ดอกไม้วันวาน ตกงานวันนี้

ดอกไม้วันวาน ตกงานวันนี้

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

ภาวะค่าเงินบาทแข็งเริ่มส่งผลร้ายต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมทำให้การประกันราคาผลผลิตไม่สูงคุ้มกับการลงทุนเพราะสินค้าของไทยจะมีราคาสูงกว่าชาติอื่นซึ่งผลิตสินค้าประเภทและระดับเดียวกันเมื่อมีการส่งออกไปขายต่างประเทศ อันเนื่องจากนโยบายบริหารการเงินของรัฐบาลไม่ฉับไวและไร้ความสามารถ จึงไม่มีวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ นอกจากนั้นการขายภายในประเทศก็มีราคาต่ำและกำลังซื้อของประชาชนลดต่ำลงเช่นเดียวกัน ผู้มีหน้าที่ดูแลค่าเงินบาทให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณชนว่า ภาครัฐไม่มีนโยบายใดเพื่อแก้ไขภาวะการแข็งค่าของเงินบาทอีกแล้ว ภาคเอกชนต้องช่วยตัวเองตามลำพัง หลายคนฟังคำพูดนี้ย่อมห่อเหี่ยวใจในการฝ่ามรสุมเศรษฐกิจด้วยความโดดเดี่ยว แม้แต่ภาครัฐยังยกธงยอมแพ้ แล้วบอกให้เอาตัวรอดกันเอง มันหมายความว่าหลายธุรกิจโดยเฉพาะขนาดกลางและเล็กจักต้องปิดตัวเพราะทนแบกรับต้นทุนสูงและขายสินค้าไม่ได้

การรักษาค่าเงินบาทนั้นเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งจำต้องเลือกทฤษฎีการเงินไปใช้ให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของชาติและความอยู่รอดของธุรกิจคนไทยเป็นหลักใหญ่ ทั้งนี้ยังต้องเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลด้วย คำให้สัมภาษณ์ของผู้นำองค์กรระดับชาติที่ให้เอกชนช่วยตัวเองและภาครัฐไม่มีเงินทุนมากพอจะแก้ไขภาวะนี้แล้ว ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ระดับปรมาจารย์ในเมืองไทยต่างวิจารณ์การทำงานและให้ข้อเสนอแนะมากมายเพื่อใช้ฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้เพราะไม่มั่นใจในการทำงานและวิจารณญาณของผู้นำองค์กรหรือรัฐบาลอีก ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้ธุรกิจคนไทยต้องล่มสลายเพราะการบริหารนโยบายการเงินผิดพลาดและไม่รวดเร็วจากภาครัฐซึ่งล้วนเคยชินกับระบบเจ้าขุนมูลนาย แล้วยังต้องคอยฟังคำสั่งจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลซึ่งแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติที่มีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศปัจจุบันนี้อันเป็นการขาดความอิสระอย่างแท้จริงซึ่งแตกต่างจากองค์กรประเภทเดียวกันในชาติตะวันตก ยิ่งในภาวะหลังการปฏิวัติซึ่งส่งผลร้ายต่อภาพพจน์ของชาติจึงเป็นการซ้ำเติมความบอบช้ำให้ชาติมากขึ้นเมื่อการแข็งค่าของเงินบาทส่อแววและส่งสัญญาณเตือนมาหลายเดือนแล้ว การแก้ปัญหาครั้งแรกหลังจากคณะปฏิวัติแต่งตั้งรัฐบาลก็เลือกนโยบายแก้ไขที่ช้าและไม่ถูกต้องทำให้เกิดความเสียหายต่อชาติหลายหมื่นล้านบาท อันแสดงถึงการด้อยความสามารถของผู้นำองค์กรและรัฐบาลที่ดูแลปัญหานี้ อีกทั้งยังขาดความฉับไวเท่าทันยุคสมัยตามคำวิจารณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของไทยและของต่างประเทศที่มองวิจารณญาณขององค์กรดังกล่าวหรือรัฐบาลนับแต่มีการปฏิวัติโดยเปรียบเทียบกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลเดิมซึ่งเคยพบปัญหาเดียวกันในสมัยของพวกเขาและผ่านพ้นไปด้วยดี

