ลูกโยน

ลูกโยน

 

เขียนโดย  ลูกแก้ว

 

การคาดการณ์ด้านเศรษฐกิจของไทยจากหลายสำนักในไทยและต่างประเทศบอกตรงกันว่า ต้องตกต่ำลงแน่นอน แล้วตามด้วยข่าวสถิติการส่งออกสินค้าลดฮวบลงทั้งด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจากการกีดกันของหลายประเทศซึ่งปกป้องสินค้าของตัวเอง ล่าสุดเป็นการประกาศขึ้นบัญชีดำประเทศไทยในฐานะต้องเฝ้าระวังพิเศษด้านลิขสิทธิ์ อันสืบเนื่องจากการบังคับใช้สิทธิบัตรยาแบบแข็งกร้าวของไทย มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐต้องออกมาตรการกดดันตามมาอย่างแน่นอน จักส่งผลซ้ำเติมความตกต่ำทางเศรษฐกิจของชาติอีก แต่น้อยคนที่จักยอมพูดความจริงอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำลายความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่ไทยมีตลอดสี่ห้าปีที่ผ่านมาหลังจากการเป็นลูกหนี้ไอ เอ็ม เอฟ เมื่อปี พ.ศ. 2540 นั่นคือ การปฏิวัติเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งแต่งตั้งรัฐบาลที่มิได้มาตามระบอบประชาธิปไตย ทำให้การเจรจาการค้าหรือติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตหยุดชะงักลงด้วยเหตุที่รัฐบาลไม่เป็นที่ยอมรับของโลก และกลายเป็นโอกาสทองของคู่แข่งการค้ากับไทยที่ช่วงชิงตลาดไปได้อย่างง่ายดาย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และอื่นๆ ต่างได้รับอานิสงส์จากรัฐบาลปฏิวัติชุดนี้เนื่องเพราะคณะบริหารชุดใหม่ตระหนักดีว่าการทูตและการค้าของไทยไม่มีวันเจริญได้เพราะประเทศใหญ่ซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญของไทย เช่น สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เป็นต้นไม่ยอมเจรจาใดๆกับรัฐบาลที่มิได้มาจากระบอบประชาธิปไตยหรือเป็นไปตามกฎหมายอันชอบธรรม พวกเขาจึงหันไปสนใจกวาดล้างนักการเมืองในรัฐบาลเดิมเป็นหลัก อันเป็นการทับถมปัญหาการค้าของไทยให้ทรุดหนักขึ้นอีก

เศรษฐกิจไทยจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำต้องมาจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับเอกชน ปัญหาหลายอย่างต้องอาศัยอำนาจและสายสัมพันธ์ของรัฐบาลในการแก้ไขหรือคลี่คลาย โดยเอกชนเป็นผู้ติดตามและสนับสนุน นโยบายทางการค้าเชิงรุกของไทยที่เริ่มเข้มแข็งขึ้นหลังพ้นจากการเป็นลูกหนี้ ไอ เอ็ม เอฟ ด้วยการบริหารระบบเศรษฐกิจในและนอกประเทศของรัฐบาลจากการเลือกตั้งของนายกฯทักษิณช่วยให้ไทยพ้นจากการกีดกันทางการค้าของประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นได้หลายครั้งซึ่งคนไทยต่างทราบเป็นอย่างดี เมื่อเกิดการยึดอำนาจและทำลายระบอบประชาธิปไตย แล้วแต่งตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้การบริหารของคณะทหารจึงเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านเศรษฐกิจใหม่โดยไม่สนใจการค้าขายและยึดการผลิตเพื่อใช้ในประเทศเป็นหลัก โดยลดทอนการดูแลตลาดการค้าต่างประเทศลง รวมทั้งการเปลี่ยนบทบาทเชิงรุกของกระทรวงต่างประเทศกลับมาในจุดเดิม คือ การตั้งรับและเริ่มทำงานเมื่อได้รับคำสั่งเฉพาะเรื่องและคอยต้อนรับแขกเมืองเท่านั้น ทำให้ไทยไม่สามารถแก้ไข ตอบโต้ ข้อกล่าวหาหรือมาตรการกีดกันของชาตินั้นๆได้ทันเวลาเหมือนในอดีต เพียงไม่กี่เดือนหลังจากการปฏิวัติเปลี่ยนระบอบการปกครองใหม่เริ่มส่งผลร้ายแก่ระบบเศรษฐกิจไทยซึ่งพึ่งพากันระหว่างการส่งออกและสินค้าในประเทศมากขึ้นจนกระทั่งประชาชนสัมผัสความลำบากเพิ่มขึ้นแล้ว แต่รัฐบาลพยายามพูดบิดเบือนว่าเศรษฐกิจยังดีและไม่ต้องพึ่งพิงการค้ากับต่างชาติ ทั้งที่ไทยก้าวออกไปมีปฏิสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ามากกว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน เศรษฐกิจไทยจึงเกี่ยวพันกับต่างชาติมากขึ้น สินค้าส่งออกบางตัวส่งผลต่อราคาสินค้าในประเทศอย่างมาก เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง กุ้ง เป็นต้น ดังนั้น ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศจึงมีความลึกซึ้งและต้องใช้ศิลปะสูงในการเจรจาพูดคุยเพื่อรักษาลูกค้าหรือผลประโยชน์ของชาติไว้ มิใช่การใช้อำนาจเพื่อเรียกคะแนนนิยมแก่กลุ่มของตนเนื่องเพราะต้องยอมรับความจริงก่อนว่าประเทศไทยมิใช่มหาอำนาจทางทหารหรือเศรษฐกิจของโลก การเจรจาพูดคุยจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น

