วิบากกรรมนักมวยเด็กเล็ก

Standard

วิบากกรรมนักมวยเด็กเล็ก

เขียนโดย  ลูกแก้ว

สังคมไทยหรือสังคมสากลจะมีคนสามวัยอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันแบ่งเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา แต่ละประเทศจักดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนสามกลุ่มนี้ให้มีความสุข รับความเป็นธรรม ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิตเสมอ แต่ละวัยยังมีแยกย่อยออกไปเพื่อให้ความคุ้มครองดูแลใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจัดแบ่งเป็น เด็กเล็กนับแต่เกิดถึง 7 ขวบ กลุ่มเด็กโตเริ่ม 7-16 ปี กลุ่มวัยรุ่น 17 – 22 ปี แต่ละกลุ่มจะมีกฎหมายหรือบริการจากรัฐดูแลให้เด็กเหล่านั้นเติบโตอย่างมีความสุขและเป็นคนดีสมบูรณ์ตามแนวคิดว่า เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าที่ต้องดูแลบ้านเมืองสืบทอดต่อไป จึงให้ความเอาใจใส่พวกเขาเป็นพิเศษ

ประเทศไทยให้สวัสดิการดูแลเด็กไทยตั้งแต่เกิดในหลายรูปแบบ เช่น ค่าลดหย่อนลูก ค่าดูแลเด็กจากระบบประกันสังคม การศึกษาที่เรียนฟรีจนจบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย กฎหมายคุ้มครองเด็ก และอื่นๆ แต่การดูแลหรือใช้บังคับกฎหมายไม่ทั่วถึงทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งมิได้รับการดูแลเท่าที่ควร กอรปกับมีผู้ปกครองที่ไม่รู้จักหน้าที่ของพ่อแม่ทำให้ชีวิตเด็กตกอยู่ในอันตรายและไม่สามารถเติบโตเป็นเด็กไทยที่สมบูรณ์และมีความสุขได้ตามอัตภาพ

สารคดีฝรั่งเรื่องหนึ่งที่ได้ชมทางเคเบิ้ลทีวีนำเสนอวิถีชีวิตนักมวยเด็กไทยที่มีอายุน้อยลงกว่าในอดีต เมื่อก่อนเราจะเห็นเด็กวัยรุ่นอายุประมาณ 16 – 18 ปี ขึ้นชกมวยไทยบนเวทีกันเป็นระยะและมีเสียงคัดค้านเรื่องอายุเด็กในเวทีมวยอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กวัยรุ่นในอนาคตได้ ต่อมาเสียงนั้นก็เงียบลงเมื่อสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมวยไทยยอมรับอายุเหล่านั้นได้ ผู้จัดทำสารคดีชุดนี้นำเสนอด้านมืดของนักมวยเด็กเล็กที่มีอายุเพียง 3 ขวบชกกับเด็กวัยเดียวกันบนเวทีมวยไทย โดยมีเสียงเชียร์จากผู้ชมดังลั่นสนั่น แม้จะไม่มีรูปมวยไทยชัดเจน ก็เป็นการเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ร่างกาย ศีรษะ แบบสะเปะสะปะ เนื่องจากเด็กวัยนี้การใช้แขนขายังไม่คล่องตัว การยืนทรงตัวยังไม่ดีนัก ผู้จัดมวยไทยยังนำเด็กเล็กวัยนี้ขึ้นเวทีชกมวยเรียกเสียงหัวเราะ เสียงเชียร์ กันอีก ทั้งที่เด็กวัยนี้ควรวิ่งเล่นอยู่บนผืนหญ้าหรือกองทราย มิใช่ต่อยกันบนผืนผ้าใบ ภาพที่น่าอนาถใจขึ้นอีกคือ หนึ่งในเสียงเชียร์ให้เด็กต่อยเยอะๆ คือ เสียงของแม่เด็กที่อุ้มลูกน้อยวัยประมาณ 1 ขวบในอ้อมแขนดังลั่นสั่งลูกให้ต่อยคู่ชกมากๆ เอาชนะให้ได้

