วิธีทวงหนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย


พระราชบัญญัติการทวงหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถามหรือยันยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1  แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ 2  ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จำเป็นและตามความเหมาะสม 3  ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ของลูกหนี้ 4  ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทำให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้   คำอธิบายเพิ่มเติม การทวงถามหนี้ในอดีตมักพบความก้าวร้าว รุนแรง อาจถึงฆ่าตายเพื่อทวงหนี้สิน กฎหมายฉบับนี้จึงกำหนดบุคคลที่ทวงหนี้ได้ วิธีปฏิบัติในการทวงหนี้ และบทลงโทษไว้เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เมื่อเป็นหนี้ค้าง การทวงถามย่อมต้องมีได้ แต่การทวงถามหนี้ต้องมีกติกาควบคุมด้วย วิธีการทวงหนี้จะต้องกระทำกับ ลูกหนี้โดยตรงหรือลูกหนี้ระบุชื่อไว้ให้เป็นอีกคนที่รับการทวงหนี้ได้ ถ้าไปทวงหนี้กับคนอื่น เช่น ไปทวงหนี้กับบุตร คู่สมรส พ่อแม่ เป็นต้น จะมีบทลงโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน… Continue reading วิธีทวงหนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย

อัตราโทษใหม่ของความผิดลหุโทษ


ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 102 บัญญัติว่า  ความผิดลหุโทษ คือ ความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ : ความผิดลหุโทษ เป็นหมวดความผิดสถานเบาที่เขียนไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ที่บอกว่าการกระทำใดที่ผิดในหมวดนี้ ก็จะลงโทษตามที่เขียนไว้ คือ จำคุก หรือ ปรับ หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ปีพ.ศ.2558 มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนค่าปรับของลหุโทษให้เข้ากับค่าเงินที่ใช้อยู่ในปีนั้น ตัวอย่างฐานความผิดลหุโทษ เช่น การส่งเสียงรบกวนคนอื่น การเปลือยกายในที่สาธารณะ การทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ และอื่นๆ ข้อสังเกตคือ ทุกการกระทำที่อยู่ในหมวด ลหุโทษ ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาประกอบการกระทำก็ได้ เพียงกระทำพฤติกรรมตามที่เขียนไว้ในหมวดนี้ ก็ถือว่ามีความผิดและถูกลงโทษได้ ส่วนระดับโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นเพดานโทษขั้นสูงที่เจ้าหน้าที่กำหนดได้ ดังนั้น ผู้กระทำความผิดอาจรับโทษต่ำแค่ไหนก็ได้ แต่สูงสุดไม่เกินที่เขียนไว้ในมาตรานี้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะพิจารณาโทษแค่ไหน เป็นดุลพินิจตามความหนักเบาของพฤติกรรมผู้กระทำความผิดเป็นหลัก ******************************

ความหมายของ “สัตว์” กับ “ทารุณกรรม”


  พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๓ ให้คำนิยม ของ “สัตว์” และ “การทารุณกรรม” ไว้ดังนี้ สัตว์    หมายความว่า สัตว์ที่โดยปกติเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์บ้าน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นพาหนะ สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นเพื่อน สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร สัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการแสดง หรือสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้ในการอื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด  การทารุณกรรม         หมายความว่า การกระทำหรืองดเว้นการกระทำใดๆที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทำให้สัตว์นั้นตาย และให้หมายความรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชราหรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ประกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชรา หรืออ่อนอายุ   คำอธิบาย กฎหมายใหม่เกี่ยวข้องกับสิทธิสัตว์ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไทยมีความชัดเจนในการปกป้องสิทธิสัตว์ขั้นพื้นฐานมิให้ถูกทำทารุณกรรมและกำหนดบทลงโทษไว้ด้วยเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงได้บังคับใช้แล้ว ทั้งนี้ มีการกำหนดความหมายของคำว่า “สัตว์” ตามก.ม.นี้ให้ชัดเจนว่า สัตว์ประเภทใดที่อยู่ใต้กฎหมายฉบับนี้โดยใช้วัตถุประสงค์เป็นมาตรวัด เช่น เลี้ยงไว้เพื่อเป็นเพื่อน เป็นพาหนะ ใช้ในการแสดง ใช้เป็นอาหาร เป็นต้น ตัวอย่างเช่น เราเลี้ยงกิ้งก่า เลี้ยงลิง… Continue reading ความหมายของ “สัตว์” กับ “ทารุณกรรม”

