แลหลังม่านปฏิวัติ

แลหลังม่านปฏิวัติ

 

เขียนโดย แก้วมณี

 

การปกครองแบบประชาธิปไตยเน้นที่เสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์และมีความแตกต่างด้านความคิดและมุมมองกันได้ ระบอบนี้จะไม่เป็นที่พึงพอใจของพวกที่ชอบเผด็จการและต้องการให้ทุกคนเห็นและเชื่อในมุมมองเดียวกับตน ระบอบเผด็จการจึงกลายเป็นที่รังเกียจของประเทศส่วนใหญ่ในโลกเพราะฝืนธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งย่อมมีความแตกต่างกัน สังคมโลกที่ต้องการความสงบสุขจำต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกันบนความต่างกันได้ ประเทศใดบริหารความแตกต่างทางความคิดให้หลอมรวมกันได้ ถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในโลกแล้ว ประวัติศาสตร์ของโลกนั้นการปกครองแบบเผด็จการอาจเหมาะสมกับบางประเทศที่เจริญทางวัตถุน้อยและการศึกษาของประชากรไม่สูงนัก จึงสร้างความสงบให้ประเทศได้ หากวันใดที่การศึกษาของคนสูงขึ้น การมองโลกกว้างขึ้น การติดต่อสื่อสารระหว่างคนมีเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงไปสู่เสรีภาพแบบประชาธิปไตยในท้ายที่สุด ไม่มีมนุษย์คนใดที่มีอำนาจหยุดกาลเวลายุคหินเพื่อให้ตนยิ่งใหญ่ต่อไปได้ ตอนนี้ก็ได้เห็นยุคดิจิตอลกันแล้ว

การปกครองประชาธิปไตยเน้นที่ความสุขมวลรวมของประชากรในประเทศ ทุกคนมีสิทธิ์กำหนดทิศทางชีวิตให้ตัวเองและครอบครัว ตัวแทนประชาชนต้องทำงานเพื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีความสุข แต่ผู้ฝักใฝ่ลัทธิเผด็จการมักตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลและพวกพ้องเป็นหลัก จึงเป็นปฏิปักษ์โดยตรงกับระบอบประชาธิปไตย ส่วนใหญ่พวกเผด็จการมักใช้อาวุธในการล้มล้างประชาธิปไตย และทำสำเร็จเพราะคนรักประชาธิปไตยมักหลีกเลี่ยงการต่อสู้กัน จึงเป็นจุดอ่อนให้พวกเผด็จการฮึกเหิม แต่วัฏจักรหรือกงล้อแห่งกรรมจักเบียดให้นักปฏิวัติเหล่านั้นต้องลงจากเวทีด้วยความจำยอมต่อสัจธรรมแห่งความเสื่อม สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้คือ ความเสียหายและแผลเป็นในประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นต่อไปต้องเยียวยาแก้ไขด้วยความยากลำบาก อีกด้านหนึ่งนักปฏิวัติเหล่านั้นกลายสภาพจากข้าราชการธรรมดาเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งในสังคมที่มีเงินทอง กิจการ บ้านหลังใหญ่ในต่างประเทศซึ่งได้รับมาระหว่างการครองอำนาจและปิดบังมิให้ประชาชนรับทราบ นักปฏิวัติหลายคนจากหลากสมัยในไทยถูกเปิดเผยตัวตนและสิ่งที่เก็บงำไว้จากการดำเนินคดีในศาลระหว่างทายาทแห่งกองมรดก เมื่อนำประวัติการรับราชการในอดีตเทียบเวลาที่มีอำนาจสูงสุดในบ้านเมืองจากการปฏิวัติซึ่งสั้นกว่ามาก แล้วเปรียบกับข้าราชการระดับเดียวกันจักมองเห็นชัดถึงค่าตอบแทนที่ได้รับจากการปฏิวัติที่ประสบความสำเร็จ เปลี่ยนแปลงชีวิตทีมงานปฏิวัติทุกคนไปอย่างสิ้นเชิง ส่วนประชาชนต้องใช้ชีวิตอย่างอดทนต่อความล้มเหลวในการบริหารประเทศด้วยการสูญเสียเงินทอง กิจการ ครอบครัว เนื่องเพราะการปฏิวัติล้มล้างระบอบการปกครองบ้านเมือง มันเป็นประวัติศาสตร์ให้คนเรียนรู้กันได้ หลายคนคาดหวังว่าสติปัญญาและการศึกษาของคนไทยสูงขึ้นกว่าในอดีตแล้ว ไม่น่าจะมีการปฏิวัติรัฐประหารกันอีกเพราะเวลาพิสูจน์ผลเสียหายของประเทศโดยรวมและผลประโยชน์แอบแฝงที่มอบให้นักปฏิวัติทั้งหลายมาแล้ว ในที่สุดก็ได้ทราบว่าความคิดเรื่องปฏิวัติชิงอำนาจด้วยอาวุธยังไม่หมดไปจากสมองของคนไทยพวกหนึ่งที่ครอบครองอาวุธสงครามโดยอาศัยจุดอ่อนความรักสงบของคนไทยเป็นหลัก

