกับว่าพวกเขาเดินเข้าธนาคารเพื่อใช้บริการธุรกรรมโดยเข้าไปยืนเขียนความต้องการในมุมที่จัดไว้แล้วนำไปส่งที่เคาน์เตอร์ พวกเขาแค่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้สิทธิ์เท่านั้น ถ้าไม่ใช้เทคโนโลยีล้ำยุคในการดึงภาพการใช้สิทธิ์ของประชาชน คอกสามด้านถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ลึกลับมากพอแล้วไม่ว่าจะหันหลังหรือเผชิญหน้ากับกรรมการเลือกตั้งก็ตาม สิ่งที่ชวนคิดอย่างหนึ่ง คือ การสร้างมุมมืดที่กรรมการในคูหาเลือกตั้งไม่มีทางเห็นว่าผู้ใช้สิทธิ์กำลังทำผิดกฎหมายอยู่ เป็นการใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์แก่ผู้ทุจริตโดยจงใจ เนื่องเพราะเทคโนโลยีทันสมัยอาจถูกนำไปใช้ในคูหาเพื่อข่มขู่ผู้ใช้สิทธิ์ได้ตลอดเวลาในพื้นที่ส่วนตัวที่เล็ดลอดสายตาของผู้ดูแลคูหา การศึกษาของประชาชนที่ไม่เท่ากันและแนวคิดการซื้อเสียงที่ทำกันง่ายอาจทำให้ต้องคิดแล้วว่า รูปแบบการตั้งคูหาเลือกตั้งที่เหมาะสมกับคนไทยแท้จริงแล้วควรเลือกแบบใด หันหลัง โปร่งใส ต่อสาธารณชน  หรือ เผชิญหน้า แต่มีมุมมืดที่ไม่มีคนใดเห็นสิ่งผิดกฎหมายในนั้น สิ่งที่ต้องให้เกิดขึ้นในการเลือกตั้งของไทยคือ ห้ามใช้เทคโนโลยีล้ำยุคในการรุกล้ำสิทธิส่วนตัวในคูหาเลือกตั้งอย่างเคร่งครัดเพราะมันมีประสิทธิภาพไม่จำกัดอันแตกต่างจากสายตามนุษย์ที่ยังจำกัดระยะการมองเห็นกันได้ เราต้องไม่ลืมว่า การตั้งคอกลงคะแนนเสียงในคูหาเลือกตั้งนั้นอยู่บนแนวคิดว่า คนในคูหาไม่สามารถมองเห็นการลงคะแนนภายในระยะสายตาของมนุษย์เท่านั้น จึงปิดกั้นการมองเห็นไว้สามด้าน ยกเว้นด้านบนไว้ แต่มิได้รวมถึงประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องมือที่สามารถมองเห็นโครงกระดูกของเราได้ทั้งที่ยังมีลมหายใจอยู่ ทำให้นักข่าวตั้งเครนยกกล้องให้สูงเพื่อเก็บภาพจากด้านบนโดยมีกฎหมายเปิดช่องไว้ ด้วยสภาวะความปลอดภัยในบ้านเมืองที่ลดลงเพราะปัญหาชายแดนภาคใต้และประสิทธิภาพของข้าราชการด้านความมั่นคงด้อยลง การลอบวางระเบิดเกิดขึ้นง่ายและบ่อยครั้ง แม้แต่พื้นที่ของเมืองหลวง มันจะส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ์ในคูหาเลือกตั้งเมื่อกรรมการไม่อาจเห็นสิ่งที่ผู้ไม่หวังดีพกติดตัวเข้าไปในคอกลงคะแนนซึ่งเป็นจุดลับสายตา แล้วติดตั้งระเบิดไว้อันเสี่ยงอันตรายต่อทุกชีวิตในคูหาเลือกตั้ง ดังนั้น ทุกคนที่รักชีวิต รักครอบครัว ควรพิจารณาทิศทางการตั้งคอกลงคะแนนอีกครั้งโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตควบคู่กับความเป็นส่วนตัว มิใช่ปล่อยให้ทุกชีวิตในคูหาเลือกตั้งเสี่ยงภัยร้ายที่กำลังระบาดไปทั่วโลกด้วยแนวคิดที่ไม่วิวัฒนาการตามยุคสมัยที่มือถือจุดระเบิดทำลายล้างชีวิตกันได้อย่างง่ายดายแล้ว หากเกิดระเบิดในคูหาเลือกตั้งครั้งเดียว จักไม่มีคนกล้าไปลงคะแนนเสียงเพราะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงตาย มันจะเป็นจุดอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างมาก จึงควรคำนึงถึงวิธีป้องกันอันตรายเป็นอันดับแรก มิใช่การรักษาภาพในอดีตมิให้ลืมเลือนด้วยการหันหน้าเข้าหากรรมการ แต่ผู้ไม่หวังดีกำระเบิดไว้ในมือยืนอยู่ในคอกลงคะแนนอันลับสายตาอย่างยิ่ง คอกลงคะแนนเสียงจึงกลายเป็นจุดอันตรายที่ทางการละเลยด้วยความประมาท สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่มั่นคงอย่างในปัจจุบันนี้กฎหมายแข็งกระด้างและคนบังคับใช้มันขาดความทันโลก  มีความประมาทต่อผู้ไม่หวังดี ทั้งที่มองเห็นจุดอ่อนเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ไม่ใช่อาวุธปืน แต่มันเป็นระเบิดที่ทำลายล้างหลายชีวิตในพริบตาเดียว ผู้ดูแลการเลือกตั้งของไทยควรพิจารณาให้รอบคอบและเปิดความคิดให้กว้างขึ้นเพื่อเลือกรูปแบบการตั้งคอกลงคะแนนในคูหาเลือกตั้งโดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม ความปลอดภัยของประชาชนควรเป็นอันดับแรก ท่ามกลางสภาวะการณ์ไม่ปกติของบ้านเมืองที่ทุกคนต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริง รูปแบบการตั้งคอกลงคะแนนเสียงที่จะคัดเลือกโดยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจึงควรอยู่บนพื้นฐานความเมตตาต่อสรรพชีวิต หน้าที่ปกป้องให้คนไทยปลอดภัยจากภัยก่อการร้าย ภัยระเบิด เมื่อไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เป็นของทางการไทยเท่านั้น เพราะประชาชนถูกบังคับให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยกฎหมาย ไม่ว่าจะปลอดภัยหรือเสี่ยงตาย พวกเขาต้องไปทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงต้องทำหน้าที่ของตนอย่างรอบคอบและจริงจัง

********************************* 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s