ซื้อขายมีเงื่อนไข


ซื้อขายมีเงื่อนไข  เขียนโดย ลีลา LAW  การซื้อขายสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์นั้นกฎหมายมีบทบังคับเรื่องรูปแบบไว้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามจักมีผลต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์พิเศษ เช่น เรือยนต์ เป็นต้น ถ้ามีการซื้อขายกันต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานก่อน กรรมสิทธิ์จึงโอนกันไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์จะเน้นที่การครอบครองเป็นหลัก ผู้ใดครอบครองจักสันนิษฐานว่าเป็นเจ้าของมัน ยกเว้นมีการตกลงเป็นกรณีพิเศษระหว่างคู่สัญญาว่า กรรมสิทธิ์จะไม่โอนไปจนกว่ามีการจดทะเบียนและชำระราคาครบถ้วนแล้ว ดังเช่น การเช่าซื้อรถยนต์ เป็นต้น ปัญหาหนึ่งที่บางคนอาจเคยประสบและสงสัยว่า สัญญาซื้อขายยังมีผลใช้บังคับหรือไม่ ถ้าขณะทำสัญญากันผู้ขายยังไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สิน แต่มาบอกขายแก่ผู้ซื้อไว้ล่วงหน้า มันเคยมีกรณีพิพาททางศาลด้วยข้อต่อสู้จากฝ่ายที่ผิดนัดชำระหนี้ค่างวดว่า ผู้ขายบอกขายทรัพย์สินที่ตนไม่มีสิทธิไว้ จึงไม่ยอมจ่ายค่างวดต่อไป ผลการตัดสินคดีเป็นไปดังใน คำพิพากษาฎีกา 4767/2549 ขณะทำสัญญาซื้อขายนั้นผู้ขายยังไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ แต่เขาได้ทำสัญญาซื้อขายกับผู้ซื้อระบุว่า กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จะตกแก่ผู้ซื้อต่อเมื่อชำระราคาเป็นงวดๆครบถ้วนแล้ว จึงถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข ซึ่งกรรมสิทธิ์ยังไม่โอนเป็นของผู้ซื้อจนกว่าจะชำระราคาครบถ้วน ผู้ขายอาจนำทรัพย์สินที่จะมีกรรมสิทธิ์ในอนาคตออกขายล่วงหน้าได้และเป็นหน้าที่ของผู้ขายจะต้องโอนกรรมสิทธิ์แก่ผู้ซื้อ เมื่อผู้ซื้อชำระค่างวดครบแล้ว ผู้ขายจึงไม่จำต้องมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอยู่ในขณะทำสัญญาซื้อขายก็ได้ สัญญาซื้อขายฉบับนี้จึงใช้บังคับกันได้ เมื่อผู้ซื้อทำผิดสัญญาไม่ยอมชำระราคาค่างวด ผู้ขายจึงมีอำนาจฟ้องบอกเลิกสัญญาและเรียกรถยนต์คืนได้ ผู้ซื้อไม่จ่ายค่างวดอันเป็นการทำผิดสัญญาซื้อขายด้วยข้ออ้างว่า ผู้ขายไม่ใช่เจ้าของรถในขณะทำสัญญานั้น ไม่สามารถนำมาบอกล้างสัญญาซื้อขายที่มีเงื่อนไขว่า กรรมสิทธิ์จะโอนเป็นของผู้ซื้อเมื่อชำระราคารถครบถ้วนเท่านั้น เพราะผู้ขายมีหน้าที่โอนรถเมื่อผู้ซื้อจ่ายค่ารถครบ ตราบใดที่ยังไม่ได้รับเงินค่ารถครบถ้วน หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขายยังไม่เกิดขึ้น แต่หน้าที่ของผู้ซื้อเกิดขึ้นแล้ว คือ การชำระค่างวดรถ เมื่อไม่ชำระเงินงวดใดงวดหนึ่ง จึงกลายเป็นผู้ทำผิดสัญญาก่อนและต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายตามสัญญาซื้อขายโดยมิอาจยกข้ออ้างความเป็นเจ้าของทรัพย์ในขณะทำสัญญาของผู้ขายเพื่อปัดความรับผิดชอบได้ คำตัดสินของศาลยืนยันว่า ขณะทำสัญญาซื้อขายนั้นผู้ขายไม่จำต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน แต่มีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อเมื่อชำระเงินครบถ้วนแล้ว… Continue reading ซื้อขายมีเงื่อนไข