รัฐบาลภายใต้ระบอบเผด็จการทหารนั้นโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจซึ่งทำงานเพื่อปากท้องของคนไทยล้วนเกษียณมาจากระบบราชการ วัยชรา ความฉับไวลดน้อยลง ยังติดระบบการรอรับไหว้หรือรอการร้องขอจากคนอื่นเป็นหลัก ขณะที่การค้าของสากลโลก ณ เวลานี้ ผู้ผลิตต้องเดินออกไปหาลูกค้า เปิดตลาดใหม่ รักษาตลาดเก่าไว้ให้แน่น รับรู้และแก้ไขปัญหาฉับไว ส่วนการตอบโต้ กีดกัน ของหลายประเทศเพื่อปกป้องตลาดของตนไว้เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ทีมเศรษฐกิจจึงต้องใช้กลวิธีทุกรูปแบบเพื่อลดทอนความเสียหาย รักษาตลาดไว้ให้ดีที่สุด รู้จักใช้จุดอ่อน จุดแข็ง ของประเทศในการเจรจาพูดคุย ซึ่งต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชน ถ้าการส่งสินค้าออกหรือการลงทุนจากภายนอกลดน้อยลง จักส่งผลร้ายต่อผลิตผลภายในประเทศและความเป็นอยู่ของคนไทยแน่นอน ดังเช่น หากขายข้าวได้น้อยลง ย่อมมีผลต่อการประกันราคาข้าวในประเทศที่ต้องต่ำแน่ ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าตัวเลขส่งออกข้าวของไทยน้อยกว่าเวียดนามมากทั้งที่ผลผลิตของไทยยังสูงอยู่ แต่การระบายข้าวส่งออกได้น้อยลงเพราะการค้าระหว่างรัฐต่อรัฐหยุดชะงักหรือขาดความเชื่อใจกันเพราะการปฏิวัติ อันส่งผลไปถึงการค้าของเอกชนด้วย มันแตกต่างจากสี่ห้าปีก่อนที่ข้าวมีราคาสูงมากติดต่อกันทั้งนี้เพราะรัฐบาลมีทีมงานการค้าที่เก่งและทำงานคล่อง ส่วนยางพาราซึ่งเคยมีราคาสูงเมื่อสี่ห้าปีที่ผ่านมาเพราะแนวคิดการรวมตัวกันของผู้ผลิตยางพาราในเอเชียผลักดันราคาขึ้นไปอยู่ในจุดที่เป็นธรรม เจ้าของสวนยางและพ่อค้าต่างเปลี่ยนฐานะให้ดีขึ้นผิดตา หลังจากเกิดการปฏิวัติและทีมบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่เข้าทำงาน ราคายางตกต่ำลงจนมาใกล้จุดเดิมเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว  ถ้าการลงทุนในประเทศลดน้อยลง การขยายงานหรือสร้างงานใหม่ย่อมไม่มี อันส่งผลต่อการจ้างแรงงานในประเทศและสถิติตกงานของคนไทยต้องเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งมาจากการปฏิวัติและทำลายระบอบประชาธิปไตยของไทย แต่กลับโยนความล้มเหลวไปให้อดีตผู้นำคนก่อน

ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำในบ้านเมืองซึ่งทุกชีวิตต่างสัมผัสกันได้เมื่อเทียบกับเวลารุ่งเรืองในอดีตของประเทศ เราน่าจะตระหนักดีว่าภาวะทั่วไปของโลกภายนอกมีส่วนบ้าง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ยอมรับของต่างชาติต่อรัฐบาลแต่งตั้งในไทย ฝีมือทำงานไม่เก่งและเท่าทันโลกของทีมบริหารบ้านเมือง การตอบแทนหรือขัดแย้งระหว่างผู้ค้ำจุนเบื้องหลังรัฐบาลทั้งในที่ลับและที่แจ้งสร้างความกังขาให้คนไทย เช่น ผู้มีบารมี เจ้าของหวยที่เสียประโยชน์ เป็นต้น หลังจากการปฏิวัติแล้วหลายคนมีความหวังว่าบ้านเมืองจะดีขึ้น แต่หวยใต้ดินกลับระบาดหนัก ล็อตเตอรี่ขายเกินราคา กลุ่มคนที่เคยเสียประโยชน์จากสนามบินดอนเมืองกลับมาทวงหนี้แค้นที่สนามบินใหม่ รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้สักปัญหา แต่กลบเกลื่อนหรือทับถมปัญหาให้หนักขึ้นด้วยการเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่เท่านั้น จากนั้นก็โยนปัญหาทั้งหมดไปให้อดีตผู้นำรัฐบาลซึ่งอยู่ในต่างแดนและไม่มีโอกาสพูดแก้ต่างได้ แม้แต่การวางระเบิดในเมืองหลวง ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่รอฟังการสอบสวนจากตำรวจซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง แต่ออกมาประกาศทันทีว่าเป็นการกระทำของอดีตผู้นำรัฐบาลที่ถูกเขาปฏิวัติ ส่วนการค้าตกต่ำหรือถูกติดชื่อในบัญชีดำก็บอกว่าเป็นฝีมือทำลายชาติของอดีตผู้นำคนนั้นอีกโดยอ้างว่าได้ข้อมูลจากรัฐบาลอังกฤษ ทั้งที่การพิจารณาขึ้นบัญชีดำแก่ประเทศใดเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของประเทศนั้นและสหรัฐเป็นมหาอำนาจสูงสุดของโลกย่อมไม่ฟังคำพูดของคนสิ้นอำนาจแน่ อีกทั้งรัฐบาลอังกฤษจะส่งข่าวลึกลับใดคงไม่ส่งให้ข้าราชการตำแหน่งต่ำกว่านายกรัฐมนตรีหรือแม้แต่ผู้บัญชาการทหารและยังต้องนำส่งข่าวเตือนภัยมาตามขั้นตอนปกติด้วยซึ่งไม่มีทางไปอยู่ในมือของผู้กล่าวอ้างก่อนแน่นอน ส่วนข่าวลอบยิงคนบริสุทธิ์ในภาคใต้ที่มีต่อเนื่อง ผู้ใหญ่บางคนก็โยนความผิดไปให้อดีตผู้นำว่ามีส่วนสนับสนุนให้ยิงพวกเขา ทั้งที่รู้แก่ใจดีว่าเป็นโจรใต้ที่เลวทรามกระทำการนี้อย่างชัดเจน เขายังพูดโยนความผิดไปให้คนอื่นโดยไม่ก้มมองตัวเองว่าได้ใช้ความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้เต็มที่หรือเลี้ยงไข้พื้นที่นี้ไว้เพื่อประโยชน์ลับซึ่งฝังรากลึกมานานแล้ว ในที่สุดเวลาย่อมเป็นตัวพิสูจน์ตัวตนแท้จริงของคนเหล่านั้น