ปกติเด็กเล็กวัยประมาณ  0-7 ขวบ นั้นอยู่ในช่วงกำลังเติบโตและสะสมประสบการณ์ชีวิตโดยพ่อแม่ต้องเลี้ยงดูอบรมสอนเขาให้เป็นเด็กดีอย่างใกล้ชิด เขาจะเล่น เรียนรู้ ชีวิต และมีความสุขตามอัตภาพของครอบครัว มักเป็นวัยที่เล่นเป็นหลัก การเล่นคือการพัฒนาและรู้จักใช้อวัยวะของเขาให้ทำงานสมบูรณ์ เรียนรู้การอยู่ร่วมสังคมกับเด็กอื่น สิ่งสำคัญคือ การสั่งสอนมิให้เด็กชื่นชอบการใช้ความรุนแรงกับคนอื่นเพื่อตัดสินปัญหา อันกลายเป็นปัญหาสังคมในวันข้างหน้าที่พ่อแม่สร้างนักเลงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน การปลูกฝังให้เด็กเกลียดชังการใช้กำลังตัดสินปัญหาต้องเริ่มต้นตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก มันจักติดตรึงในใจของเขาไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสังคม

สารคดีชุดนี้แสดงภาพการชกแบบช้าๆระหว่างเด็กเล็กสองฝ่ายที่มีการใช้หมัดกระแทกใส่ขมับ หน้าผาก ศีรษะ จมูก ปาก ของเด็กหรือใช้เท้าถีบตามร่างกายซึ่งมีความรุนแรงในระดับหนึ่งสำหรับวัยนี้แรงสั่นสะเทือนต่ออวัยวะเหล่านั้นก่อผลร้ายแรงต่อการเจริญเติบโตของเด็กโดยที่ผู้ปกครองหรือพ่อแม่มิได้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เขาสอบถามแม่ว่าเหตุใดนำเด็กเล็กขึ้นชกต่อยมวย คำตอบ คือ จน กลัวไม่มีเงินซื้อข้าวหรือนมให้เด็ก เมื่อเห็นว่าเด็กทำได้ จึงสอนให้เขาชกต่อยเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวโดยเธอมีหน้าที่รับส่งเด็กไปเวที ไม่ได้ทำงาน พึ่งพาเงินจากลูกบนเวทีเท่านั้น ลูกชายคนแรกเป็นวัยรุ่นก็ชกมวยหาเงินมาก่อน จากนั้นก็สอนน้องเล็กวัย 3 ขวบให้ต่อยมวยได้ เมื่อน้องขึ้นชก พี่ชายก็เป็นพี่เลี้ยงส่งน้ำให้น้องและพูดปลอบโยนเมื่อน้องถูกต่อยจนเจ็บเพื่อมิให้เขาร้องไห้และเดินลงจากเวที อันน่าจะถือว่าบีบคั้นเด็ก ไม่เป็นไปตามธรรมชาติของเด็กวัยนี้ที่จะเรียนรู้ว่า เมื่อเจ็บเพราะการกระทำนี้ ต้องไม่ทำอีก