การปฏิวัติสมัยใหม่มีความซับซ้อน แต่ยังมีการหักเหลี่ยมเฉือนคมและทรยศหักหลังเหมือนเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มีชีวิตและตำแหน่งหน้าที่เป็นเดิมพัน มิใช่แลกกับค่าตั๋วหนังเท่านั้น ความแตกต่างระหว่างการปฏิวัติของประเทศด้อยพัฒนาในทวีปเอเชียหรือทวีปแอฟริกากับในไทยเริ่มเห็นวิวัฒนาการชัดขึ้น ในทวีปด้อยพัฒนานั้นหัวหน้าปฏิวัติจะขึ้นครองอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศด้วยตัวเอง แล้วแบ่งผลประโยชน์หรือตำแหน่งแก่พรรคพวกเพื่อตอบแทนค่าเหนื่อย แต่ในไทยผู้เป็นหัวหน้าจะเลือกผู้นำบ้านเมืองคนหนึ่งเพื่อใช้แสดงตนต่อสาธารณชนและต้อนรับแขกเมือง ส่วนเขายืนอยู่หลังม่านคอยปกป้องผลประโยชน์ของตนกับพวกพ้อง และชี้นำทิศทางการบริหารประเทศโดยสร้างกฎหมายขึ้นรองรับอำนาจสูงสุดของตนไว้ด้วยการปลดผู้นำคนนั้นเมื่อใดก็ได้ จักมองเห็นว่าประเทศมีผู้นำครองอำนาจปกครองบ้านเมืองสองคนในเวลาเดียวกัน คล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในเขมร แต่ไทยทำได้แนบเนียนด้วยธรรมนูญปกครองรองรับอำนาจเหล่านั้นไว้ บรรดาผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติที่มีหลากหลายประเภทต่างพยายามซ่อนบทบาทของตนไว้แล้วเก็บเกี่ยวผลตอบแทนอย่างเงียบเชียบโดยไม่สนใจต่อความเสียหายของบ้านเมือง การปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้งทั้งที่เศรษฐกิจยังเติบโตสูง ประชาชนมีเงินใช้จ่ายคล่องมือ เพียงต้องการแย่งอำนาจสูงสุดของอีกฝ่าย พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ทำไปเป็นความเลวร้าย แต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนหรือรักษาอำนาจความนับถือไว้ที่ตน กอปรกับโลกยุคใหม่ที่การติดต่อสื่อสารกันทำได้แค่เคาะนิ้วมือเดียว ทำให้ความลับล่องลอยไปถึงคนอื่นง่ายและเร็วขึ้นจนกระทั่งรายชื่อผู้บัญชาการปฏิวัติตัวจริงเป็นที่รับทราบกันไปทั่วโลก หลายคนอายที่จะยอมรับบทบาทยิ่งใหญ่ของตน บางคนยอมรับสิ่งที่กระทำไปแล้วเดินหน้าต่อไปในหัวโขนที่ตนสวมไว้