ใต้เงาบาป 25


เฉพาะอ่านออนไลน์ ใต้เงาบาป บทประพันธ์ของ  ช่อมณี 25. คืนหนึ่งขณะที่มันตรินีกำลังนั่งแก้ไขโปรแกรมไวรัสเพื่อใช้กำจัดไอรีนนักแฮกเกอร์สาวมือดีของโลกคอมพิวเตอร์ ทันใดนั้นอาการเวียนศีรษะและตาพร่ามัวเกิดขึ้น  ทำให้หล่อนฟุบหน้ากับโต๊ะทำงาน  เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า  ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อข่มความปวดที่กำลังแผ่กระจายทั่วศีรษะของหล่อน  นี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนรู้สึกเช่นนี้  บางทีเนื้องอกนั้นอาจสร้างปัญหาหนักขึ้นมาอีกก็ได้  หล่อนนึกถึงด้วยความหวั่นใจ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หญิงสาวเอื้อมมือไปรับสายทั้งที่ยังไม่หายเวียนศีรษะ “ มันตรินีพูดค่ะ “ “ อาจารย์คะ…… “   เด็กสาวซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหล่อนพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น หญิงสาวยังคงหลับตานิ่ง ขณะถามขึ้นว่า   “ มีอะไรรึ อุษา “ “ คุณนัชชาเรียกชื่อของอาจารย์ได้แล้วค่ะ “ “ แน่ใจรึ ! “ อุษาบอกด้วยน้ำเสียงยินดีว่า   “ หมู่นี้อาจารย์ไม่ได้มาหาเธอเลย คุณนัชชาจะนั่งมองที่ประตูในวันที่อาจารย์เคยมาหา แล้วพึมพำชื่อของอาจารย์ด้วยนะคะ ? “ “ ในที่สุดเด็กคนนั้นก็ยอมเปล่งเสียงแล้วสินะ “   หล่อนรู้สึกปลื้มใจมาก “ อาจารย์น่าจะมาเยี่ยมคุณนัชชาบ้างนะคะ “ มันตรินีถอนใจหนัก   “ ช่วงนี้ฉันมีงานยุ่งมาก คงไปไม่ได้หรอก “ “… Continue reading ใต้เงาบาป 25