การให้ความรู้จากกุมารแพทย์ชาวสิงคโปร์บอกว่า นักมวยเด็กเล็กเหล่านี้ยังมีกะโหลกที่เติบโตไม่เต็มที่และบอบบางมาก เนื้อสมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ศีรษะ จมูก ปาก ยังไม่แข็งแรงเท่าวัยผู้ใหญ่ หากถูกกระแทกด้วยแรงสะเทือนบ่อยๆและมีพละกำลังกระทบหนัก จักส่งผลร้ายแรงต่ออวัยวะเหล่านั้นทั้งในระยะสั้นและยาวได้ กะโหลกอาจบาดเจ็บหรือแตกร้าว เนื้อสมองหยุดพัฒนาหรือเลือดคั่งในสมองอันส่งผลให้เด็กเกิดอาการชักหรือกลายเป็นโรคลมชักได้ กระดูกบนใบหน้าแตกหักทำให้หยุดการพัฒนา โดยเฉพาะการแตกช้ำซ้ำรอยเดิมจะทำให้โครงสร้างบิดเบี้ยวไปจากมาตรฐานคนทั่วไป มันส่งผลต่อการใช้ชีวิตในสังคมข้างหน้า ตัวอย่างเช่น ตอนเป็นผู้ใหญ่เขามีโรคลมชักอันมาจากการต่อยมวย จะทำมาหากินหรือเรียนหนังสือลำบากเพียงไร ถ้าสมองหยุดพัฒนาเท่ากับไม่มีการเติบโต จะเป็นภาระยาวนานของครอบครัวมาก เป็นต้น สุขภาพเด็กในวันนี้และผู้ใหญ่ในวันหน้าไม่มีความสำคัญต่อพ่อแม่เหนือเงินทอง

แม่ของเด็กอ้างว่า ความจน ทำให้ต้องเอาลูกไปชกมวยบนเวทีหาเงินเลี้ยงชีพ เวลาเห็นลูกถูกชกและเจ็บ เธอก็เจ็บปวด จึงต้องร้องเชียร์ให้ลูกเอาชนะเพื่อได้เงินคุ้มกับความเจ็บ เงินรางวัลของผู้ชนะจะกำหนดไว้ดึงดูดอย่างมาก ส่วนผู้แพ้จะได้รับเงินประมาณ 300 บาท ต่อการชก 1 ครั้ง ไม่แปลกที่แม่เด็กอยากให้ลูกชนะมากกว่าแพ้ เด็กต้นเรื่องที่ทำสารคดีเป็นฝ่ายแพ้และถูกชกที่ศีรษะกับขมับอย่างแรงหลายครั้ง เด็กเดินเซกลับเข้ามุมเมื่อโดนหมัดของคู่ชกเข้าที่ขมับตรงๆและแรงพอควร พี่ชายสาดน้ำเข้าใบหน้าของน้องชายและพูดเชียร์ให้ต่อยคืนไปหนักๆ ทั้งที่น้องชายทำหน้าจะร้องไห้ออกมา ระฆังเรียกยกต่อไปดังขึ้นเขาต้องเดินออกจากมุมไปชกอีก แต่ไม่นานกรรมการก็ยุติการชกและให้เขาแพ้ไปเพื่อความปลอดภัยของนักมวยที่ไม่อยู่ในสภาพพร้อมชก เด็กคนนั้นก็ได้รับเงิน 300 บาทจากกรรมการทันที แล้วเดินเอาไปให้พี่ชายที่มารับเขา ภาพใบหน้าผิดหวังของแม่ที่อุ้มลูกอีกคนไว้ปรากฏบนจอชัด สลับกับภาพทุกหมัดที่ชกใส่ศีรษะของเด็กเล็กคนนั้น ช่างสะท้อนใจของคนชมอย่างมากที่ชีวิตเด็กคนหนึ่งซึ่งควรอยู่ในสนามเด็กเล่นหรือบ้านอบอุ่นกลับต้องเจ็บปวดเพื่อสนองความสุขของแม่ที่ไม่ทำหน้าที่ของตน

