รู้จักกับคดีล้มละลาย

คดีล้มละลาย

 

                                                                                                                                                    เขียนโดย  ลีลา LAW

 

                นอกจากเจ้าหนี้จักมีอำนาจฟ้องเรียกชำระหนี้คืนจากลูกหนี้ตามกระบวนคดีทางแพ่งทั่วไปแล้ว หลายท่านอาจเคยได้ยินเจ้าหนี้ขู่ฟ้องให้ล้มละลายหรือเคยเห็นลูกหนี้ต้องเป็นผู้ล้มละลายซึ่งถูกจำกัดการทำธุรกรรมบางอย่างไว้ อันที่จริงแล้วเจ้าหนี้มิได้มีอำนาจในการฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ตามอำเภอใจ เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมายให้อำนาจเท่านั้น

                พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2542 กำหนดคุณสมบัติของลูกหนี้ที่อาจถูกฟ้องล้มละลายไว้ในมาตรา 9 คือ

1.    ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัว

2.    ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท ส่วนนิติบุคคลต้องมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่าสองล้านบาท

3.     ต้องเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอน ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม

ขั้นตอนการดำเนินคดีหลังจากลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลายโดยสังเขป คือ

1. ศาลต้องพิจารณาให้ได้ความจริงว่า ลูกหนี้มีคุณสมบัติครบองค์ประกอบที่จะถูกฟ้องคดีล้มละลายหรือไม่ ถ้าเห็นว่าครบ จักมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

                หากคุณสมบัติไม่ครบองค์ประกอบ หรือ ลูกหนี้นำสืบได้ว่า อาจชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลจักยกฟ้องทันที เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 14

2. ระหว่างการพิจารณาคำฟ้องของเจ้าหนี้และก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ลูกหนี้อาจมีพฤติกรรมไม่น่าวางใจในการโยกย้ายทรัพย์สินไป เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวได้ ซึ่งศาลจักทำการไต่สวนโดยทันที เมื่อเห็นว่าคดีมีมูล จักมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว วิธีการนี้เป็นการลดทอนความเสียหายของเจ้าหนี้ได้ในระดับหนึ่ง

3. เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จักเข้าไปดูแล ควบคุม กิจการหรือทรัพย์สินหรือสิทธิต่างๆแทนลูกหนี้ทันที รวมทั้งการดำเนินคดีแพ่งทั้งการฟ้องร้อง ต่อสู้คดี ประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย โดยลูกหนี้ต้องส่งมอบทรัพย์สิน เอกสารต่างๆเกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของเขาแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และต้องให้ข้อมูลอย่างเป็นจริงด้วย มิฉะนั้น ต้องรับโทษอาญาปรับหรือจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่ดุลพินิจของศาล

4. เจ้าหนี้อื่นอาจแจ้งขอรับชำระหนี้ของตนในคดีล้มละลายร่วมด้วยตามประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดซึ่งศาลจะมีกำหนดเวลาไว้

5. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ของเหล่าเจ้าหนี้เพื่อคัดกรองว่า ผู้ใดมีสิทธิในการเข้าเฉลี่ยรับคืนหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามกฎหมาย จากนั้นจึงเรียกประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก เพื่อปรึกษาว่า ควรยอมรับคำขอประนอนหนี้ของลูกหนี้ (กรณีลูกหนี้ยื่นเรื่องขอประนอมหนี้) หรือ ควรให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย รวมทั้งวิธีจัดการทรัพย์สินด้วย

6. ศาลจักเริ่มขั้นตอนไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผย เพื่อทราบฐานะทางการเงิน เหตุผลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ความประพฤติ จากนั้นจึงมีการพิจารณาคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้ตามรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับความเห็นของที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าควรเห็นชอบกับการประนอมหนี้หรือไม่

7. หลังจากศาลพิจารณาเห็นชอบกับการประนอมหนี้ซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ยอมรับแล้ว จักเริ่มกระบวนการจัดการทรัพย์สินตามข้อตกลงนั้นทันที หากลูกหนี้บิดพลิ้ว ไม่ยอมชำระหนี้ตามที่ตกลงกันในการประนอมหนี้ หรือ ทำการถ่วงเวลาโดยไม่มีเหตุอันควร หรือ มีเจตนาทุจริต เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานหรือเจ้าหนี้คนใด ย่อมมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจยกเลิกการประนอมหนี้ และพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายได้เช่นกัน

                กรณีต่อไปนี้ศาลต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ตามมาตรา 61

1. เจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกหรือในคราวถัดไป ขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย

2. ไม่ลงมติประการใด

3. ไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุม

4. การประนอมหนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบ

                ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง ศาลต้องพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อแบ่งแก่เหล่าเจ้าหนี้ โดยให้ถือว่า การล้มละลายของลูกหนี้เริ่มต้นมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

                ผลหลังจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ได้แก่

1. ลูกหนี้ต้องขอให้เจ้าพนักงานกำหนดเงินเลี้ยงชีพและหากมีรายได้ในอนาคต ต้องนำส่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อนำไปเฉลี่ยคืนแก่เจ้าหนี้

2. การจัดการทรัพย์สินของตัวเอง จักต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อน