การแย่งเสรีภาพของประชาชนซึ่งมีจำนวนมากกว่าโดยทีมปฏิวัติทำสำเร็จ แต่การเอาใจประชาชนมิให้ต่อต้านพฤติกรรมของตนค่อนข้างยากและต้องใช้ศิลปะอย่างมาก เวลาหลายเดือนที่ผ่านมาจะเห็นฝีมือบริหารประเทศของรัฐบาลแต่งตั้งจากการปฏิวัติซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านไปครั้งหนึ่งจากนโยบายการเงินที่ผิดพลาดและอ่อนด้อยประสบการณ์ ต่อมาจักเห็นค่าเงินบาทแข็งขึ้นซึ่งผู้มีอำนาจยอมรับโดยปริยายว่าไม่มีความสามารถแก้ไขและขอให้เอกชนเอาตัวรอดเองจนทำลายธุรกิจของไทยลง การเลิกจ้างคนงานมีให้เห็นมากขึ้นทุกวัน รัฐบาลภายใต้ผู้นำบ้านเมืองสองคนกลับเน้นนโยบายไปที่การทำลายฐานการเมืองของศัตรูเก่า แล้วเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ตามที่ตนต้องการด้วยการเคลือบของหวานที่คนทั่วไปชื่นชอบ แล้วสอดไส้การรักษาอำนาจของตนไว้ พร้อมกับขอคำรับรองจากประชาชนเพื่อความชอบธรรม นอกจากนั้นยังใช้พรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเดิมซึ่งเคยพ่ายแพ้ต่อพรรครัฐบาลเดิมและยอมรับใช้เป็นหุ่นเชิดเพื่อหวังชัยชนะในสนามเลือกตั้งภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเผด็จการ ตามประวัติศาสตร์การปฏิวัติในไทยยังไม่เคยมีหัวหน้าปฏิวัติคนใดยอมออกจากอำนาจไปใช้ชีวิตแบบสมถะ แต่จะผันตัวเองแอบแฝงไปอยู่หลายสถานะทั้งเป็นผู้นำเองหรือบัญชาการตัวแทนเชิดอยู่หลังม่านจนกว่ากาลสมัยของตนยุติลงตามสัจธรรมเรื่องอำนาจเสื่อมหรือพ่ายแพ้ต่อความตาย