พ่อแม่มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูลูกจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ กำหนดไว้ในกฎหมายไทย แต่กรณีนักมวยเด็กเล็กนี้มองเห็นว่า แม่ไม่ได้ทำหน้าที่ของเธอในการเลี้ยงดูเด็กเลย แต่ใช้เด็กทำมาหากินเลี้ยงแม่ทั้งที่ยังเล็กเกินไป แค่ 3 ขวบเท่านั้น กฎหมายแรงงานไทยก็ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงานหาเงินเด็ดขาด กฎหมายคุ้มครองเด็กก็ให้การดูแลเด็กที่มีครอบครัวไม่ดีหรือไร้ความสามารถเลี้ยงดู แล้วจัดการแก้ไขให้เด็กมีสวัสดิภาพที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตของเขา แม่และกฎหมายไทยมิได้ทำหน้าที่ของมันเลย นักมวยเด็กเล็กด้วยวัยแค่ 3 ขวบ จึงไปยืนบนเวทีมวยไทยเพื่อสร้างความบันเทิงสลับกับมวยไทยขนานแท้ คนดูมวยไม่แยกแยะว่า เด็กเล็กกับการต่อยมวย มิใช่เรื่องสนุกสนาน แต่เป็นความน่ารังเกียจที่ใช้เด็กทำเรื่องนี้ คนดูมวยควรมีจิตสำนึกต่อเด็กมากกว่านี้และช่วยปกป้องเด็กไว้ การชกมวยควรเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ กฎหมายมวยไทยก็ควรดูแลเด็กเล็กมิให้เข้าสู่วงจรนี้เลยเพื่อคุ้มครองเด็กไร้เดียงสาที่ไม่ได้เต็มใจหรือรู้ว่ากำลังทำอะไร เด็กเล็กทำตามคำสั่งเพื่อสนองกิเลสตัณหาของพ่อแม่เท่านั้น ความจนมิใช่ข้ออ้างให้นำเด็กมาทำมาหากินด้วยวัยเพียง 3 ขวบ หน้าที่เลี้ยงดูลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรืออย่างน้อยก็ต้องดูแลสั่งสอนเขาจนกว่าจะตัดสินใจได้เอง เป็นความรับผิดชอบของพ่อแม่เท่านั้น

กฎหมายคุ้มครองเด็กให้มีสวัสดิภาพและชีวิตที่มีมาตรฐานโดยเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กอยู่ตามภาคต่างๆในเมืองไทย แต่สารคดีชุดนี้ทำให้มองเห็นการทำงานบกพร่องหรือไม่ทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย นักมวยเด็กเล็กจึงมีให้เห็นตามจังหวัดต่างๆหรือเวทีเถื่อนในกทม. การชกมวยของนักมวยเด็กเล็กมิใช่การเล่นตลก เพราะมันส่งผลต่อชีวิตและอนาคตของเด็ก ประเทศอาจต้องเพิ่มภาระดูแลคนไม่สมประกอบโดยสามารถป้องกันได้ตั้งแต่เป็นเด็ก อีกทั้งเด็กมิได้รับรู้ว่ากำลังทำอะไรและจะมีโทษต่อเขาในวันข้างหน้าหรือไม่ แต่ทำไปตามคำสั่งของพ่อแม่เท่ากับบีบคั้น ขู่เข็ญ ผู้อ่อนวัยไร้เดียงสา เหตุไฉนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจึงเพิกเฉยปล่อยให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น แม้แต่ชาวต่างชาติยังรู้เห็นภาพทารุณกรรมเด็กโดยพ่อแม่บนเวทีมวยไทยและนำเผยแพร่ไปทั่วโลก แต่เจ้าหน้าที่ไทยหรือคนไทยส่วนใหญ่กลับวางเฉย ปล่อยให้เด็กเล็กถูกรังแกและเบียดเบียนโดยพ่อแม่ที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่บิดามารดาตามหลักพุทธศาสนาและหลักกฎหมาย ต่อไปเด็กไทยส่วนใหญ่จะเติบโตอย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร เมื่ออายุแค่ 3 ขวบ ก็ถูกต่อยกะโหลกร้าว สมองบวม จมูกหัก ฟันหลุด แล้วนอนรักษาอยู่ในบ้านตั้งแต่วัยเด็ก แทนที่จะเป็นกำลังพัฒนาชาติด้วยร่างกายสมบูรณ์ในวันข้างหน้า

****************************

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s