ปัญหาต่อเนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาทซึ่งภาครัฐสารภาพว่าไม่มีทางแก้ไขแล้ว คือ ต้นทุนสูง ราคาสินค้าไทยสูง ทำให้ขายของยากขึ้นหรือขายไม่ได้เลย หากเทียบกับประเทศที่ผลิตสินค้าประเภทและชนิดเดียวกันซึ่งมีราคาถูกกว่า ถ้าค่าเงินบาทอยู่ในระดับเหมาะสม ศักยภาพสินค้าของไทยย่อมเป็นที่ดึงดูดใจและไว้วางใจของผู้ซื้อได้มาก เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจนายจ้างจำต้องลดต้นทุนเป็นอันดับแรก นั่นคือ ค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้า แนวคิดการลดค่าใช้จ่ายที่รวดเร็วและเห็นตัวเลขชัดเจนซึ่งนำไปใช้ทั้งในธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก คือ การลดคนงานลง จักทำให้ตัวเลขต้นทุนต่ำลงทันตา เท่ากับยืดเวลาปิดกิจการออกไปได้ระยะหนึ่ง มันเป็นวิธีสากลที่ใช้กันทั่วโลก ดังเช่น ธุรกิจรถยนต์ของโลกชะลอตัวลง บริษัทรถต่างปลดคนงานตามสาขาต่างๆทั่วโลก ธุรกิจคอมพิวเตอร์ก็ปลดคนออกจากโรงงานต่างๆทั่วโลก เป็นต้น ข่าวการลดคนงานหรือปิดกิจการของธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป ธุรกิจทำรองเท้า ธุรกิจทำกระจกขนาดใหญ่ ธุรกิจค้าปลีก ซึ่งต้องปลดคนงานรวมกันอย่างน้อยห้าพันคนสร้างความสะเทือนใจแก่คนไทยอย่างมาก ยามคิดถึงภาระหนี้สิน เงินใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งคนงานเหล่านั้นต้องรับผิดชอบต่อหลายชีวิต แต่ก็ต้องเห็นใจนายจ้างที่ไม่อาจรักษาธุรกิจของตนไว้ บ้างต้องรักษาธุรกิจให้มีลมหายใจนานขึ้นจึงต้องเลือกรักษาคนงานส่วนหนึ่ง ปลดบางส่วนออกไป ขณะที่ภาครัฐบอกย้ำให้ภาคเอกชนช่วยตัวเองรอดพ้นปัญหานี้เอง ทั้งที่ค่าเงินบาทแข็งหรืออ่อนเป็นเรื่องใหญ่เกินกำลังของภาคเอกชนจักทำได้ตามลำพัง แต่เป็นหน้าที่หลักของภาครัฐซึ่งปัดความรับผิดชอบด้วยข้ออ้างว่าไม่มีเงินทุนมากพอจะแก้ไขเรื่องนี้ ทั้งที่วิธีแก้ไขหลายอย่างไม่ต้องใช้เงินทองเลย

หากคิดทบทวนไปถึงภาพประชาชนบางคนมอบดอกไม้แก่พลพรรคปฏิวัติยึดเสรีภาพคนไทยตามท้องถนนที่ผ่านไปเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้ สิ่งที่คนไทยซึ่งมีพละกำลังอ่อนด้อยและใช้แรงงานแลกค่าแรงได้รับการตอบแทน คือ ต้องประสบความทุกข์ยากเนื่องจากการตกงานเพราะอ่อนด้อยความสามารถของทีมบริหารเศรษฐกิจ กอปรกับผลร้ายจากภาพพจน์การปฏิวัติทำลายประชาธิปไตยของเมืองไทยทำให้เศรษฐกิจตกต่ำลงต่อเนื่องซึ่งนักวิชาการหลายท่านเคยออกมาเตือนสาธารณชนแล้วว่า ผลร้ายนั้นจะเกิดตามมาและกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน บัดนี้ คนกลุ่มแรกที่รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ การเงินฝืดเคือง ธุรกิจรอดยาก คือ กลุ่มลูกจ้าง โดยเฉพาะลูกจ้างโรงงานผลิตสินค้าที่ต้องใช้แรงงานเป็นหลักใหญ่ เจ้าของโรงงานมีหนี้สินเพิ่ม ขายสินค้าไม่ได้ ต้องปิดกิจการหลายแห่ง นอกจากนั้นธุรกิจโรงแรมซึ่งอาศัยลูกค้าต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย แต่การปฏิวัติทำลายการท่องเที่ยวของไทยลงอย่างราบคาบและไร้กาลเวลาสิ้นสุด ทำให้หลายโรงแรมต้องปิดตัว ขายกิจการ ปลดคนงาน เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ส่วนธุรกิจด้านโปรแกรมหรือคอมพิวเตอร์ เมื่อการพัฒนาไอทีของไทยหยุดชะงักเพราะขัดต่อนโยบายพอเพียงของรัฐบาล ทำให้หลายบริษัทหยุดการขยายตัว ลดคนงานลง ปิดกิจการซึ่งกระทบต่อลูกจ้างระดับปัญญาชนรุ่นเก่าหรือกำลังจบการศึกษาในรุ่นต่อไปที่จะเข้าไปอยู่ในสถิติคนว่างงาน ขณะเดียวกันรัฐบาลจากการแต่งตั้งต้องการสร้างภาพดีให้กับการปฏิวัติว่าทำให้ชาติเจริญและพัฒนา จึงต้องใช้เงินทุนสูงมากในการสร้างวัตถุชิ้นใหญ่ให้ประชาชนเห็นว่ามีบางสิ่งเพิ่มขึ้นหลังการปฏิวัติแล้ว อันเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานการเงินของรัฐในการจัดหาและแบ่งสรรไปให้รัฐบาลใช้จ่ายอย่างสะดวกมือ กอปรกับการค้าขายฝืดเคืองเพราะค่าเงินบาทแข็งและรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทำให้ประเทศต่างๆไม่เจรจาการค้าด้วย ทีมงานบริหารชาติที่ชราภาพและขาดความฉับไวเท่าทันกับการค้าขายหรือเงินทุนของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะการติดนิสัยข้าราชการที่ไม่กล้าตัดสินใจเพราะกลัวความรับผิดชอบใดๆ ยิ่งเพิ่มปัญหาความตกต่ำทางเศรษฐกิจของไทยขึ้น เมื่อภาครัฐด้อยประสิทธิภาพด้านนโยบาย ภาคเอกชนอ่อนพละกำลังทุกด้าน ผลกระทบหนักหน่วงจึงตกอยู่กับผู้ใช้แรงงานแลกเงิน แล้วยังต่อเนื่องไปถึงผู้ผลิตสินค้าเกษตรในไม่ช้านี้