คนไทยต้องยอมรับความจริงว่า บ้านเมืองของเรามีผู้นำสองคนที่กำลังแสดงตนต่อสาธารณชนทางสื่อมวลชนทุกสัปดาห์เพื่อเน้นบทบาทหรืออำนาจของเขา ตามอำนาจในธรรมนูญปกครองบ้านเมืองผู้นำสูงสุดของประเทศมิใช่นายกรัฐมนตรี แต่เป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติซึ่งมีอำนาจเพียงผู้เดียวในการปลดนายกรัฐมนตรีซึ่งมีความรับผิดชอบในการบริหารประเทศอันแตกต่างจากหลักพื้นฐานปกครองประเทศของสากลโลก จึงไม่แปลกที่การทำงานของรัฐบาลต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงอำนาจสูงสุดตามธรรมนูญก่อนด้วยการอนุญาตพิเศษให้ผู้นำสูงสุดตามธรรมนูญเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีได้ กฎอัยการศึกซึ่งให้อำนาจแก่ทหารในการดูแลความสงบสุขของบ้านเมืองและกำจัดศัตรูทางการเมืองให้คณะปฏิวัติยังบังคับใช้ในเมืองหลวงและหลายเมืองใหญ่ๆของประเทศไทย มันแสดงว่ายังมีความเห็นแตกต่างและไม่ยอมรับพฤติกรรมครั้งนี้อยู่มากในหมู่ประชาชน จึงต้องควบคุมความคิดและการเคลื่อนไหวที่แตกต่างจากตนไว้อย่างเข้มงวด ทีมบริหารประเทศที่เลือกสรรจากพรรคพวกโดยไม่ใส่ใจต่อฝีมือการทำงานของแต่ละคนโดยคณะปฏิวัติและผู้อยู่เบื้องหลังทำลายความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของไทยลงจนกระทั่งถึงจุดที่ธุรกิจระดับกลางและเล็กปิดตัว ส่วนรายใหญ่ก็ประคองตัวเองไว้ ไม่กล้าขยายงาน แล้วยังคิดปลดหรือลดคนงานเพื่อความอยู่รอดที่ยาวนานขึ้นด้วยหวังว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะได้รัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยที่เก่งพอจะพาเรือรั่วลำนี้ฝ่ามรสุมระดับสากลไปได้ นอกจากความสามารถของทีมบริหารประเทศที่สร้างปัญหาแก่ชาติแล้ว ภาพพจน์รัฐบาลภายใต้การปฏิวัติและการไม่มีอำนาจแท้จริงของผู้นำบ้านเมืองตามหลักปกครองสร้างความสับสนและการไม่ยอมรับจากประเทศส่วนใหญ่ในโลกประชาธิปไตย จึงเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยซึ่งทำการค้าในโลกเสรีเป็นหลัก แต่เจรจาการค้าเพื่อคลี่คลายปัญหาไม่ได้เพราะประเทศเหล่านั้นยืนยันจะพูดคุยกับรัฐบาลจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น มันจึงกลายเป็นปัญหาซับซ้อนมากขึ้น เอกชนไทยไม่มีพละกำลังในการแก้ไขปัญหานี้ได้ ขณะที่รัฐบาลปัจจุบันก็ไม่เป็นที่ต้อนรับในวงการค้าของโลก รัฐบาลพยายามฝังความคิดว่าประเทศของตนอยู่โดดเดี่ยวได้โดยไม่ต้องมีเพื่อนบ้าน ไม่ต้องค้าขายก็ได้ แค่ทำกินในครัวเรือนก็เพียงพอแล้ว ทำให้ฐานเศรษฐกิจที่สร้างไว้เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศรวนเรทันทีเพราะนโยบายเปลี่ยนกะทันหันและส่งผลร้ายอย่างมากเมื่อรัฐบาลนิ่งเฉยและรังเกียจการค้าขายหากำไร  ส่วนทีมปฏิวัติหมกมุ่นกับการเข้าไปหาประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจที่มีผลประโยชน์มหาศาลด้วยการแจกตำแหน่งคนละหลายแห่ง บางคนมีชื่อในหน่วยงานถึงห้าแห่ง การตกงานของลูกจ้างจึงเป็นเรื่องเล็กในสายตาของพวกเขา แล้วโยนให้รัฐบาลซึ่งต้องรอฟังความเห็นชอบจากผู้แต่งตั้งตนก่อนรับผิดชอบฝ่ายเดียว ดังนั้น สภาวะบ้านเมืองที่สับสนเช่นนี้ คนไทยจำต้องอดทนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดให้ได้เยี่ยงเดียวกับคนในอดีตซึ่งเคยผ่านการปฏิวัติในไทยมาหลายครั้งและเห็นความหายนะจากผู้นำเหล่านั้นมาแล้ว การนิ่งเฉยหรือปรับตัวมิใช่การยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการหรือการปฏิวัติ แต่เป็นการสร้างความสงบให้แก่ชีวิตของตนและครอบครัวระหว่างรอให้วัฏจักรแห่งการล่มสลายของอำนาจเถื่อนเวียนมาถึงพวกเขาตามหลักสัจธรรมที่ไม่มีผู้ใดเลี่ยงได้เยี่ยงเดียวกับความตาย เมื่อถึงเวลานั้นท้องฟ้าจักเป็นสีฟ้าสดใสธรรมชาติโดยที่มือของพวกเราไม่ต้องเปื้อนเลือด แค่ต้องทนเห็นความสุขสบายของนักปฏิวัติที่เอาไปจากบ้านเมืองและประชาชนเท่านั้น จงแน่ใจได้ว่ากรรมต้องสนองสิ่งที่พวกเขากระทำต่อบ้านเมืองอย่างแน่นอน เขาและลูกหลานต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำไว้ตามหลักกฎแห่งกรรม หากคิดได้เช่นนี้รับรองว่าคนไทยจะมีความสุขมากท่ามกลางฝุ่นควันและม่านหมอกแห่งการปฏิวัติที่เกิดขึ้นในวันนี้และภายหน้า ตราบใดที่ทหารถืออาวุธยังไม่พัฒนาสติปัญญาให้ทันโลกยุคดิจิตอลซึ่งรอบรู้และรู้เท่าทันกันด้วยนิ้วมือเดียว แม้แต่การทำลายล้างประเทศใดประเทศหนึ่งก็ทำได้ด้วยปลายนิ้วกดปุ่มเท่านั้น แล้วจะปกปิดหรือกลบเกลื่อนคนไทยให้เชื่อว่าการปฏิวัติเป็นวิธีปกครองประเทศเยี่ยมที่สุดในโลกได้อย่างไร คนนั่งหน้าจออยู่ต่างประเทศยังรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติในไทยเป็นใคร แล้วจะมีความลับใดที่ไม่มีคนรู้ได้อีก โลกหมุน เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกวัน แต่คนไม่ยอมหมุนตามและหลงตนผิดยุคสมัย อาจเป็นคนน่าสมเพชที่สุดในโลกก็ได้

 

**************************** 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s