ซื้อบ้านจากการขายทอดตลาด


ซื้อบ้านจากการขายทอดตลาด เขียนโดย  ลีลา LAW             บ้านเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาค่อนข้างสูงโดยขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งเป็นหลัก หลายคนอยากได้บ้านที่มีราคาต่ำจึงมองหาซื้อจากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีหรือธนาคารต่างๆซึ่งนำบ้านที่ยึดจากลูกค้าสินเชื่อมาขายแก่ผู้สนใจ ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำการยึดบ้านหรือที่ดินโดยเจ้าหนี้บุคคลธรรมดาหรือธนาคารเกิดขึ้นมากมายอันเป็นโอกาสดีของคนที่มีเงินสดและต้องการบ้านให้มาเลือกซื้อหาทำเลเหมาะสมกับตน แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเสมอจากการยึดทรัพย์สิน คือ ลูกหนี้หรือเจ้าของบ้านมักไม่ยินยอมออกจากบ้านหรือที่ดินซึ่งเคยเป็นของตนมาก่อน ทำให้เกิดปัญหาน่าปวดหัวแก่เจ้าของคนใหม่               การซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลนั้น เกิดขึ้นจากเจ้าหนี้ยึดทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ค้างซึ่งลูกหนี้ก่อไว้ โดยจะนำเงินจากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้มาชำระหนี้ หากยังมีเหลืออีกจึงเรียกชำระเพิ่มจากลูกหนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า การตั้งราคาทรัพย์สินเริ่มต้นในการเปิดประมูลสินค้านั้นมักจะเป็นราคาค่อนข้างต่ำกว่าราคาตลาดแท้จริง แล้วปล่อยให้ผู้สนใจเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งเป็นที่พอใจของผู้ชนะก็จะได้ทรัพย์สินไป หลายครั้งทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดจะมีราคาต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก อันเป็นจุดดึงดูดให้ผู้สนใจมองหาบ้านราคาถูกจากการขายทอดตลาดเป็นหลัก แม้จะมีปัญหาซ่อนไว้ คือ ลูกหนี้ไม่ยินยอมออกจากบ้านหรือที่ดินที่ถูกยึดไว้และเปลี่ยนเจ้าของใหม่แล้ว คดีพิพาทประเภทนี้เคยมีคำพิพากษาจากศาลเพื่อคุ้มครองเจ้าของใหม่ไว้แล้วใน คำพิพากษาฎีกาที่ 4873/2550  นายพิรุณ เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งศาล เมื่อเจ้าพนักงานแสดงความตกลงด้วยการเคาะไม้ นายพิรุณย่อมได้สิทธิในทรัพย์ดังกล่าวโดยบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 บัญญัติว่า สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล หรือ คำสั่งเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ในคดีล้มละลายนั้น ท่านว่ามิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่า ทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลย หรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา หรือผู้ล้มละลาย  แม้เจ้าของที่ดินได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดดังกล่าวและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แต่ตราบใดที่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด สิทธิของนายพิรุณในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังคงบริบูรณ์อยู่ คำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนั้นไม่กระทบสิทธิของนายพิรุณ เมื่อนายพิรุณ เจ้าของคนใหม่บอกกล่าวให้เจ้าของที่ดินออกจากที่ดินซึ่งตนประมูลได้ เจ้าของที่ดินไม่ยอมออกไป ย่อมเป็นการละเมิดต่อนายพิรุณ นายพิรุณจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่เขาออกจากที่ดินแปลงนั้นได้                 กฎหมายย่อมคุ้มครองสิทธิของผู้สุจริตและทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดเสมอ ผู้ซื้อสินค้าจากการประมูลขายทอดตลาดต้องเตรียมทำใจไว้… Continue reading ซื้อบ้านจากการขายทอดตลาด

ไม่เย่อหยิ่ง ทะนงตน


ไม่คิดว่าตนถูกเสมอ คือ ผู้รอบรู้           ไม่เย่อหยิ่งทะนงตน คือ ผู้ได้รับประโยชน์    ความหมาย               ความอ่อนน้อมถ่อมตนนำมาซึ่งประโยชน์แก่ตนทั้งด้านความรู้และทรัพย์สิน คนส่วนใหญ่นิยมชมชอบผู้ไม่แข็งกร้าวทางวาจาหรือทางกาย และให้ความเมตตาแบ่งปันเป็นพิเศษแก่ผู้อ่อนน้อมเสมอ ถ้าต้องการความรู้หรือประโยชน์ใดต้องรู้จักค้อมกาย ใช้วาจาอ่อนหวานให้เกียรติแก่อีกฝ่าย ทุกสิ่งจักได้สมความปรารถนาเสมอ   *****************************