ช่วงก่อนการปฏิวัตินั้นภาวะเศรษฐกิจของไทยดีขึ้นตามลำดับ รัฐบาลในเวลานั้นใช้นโยบายการค้าเชิงรุกโดยอาศัยศักยภาพการผลิตและผลผลิตของไทยเป็นหัวหอกในการนำร่องไปเสนอขายถึงประเทศผู้ขายที่มีศักยภาพในการซื้อทุกทวีปทั่วโลกเพื่อระบายสินค้าไทยออกไปแล้วนำเงินตราเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ฐานะการเงินของประเทศเปลี่ยนจากลูกหนี้ใกล้ล้มละลายเป็นเจ้าหนี้ของเพื่อนบ้านหรือผู้บริจาคแก่ประเทศที่ด้อยโอกาสกว่าไทย คนไทยทุกระดับต่างได้รับอานิสงส์จากการทำงานเชิงรุกครั้งนั้นถ้วนหน้า ราคาน้ำมันสูง ค่าเงินบาทแข็งตัวเป็นช่วงๆ หรือการแวะโจมตีค่าเงินบาทเป็นระยะ ทีมบริหารเศรษฐกิจก็แก้ไขให้ผ่านพ้นไปได้อย่างดี มันแสดงถึงฝีมือการตัดสินใจ การทำงาน และวิสัยทัศน์ของทีมงานชุดนั้นอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องอาศัยการโปรโมตชวนเชื่อ การท่องเที่ยวของไทยรุ่งเรืองเพราะความเชื่อมั่นในความมั่นคงของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งที่มีปัญหาความไม่สงบทางภาคใต้คุกรุ่นอยู่ นักท่องเที่ยวยังเข้าเมืองไทยมากต่อเนื่องจนต้องมีการเจรจาเพิ่มเที่ยวบินและขอเพิ่มจำนวนคนจีนเข้าเที่ยวในไทย ต่อมาหลังการปฏิวัติกลับมีความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือในสนามบินสุวรรณภูมิอันเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยจากทีมงานปฏิวัติจนกระทั่งการท่องเที่ยวตกต่ำทันใจ สายการบินต่างชาติลดเที่ยวบินไปไทยลงเพราะไม่วางใจต่อสถานการณ์ของประเทศที่คณะปฏิวัติมุ่งทำลายภาพพจน์สนามบินลงอย่างไม่ละอายใจต่อความเป็นคนไทย ดอกไม้ที่บางคนแสดงความชื่นชมการปฏิวัติยึดเสรีภาพและทำลายความสุขสบายของคนไทยส่งผลร้ายต่อคนไทยกลุ่มใหญ่แล้ว คือ กลุ่มลูกจ้าง เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่หยุดการเติบโตเพราะหนี้สินเพิ่มสูงทันตาและเกินจะรับไหว ต่อไปจะต้องมีการลดพนักงานลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ เชื่อได้ว่าบางครอบครัวที่เคยมอบดอกไม้และแสดงความยินดีกับการปฏิวัติวันวาน อาจมีสมาชิกในครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการด้อยประสิทธิภาพในการทำงานของคนที่รับการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติด้วยการตกงาน กิจการเจ๊ง เงินทองลดน้อยลงเพราะภาวะขาดทุน หนี้สินผ่อนบ้านหรือรถกลายเป็นปัญหาหนักใจเพราะรายได้น้อยลง มันเป็นผลลัพธ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์การปฏิวัติของไทย แต่พวกเขาลืมเลือนและหลงระเริงไปกับคำประกาศชวนเชื่อว่าปฏิวัติเป็นมงคลต่อชีวิตข้างหน้าและขัดแย้งกับคนทั้งโลกที่เชื่อกันว่า การปฏิวัติเป็นศัตรูร้ายของระบอบประชาธิปไตย เพราะมันยึดเสรีภาพและความสุขไปควบคุมไว้ในมือของคนกลุ่มเดียว มิใช่ประชาชนของประเทศที่กำหนดชะตาชีวิตทุกข์และสุขเองได้