การฟังข่าวสารในปัจจุบันนี้และในเมืองไทยซึ่งสำนักข่าวอยู่ในความควบคุมของรัฐบาลอย่างเข้มงวด คนไทยต้องใช้สติคัดกรองข้อมูลในข่าวหรือการให้สัมภาษณ์ของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมากขึ้น เพราะหลายคนพูดจาไร้น้ำหนัก ขาดความน่าเชื่อถือเมื่อใช้หลักตรรกะคิดประกอบด้วย ขาดความละอายใจต่อคำพูดกล่าวหาคนอื่นโดยไร้หลักฐานและอีกฝ่ายไม่มีทางตอบโต้ สิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนในบ้านเมืองแสดงต่อสาธารณชน เช่น การพูดป้ายสี ยกย่องตัวเอง โยนความผิดทั้งหลายให้ผู้แพ้ เป็นต้น ล้วนเป็นกรรมที่ส่อเจตนาทำลายล้างอีกฝ่ายซึ่งตนรู้แก่ใจดีว่ามีความสามารถเหนือตนและที่มาของอำนาจเกิดจากการทำละเมิดกฎหมายบ้านเมือง นอกจากนั้นหากมองพฤติกรรมและคำพูดของพวกเขาให้ลึกซึ้งจักเห็นความหวาดหวั่นกลัวอีกฝ่ายอย่างมากจึงพยายามโยนความเสียหายหรือความผิดพลาดในการบริหารบ้านเมืองของตนไปให้ผู้แพ้โดยคิดปรามาสว่าคนไทยต้องเชื่อฟังคำพูดของตนโดยไม่ใช้ปัญญากลั่นกรองก่อน การครองหลายตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจของทหารปฏิวัติแต่ละคนเพื่อรับเบี้ยต่างๆหรือเงินเดือนสูงทั้งที่มิใช่อยู่ในสายอาชีพของตนหรือเกินความสามารถและรับผิดชอบของหนึ่งคนได้ การเพิ่มงบซื้ออาวุธแก่กองทัพขึ้นผิดตาในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หวยใต้ดินกับการขายล็อตเตอรี่เกินราคาเกลื่อนถนนและซอกซอยกลับคืนมาเห็นตำตา การค้าประเวณีเปิดบริการอย่างไม่เกรงสายตาคน การฟื้นฟูผลประโยชน์ในดอนเมืองและทำลายล้างสุวรรณภูมิให้สิ้นซาก ถ้ามองทบทวนถึงผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องเหล่านี้และพฤติกรรมต่างๆที่เกี่ยวโยงกันทั้งในอดีตและปัจจุบันหลังการปฏิวัติจักมองเห็นผู้เสียและผู้รับประโยชน์ได้ว่าล้วนเป็นคนพวกเดียวกันหรือเกี่ยวโยงกันอย่างแน่นแฟ้นจนหลายคนเชื่อว่าอาจเป็นนายทุนในการทำปฏิวัติครั้งล่าสุดของไทย รัฐบาลมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองให้สงบสุข ประชาชนกินดี อยู่ดี ต้องมีความรับผิดชอบต่อผลงานของตัวเอง มิใช่โยนความล้มเหลวจากประสิทธิภาพการทำงานไปให้คู่กรณีหรือแพะรับบาป มันมิใช่วิสัยของผู้มีปัญญาและคุณธรรม อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างให้คนไทยรุ่นต่อไปนำไปปฏิบัติว่า ทำผิดได้ แล้วโยนให้คนอื่นที่ไร้การต่อสู้รับโทษแทน คนไทยควรยึดถือว่า สุภาพบุรุษที่ดีต้องไม่แทงข้างหลัง แต่ต้องต่อสู้กันอย่างยุติธรรม เมื่อทำผิด ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง หากตั้งสติคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกายแล้ว จักพบว่าจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เบื้องหลังของรัฐบาล ประสิทธิภาพการทำงานของทีมบริหารบ้านเมืองที่ค่อนข้างชราภาพ ล้วนมาจากการปฏิวัติล้มล้างระบอบประชาธิปไตย แย่งชิงอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้งของประชาชน ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงทำให้ประเทศนี้ถูกรังเกียจจากสังคมโลก อันส่งผลต่อชีวิต ความเป็นอยู่ การทำมาหากินของประชาชนที่ต้องลำบากขึ้น ฝืดเคือง เมื่อยอมรับต้นตอของปัญหาแล้ว ย่อมมองเห็นเส้นทางแก้ไขเพื่อพาตนเองและครอบครัวให้พ้นจากความลำบากที่เป็นผลพวงของการปฏิวัติ โดยการรักษางาน ระมัดระวังการขยายธุรกิจ ประหยัดการใช้จ่าย จัดการเงินออมอย่างเหมาะสม ลดหรือละเว้นการก่อหนี้สิน เนื่องจากไม่มีใครทราบว่าภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งนี้จะยาวนานแค่ไหน แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งภายใต้การควบคุมของคณะปฏิวัติและกลุ่มอำนาจแอบแฝงยังอยากอยู่ในเวทีการเมืองต่อไป

 

***********************************

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s