3. ลูกหนี้ออกไปนอกราชอาณาจักรไม่ได้ เว้นแต่ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อนุญาตเป็นหนังสือ แม้แต่การย้ายที่อยู่ก็ต้องแจ้งให้รับทราบด้วย

                วิธีพ้นจากการเป็นบุคคลล้มลาย อาจมีได้โดย

1. การประนอมหนี้ได้รับความเห็นชอบและปฏิบัติตามข้อตกลงครบถ้วน

2. ศาลยกเลิกการล้มละลาย เมื่อมีเหตุตามที่มาตรา 135 กำหนดไว้ เช่น  หนี้สินได้รับการชำระเต็มจำนวนแล้ว หรือ หลังจากการแบ่งทรัพย์ครั้งสุดท้ายหรือไม่มีทรัพย์จะแบ่งแล้วต่อแต่นั้นมาภายในสิบปีก็ไม่อาจรวบรวมทรัพย์สินได้อีกและไม่มีเจ้าหนี้มาขอให้รวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายอีก หรือ เจ้าหนี้ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นต้น

3. ศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลาย

4. ลูกหนี้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อครบสามปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ใช้กับกรณีเป็นบุคคลธรรมดาและหนี้อันเป็นมูลเหตุที่ฟ้องล้มละลายไม่มีลักษณะเป็นการทุจริต

                การฟ้องลูกหนี้ที่ตายแล้วเป็นคดีล้มละลายย่อมทำได้เช่นกัน  ถ้าตอนที่มีชีวิตอยู่ เขามีคุณสมบัติครบถ้วนตามรายละเอียดเบื้องต้น เจ้าหนี้ย่อมฟ้องให้จัดการทรัพย์มรดกของลูกหนี้ตามกฎหมายล้มละลายได้ โดยเรียกทายาทหรือผู้จัดการมรดกเข้ามาแก้คดีแทนลูกหนี้ที่ตาย แต่ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกหนี้ตาย

                กฎหมายล้มละลายยังกำหนดให้ลูกหนี้ประเภทนิติบุคคลขนาดใหญ่มีโอกาสฟื้นฟูกิจการได้ ถ้ามีคุณสมบัติดังนี้ คือ

1. มีหนี้สินล้นพ้นตัว

2. เป็นหนี้จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท ไม่ว่าจะถึงกำหนดโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม

3. มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้

                ข้อพึงรู้อีกอย่างหนึ่ง คือ แม้ลูกหนี้จะมีคุณสมบัติครบถ้วนในการถูกฟ้องล้มละลายได้ แต่เจ้าหนี้ยังอาจใช้สิทธิเลือกฟ้องเรียกหนี้อย่างคดีแพ่งทั่วไป หรือ ฟ้องคดีล้มละลาย ก็ได้ กฎหมายมิได้บังคับเด็ดขาดว่าเจ้าหนี้ต้องฟ้องคดีล้มละลายอย่างเดียว สิ่งที่ต้องตระหนักในใจเสมอคือ บุคคลล้มละลายถูกจำกัดสิทธิหลายอย่างทางกฎหมายและขาดความเชื่อถือหรือเครดิตในการประกอบธุรกิจหาเลี้ยงชีพ อีกทั้งยังอาจมีผลเกี่ยวเนื่องกับคุณสมบัติสำหรับบางอาชีพ ดังนั้น ลูกหนี้ทั้งหลายจึงควรรอบคอบในการจัดการกับหนี้สินด้วย

 

 

***********************

About these ads

7 thoughts on “รู้จักกับคดีล้มละลาย

  1. คดีล้มละลายมีอายุความ 10 ปี แตกต่างจากเวลาที่จะพ้นจากล้มละลายกรณีสุจริตก็ 3 ปี ถ้าเป็นคนล้มละลายทุจริตก็ต้องใช้เวลา 10 ปี จึงร้องขอพ้นจากล้มละลายได้

  2. กรณีลูกหนี้พ้นจากการเป็นคนล้มละลายภายใน3ปีทรัพย์สินยังต้องส่งใช้แก่เจ้าหนี้อยู่หรือไม่กรณียังใช้ไม่ครบ

  3. เมื่อศาลสั่งพ้นจากล้มละลายแล้ว แม้เคยมีหนี้ค้างอยู่ ก็ไม่ต้องชดใช้ใดๆอีก ทำให้คนโกงหนี้มักยอมล้มละลายแล้วรอ 3 ปีก็กลับมาทำงานใหม่ แต่สิ่งที่เขาจะได้รับคือ ข้อมูลเคยล้มละลายของเขาถูกบันทึกไว้ในข้อมูลเครดิตเพื่อเตือนเจ้าหนี้ไว้ว่า เขาเคยมีอดีตอย่างนี้ ต้องใช้ดุลพินิจเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ห้ามปล่อยสินเชื่อ แต่เตือนการใช้ดุลพินิจไว้

  4. ถ้านิติบุคคลถูกฟ้องล้มละลาย ภายในกี่ปีถึงจะพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลาย

    1. เวลาพ้นการล้มละลายของนิติบุคคลไม่มี เพราะเมื่อบริษัทถูกฟ้องล้มละลายแล้วจะถูกบังคับให้เลิกกันด้วยการชำระบัญชีแล้วจดทะเบียนเลิก จึงไม่ถือว่ามีบริษัทนั้นอีกต่อไป ต้องจดทะเบียนเริ่มต้นบริษัทใหม่เท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s