บทความหนึ่งเขียนไว้ให้คนไทยคิดทบทวนกันว่า ทหารไทยทำการปฏิวัติ ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทำลายรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ยึดสิทธิเสรีภาพคนไทย กำหนดระดับความสุขที่ควรพอเพียงของคนไทยแต่ละคน โดยใช้ทหารถืออาวุธ เคลื่อนรถถัง ไปทุกมุมเมืองของประเทศได้ในพริบตาเดียวและชนะอย่างสวยงามประกอบภาพเขียนล้อเลียนว่า เอาปืนจี้หัวของประชาชนไว้ แต่มีสองสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำสำเร็จทั้งที่มีอาวุธครบมือ คือ การบริหารเศรษฐกิจของประเทศ และ การปราบโจรภาคใต้ซึ่งมีแค่สี่จังหวัดเท่านั้น คำถามคาใจคนไทย คือ ถ้าเกิดการรุกรานด้านทหารตามชายแดนเต็มรูปแบบ คนไทยคงต้องนั่งใจสั่นและคาดเดาด้วยความไม่สบายใจแน่ เนื่องเพราะพวกเขาต้องต่อสู้กับนักรบตัวจริง มิใช่ประชาชนที่ไร้อาวุธ แค่โจรภาคใต้ซึ่งมีอาวุธอ่อนด้อยกว่ากองทัพไทย ทหารไทย ตำรวจ ข้าราชการ กับคนบริสุทธิ์ยังตายกันปีละหลายร้อยคนแล้วทั้งที่ทหารใช้กฎอัยการศึกดูแลพื้นที่ดังกล่าวเต็มรูปแบบ มีอำนาจสูงสุดฝ่ายเดียวในการบังคับบัญชาการทุกหน่วยงานรัฐตามกฎอัยการศึก ยังมีจำนวนทหารตายมากเพียงนี้ หลายคนคงไม่อยากทราบคำตอบนี้แน่เมื่อทหารมิได้ใช้ทักษะถนัดของตนให้ถูกต้องกับวิชาชีพ แต่กระโดดข้ามไปบริหารประเทศซึ่งใช้ทักษะอีกรูปแบบหนึ่งที่ตนไม่คุ้นเคย แต่อยากเป็น คนไทยจึงต้องรับเคราะห์เป็นหนูทดลองฝีมือบริหารของคนถืออาวุธมากกว่าถือปากกาหรืออ่านหนังสือ แล้วยังเป็นเครื่องประดับบารมีแก่ผู้ปกครองด้วย สิ่งที่คนไทยทำได้เวลานี้ คือ ช่วยตัวเองให้อยู่รอด มีเงินใช้ ข้าวกินครบสามมื้อ รอคอยวันฟ้าใส เท่านั้น โดยเฉพาะคนเมืองหลวงและบางเมืองใหญ่พึงจำไว้ด้วยว่า ทุกการกระทำของท่านภายในจังหวัดอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกซึ่งทหารเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด และธรรมนูญจะอยู่ต่ำกว่ากฎอัยการศึก เพียงแต่พวกเขาจะเลือกใช้อำนาจดังกล่าวเมื่อใดหรือใช้กับใครก็ได้ การที่ไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงข้อสำคัญนี้ทางสื่อสาธารณะทำให้หลายคนลืมเลือนกฎอัยการศึกในพื้นที่ของตน แล้วอาจใช้เสรีภาพตามธรรมนูญไปด้วยความหลงพลาด ซึ่งจักนำภัยมืดและโทษทัณฑ์ไปตกแก่ตนอย่างไม่คาดคิด มันเป็นไปตามหลักกฎหมายที่ทุกคนต้องเคารพและยอมรับดังคำกล่าวโบราณว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม จึงรอดพ้นภัยได้

 

 

******************************** 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s